มาโน่ 100 : ชายผู้บ้าคลั่งลูกหนัง

เขา คือ ชายผู้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ร่วมกับเกมลูกหนัง... เขา คือ ชายที่ไม่ชอบความพ่ายแพ้... เขาเป็นชายที่หัวสมองมีแต่ลูกฟุตบอลตลอดเวลา และเขาต้องการชัยชนะที่ขาวสะอาด เพราะครั้งหนึ่ง เคยถูกโกงจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก!

นี่ คือ เรื่องราวชีวิตของ อเล็กซานเดร “มาโน่” โพลกิ้ง กุนซือแบงค็อก ยูไนเต็ด รองแชมป์ไทยลีก 2016 ผู้ที่ได้รับรางวัล FFT Coach of the Year 2016 และเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์คุมทีมแบงค็อก ยูไนเต็ด ครบ 100 นัด 

ลีลาแอคชั่นในสนามของเขามีที่มาอย่างไร? วิถีชีวิตโค้ชของเขาเกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อยได้อย่างไร? และวันนี้เขาประสบความสำเร็จแค่ไหนในชีวิต ติดตามได้ที่นี่

ด๊อยช์อพยพ

หลังสงครามโลก ครั้งที่ 1 บรรพบุรุษตระกูลโพลกิ้ง ย้ายถิ่นฐานจากเยอรมันไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง ที่ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติ ณ เมืองมอนเตเนโกร ดินแดนเล็กๆที่อยู่ไม่ห่างจาก ปอร์โต อเลเกร เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของบราซิล ที่นั่น คือ จุดหมายปลายทางของโลกใหม่ของครอบครัว ชายผู้นั้น คือ เฟอร์ดินานด์ โพลกิ้ง ปู่ของ อเล็กซานเดร “มาโน่” โพลกิ้ง…   

“ปู่ของผมเป็นชาวเยอรมันแท้ๆ อพยพไปอยู่บราซิล ตั้งแต่อายุ 18 ปี เขาแต่งงานกับย่าของผม ซึ่งเป็นชาวบราซิเลี่ยนแท้ๆ” มาโน่ เริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นตระกูล

“เขาเริ่มก่อร่างสร้างตัวและทำธุรกิจส่วนตัว มีครอบครัว ให้กำเนิดพ่อของผม ความจริงทุกคนๆถือว่าเป็นบราซิเลี่ยนกันทั้งหมดนั่นแหละ เพราะนอกจากปู่ของผมแล้ว ทุกๆคนก็ไม่มีใครที่มีเชื้อเยอรมันเลย เราโตมาแบบวิถีชีวิตชาวบราซิเลี่ยน คุยภาษาโปรตุเกส และไม่มีใครพูดภาษาเยอรมันได้เลยด้วยซ้ำ”

“ปู่ของผมได้วางรากฐานธุรกิจไว้ใหญ่โต เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ภายในเมือง ผมเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ พี่สาว-น้องสาว ผมต่างเป็นเด็กเรียนดี… จริงๆ ผมก็เป้นเด็กเรียนดีนะ แต่ในฐานะเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ถ้าให้เลือกคุณย่อมเลือกที่อยากจะเล่นฟุตบอลมากกว่าอยู่แล้ว”

“ผมเป็นเด็กที่ไม่ชอบพ่ายแพ้มาตั้งแต่เด็ก ผมเกลียดความพ่ายแพ้ ผมเนี่ยมันเป็นประเภทที่ถ้าแพ้แล้วกลับบ้านร้องไห้ไปเตะประตูอะไรแบบนั้นเลยแหละ (ฮา)”

แต่ไม่ว่าจะเกลียดความพ่ายแพ้แค่ไหน… ชีวิตลูกหนังในบราซิลไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยนักฟุตบอลแทบทุกอณูของพื้นที่ในประเทศ เขาเล่นอยู่ทีมเล็กๆ และเคยโชคดีได้ก้าวไปอยู่ในทีมเยาวชนของอินเตอร์นาซิอองนาล แต่มันก็ยังไม่ใช่ที่ที่เขาสามารถแจ้งเกิดได้    

“ผมเล่นฟุตบอลตั้งแต่ทีมเล็กๆ ในบราซิล มันเป็นทีมระดับภูมิภาคเท่านั้น จนกระทั่งอายุ 18 ปี ผมได้โอกาสไปอยู่กับอินเตอร์นาซิอองนาล มันเป็นทีมที่มีระบบอะคาเดมี่ดีที่สุดในบราซิล แต่ในรุ่นผมตอนนั้นเท่าที่จำได้ ไม่ได้มีใครก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกหรอก แต่ทีมอื่นมีนะ ผู้เล่นที่เกิดในปี ค.ศ.1976 … ก็ “โรนัลโด” ไง… ตอนนั้นเขาอยู่ครูเซโร่ ทีมผมเคยเจอเขาหลายครั้ง และตอนนั้นเขาก็เป็น “ฟีโนมีนอน” (Phenomenon) แล้ว เขาทำอะไรได้ทุกอย่างที่อยากจะทำในสนาม แต่ชีวิตกับอินเตอร์นาซิอองนาลของผมไม่ง่าย โชคดีที่ประธานสโมสรช่วยเหลือให้ผมไปโปรตุเกส”

มาโน่ โพลกิ้ง วัย 18 ปี ได้รับโอกาสครั้งใหญ่ที่จะเดินทางไปยังยุโรป… ดินแดนที่มั่งคั่งด้วยเงินตราสำหรับพ่อค้าแข้งมากที่สุด

คำขอครั้งสุดท้าย

“ครั้งแรกที่ผมไปยุโรป ผมอายุ 18 ปี ผมไปเริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งที่โปรตุเกส กับเบนฟิก้าเป็นเวลา 1 ปี” มาโน่ เริ่มเกริ่นถึงชีวิตที่ยุโรปครั้งแรก…

“แต่การย้ายไปอยู่โปรตุเกสสำหรับผมในเวลานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมยังเด็กอยู่ และยังไม่สามารถปรับตัวได้ ผมต้องไปอยู่คนเดียว ผมคิดถึงครอบครัว เพื่อนฝูง ผมอยู่แค่ไม่ถึงปี ผมก็กลับมาที่บราซิลอีกครั้ง… คือ เอาจริงๆ ผมชอบชีวิตที่โปรตุเกสนะ แต่ผมปรับตัวไม่ได้ และในสนาม ผมก็ได้เล่นแค่ทีมชุดสองของเบนฟิก้า”

“ชีวิตผมขึ้นอยู่กับความกดดัน...เพราะผมเป็นคนเดียวที่ต้องการออกนอกลู่นอกทางตามความฝันของตัวเอง พี่สาว-น้องสาวของผมต่างเรียนจบสูงๆ ได้ปริญญาเอกสามใบบ้าง เป็นหมอกันบ้าง… แม่ของผมบอกว่า ผมจะเตะบอลก็ได้ แต่ต้องเอาให้ได้ดี”

“ตอนผมกลับไปที่บราซิล ผมไปเล่นกับทีมในระดับรัฐเท่านั้น เล่นอยู่ 3 ปี แต่มันไม่ง่ายที่คุณจะเติบโตนัก แม่ผมเรียกผมไปคุยแล้วบอกกับผมว่า เอาล่ะ มาโน่ ตอนนี้แกอายุ 22 ปีแล้ว ที่ผ่านมาฟุตบอลไม่สามารถเลี้ยงชีพแกได้จริง แกต้องคิดถึงการกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว”

มาโน่ ก้มหน้ายอมรับสิ่งที่แม่พูดกับเขา ก่อนสูดลมหายใจขอโอกาสครั้งสุดท้าย… “ผมตอบแม่ของผมไปว่า โอเค...เอาล่ะ ผมเห็นด้วยกับทุกๆคนนะ และผมคิดว่าผมไม่ควรอยู่เล่นฟุตบอลในบราซิลอีกต่อไป ผมจะทำตามที่พ่อและแม่บอก ผมจะกลับไปเรียน แต่ก่อนอื่นผมขอโอกาสไปแสวงหาเส้นทางชีวิตของผมอีกแค่ปีเดียว… ปีเดียวเท่านั้น เพื่อไปเรียนรู้และศึกษาชีวิตอีกซีกโลกหนึ่ง...ครั้งนี้ผมเลือกไปเยอรมัน เพราะผมมีพาสปอร์ต ผมอยากจะเรียนภาษาใหม่ๆ และถ้าไม่สำเร็จ ผมจะกลับมาเรียนหนังสือตามที่ให้สัญญา”

โพลกิ้ง รุ่นที่ 3 เดินทางมุ่งหน้าสู่ยุโรปไปยังดินแดนของบรรพบุรุษ… 

-ติดตามเรื่องราวการผจญภัยแบบบินเดี่ยวไปยุโรปของ มาโน่ ในหน้าถัดไป-