มาร์เซโล โบรโซวิช: แข้งเทพงูใหญ่ที่อาร์เซนอลและเชลซีต้องการตัว

กองกลางทีมชาติโครเอเชียผู้ได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงจากเจ้านายของเขา ซึ่ง อลัสแดร์ แม็คเคนซี คอลัมนิสต์โฟร์โฟร์ทูมองว่าเป็นการยากที่เจ้าตัวจะออกจากซาน ซิโร่ แม้จะได้รับความสนใจจากสโมสรอื่นก็ตาม...

เรื่องเล่า 60 วิฯ

ประวัติ

  • วัน/เดือน/ปี เกิด: 16 พฤศจิกายน 1992
  • สถานที่เกิด: ซาเกร็บ, โครเอเชีย
  • ความสูง: 5 ฟุต 11 นิ้ว (181 ซม.)
  • ตำแหน่ง: กองกลาง
  • สโมสรปัจจุบัน: อินเตอร์ (32 นัด, 4 ประตู)
  • ต้นสังกัดเก่า: เฮอร์วัตสกี้ ดราโกโวยัช, โลโคโมทิวา, ดินาโม ซาเกร็บ

โดยทั่วไปเดือนมกราคมถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษในวงการฟุตบอล แต่สำหรับ มาร์เซโล โบรโซวิช แล้ว นี่คงเป็นเวลาที่สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของเขา

4 ปีครึ่งก่อนหน้านี้ ‘โบรโซ’ เพิ่งจะเสร็จสิ้นการลงเล่นในทีมชุดใหญ่ให้กับเฮอร์วัตสกี้ ดราโกโวยัช ทีมโปรดสมัยเด็กเป็นฤดูกาลแรกด้วยการจบอันดับบ๊วยของลีกสูงสุดโครเอเชีย เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันกองกลางวัย 23 ปีเล่นให้กับอินเตอร์มา 1 ปีแล้ว และทำผลงานเป็นที่ดึงดูดบรรดาทีมยักษ์ใหญ่อย่างเชลซี, อาร์เซนอล และบาร์เซโลนา

ซึ่งที่ผ่านมาแข้ง “งูใหญ่” รายนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถคว้าโอกาสใหม่ๆที่เข้ามาได้ทุกครั้ง อย่างตอนที่ดราโกโวยัชตกชั้น โบรโซวิชก็ได้ย้ายไปอยู่กับโลโคโมทิวา ซาเกร็บ และอีก 1 ฤดูกาลต่อมาเขาไม่เพียงแค่ได้ซบทีมยักษ์ใหญ่ของโครเอเชียอย่างดินาโม ซาเกร็บ เท่านั้น แต่ยังถูกเรียกไปติดทัพ “ตราหมากรุก” ชุดยู-21 ด้วย

และช่วงเวลา 2 ซีซั่นที่ดินาโมระหว่างปี 2012-14 คือตอนที่ฝีเท้าของโบรโซเบ่งบานอย่างเต็มที่ด้วยการพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย พร้อมกับสัมผัสประสบการณ์อันล้ำค่าในแชมเปี้ยนส์ลีกและยูโรป้าลีก เช่นเดียวกับก้าวขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่

แล้วในฤดูกาล 2014/15 การย้ายทีมก็เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออินเตอร์เข้ามาในเดือนมกราคม ปี 2015 ด้วยข้อเสนอยืมตัว 18 เดือนพร้อมออปชั่นซื้อขาด โดยโบรโซวิชมาถึงถิ่นซาน ซิโร่ ในช่วงที่ทีมกำลังยุ่งเหยิง แต่ก็สามารถปรับตัวได้ดีและรอดพ้นจากการผ่าตัดทีมครั้งใหญ่เมื่อช่วงซัมเมอร์ ก่อนจะกลายเป็นกำลังสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ของ “เนรัซซูรี” ไปในที่สุด

ทำไมคุณถึงต้องรู้จักเขา

พัฒนาการที่มีอย่างต่อเนื่องของโบรโซวิชทั้งที่ต้องปรับตัวกับทีมใหม่อยู่หลายครั้ง (เขาค้าแข้งถึง 4 สโมสรในรอบ 5 ปี) ถือเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะก้าวกระโดดจากโลโคโมทิวาไปยังดินาโม, ทีม “ตราหมากรุก” ชุดยู-21 สู่ฟุตบอลโลก หรือจะเป็นการย้ายจากโครเอเชียไปอิตาลี แทบจะไม่ส่งผลต่อฟอร์มของเจ้าตัวเลย

โบรโซวิชใช้เวลาเพียง 90 นาทีในการทำให้ นิโก้ โควัช เชื่อว่าเขาควรค่าแก่การติดทีมไปฟุตบอลโลก 2014 โดยแข้งวัย 21 ปีในตอนนั้นประเดิมทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องกับออสเตรเลีย และถูกเรียกไปรับใช้ชาติที่บราซิลหลังจากนั้นไม่นาน แม้ว่าจะได้ลงสนามเพียง 30 นาทีในฐานะตัวสำรองในเกมที่เจอกับเจ้าภาพ แต่ก็เพียงพอที่จะได้เห็นแววที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเขา

Marcelo Brozovic, Inter

ดาวเตะวัย 23 ปีเล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

จากการที่มีอายุเพียง 23 ปี ทำให้ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเชื่อว่าการเติบโตของเขาในฐานะนักฟุตบอลจะสิ้นสุดลงตรงนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะยังไม่สามารถเดินเกมรุกได้ตื่นตาตื่นใจเหมือนสมัยเล่นให้ดินาโม แต่โบรโซก็กลายเป็นส่วนสำคัญในแผนการทำทีมของมันชินีอย่างช้าๆและมั่นคง

แม้อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะปรับเปลี่ยนระบบการเล่นอยู่บ่อยครั้งในซีซั่นนี้ แต่โบรโซวิชก็ลงเล่นไปแล้ว 15 เกมด้วยกัน โดยเป็นตัวจริงไป 9 นัดและยิงได้ 2 ลูก ทั้งที่ต้องมีการแข่งขันแย่งตำแหน่งกับนักเตะอย่าง แกรี เมเดล, เฟลิเป้ เมโล, จอฟฟรีย์ กองด็อกเบีย และ เฟรดี้ กวาริน นักเตะวัย 23 ปีกลับสอดแทรกตัวขึ้นมาในทีมชุด 11 คนแรกได้สำเร็จด้วยฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจ

ซึ่งจากการที่มี 2 ทีมจากพรีเมียร์ลีกที่กล่าวไปข้างต้นร่วมกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และบาร์ซาอยู่ในลิสต์ที่ให้ความสนใจก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเจ๋งแค่ไหน โดยรายงานระบุว่าอินเตอร์ตั้งราคาไว้ที่ 11-15 ล้านปอนด์ และพร้อมขายทันทีในเดือนนี้หากได้ราคาดีเพื่อรักษางบดุลของทีมตามกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์

และทาง มิโรสลาฟ บิซานิช เอเย่นต์ของโบรโซวิชก็ได้ให้สัมภาษณ์กับคอร์ริเอเร เดลโล สปอร์ต หนังสือพิมพ์กีฬาของอิตาลีเมื่อช่วงต้นเดือนถึงการย้ายทีมว่า “ขึ้นอยู่กับกลไกตลาดนักเตะและทีมที่สนใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอินเตอร์จะตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของเขาเอง”

ถ้ายังมีใครสงสัยอีก บิซานิชก็ได้เผยต่อว่า “เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมอยู่ที่อังกฤษ แต่ผมสัญญาแล้วว่าจะไม่เปิดเผยชื่อของสโมสรที่ให้ความสนใจ”

จุดแข็ง

โบรโซวิชคือนักเตะที่มีเทคนิคหาตัวจับยากพอๆกับความสามารถในการแอสซิสต์และทำประตู เขาคือตัวจุดประกายในการสร้างสรรค์เกมด้วยวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมและการจ่ายบอล โดยมีการยิงไกลที่ถือเป็นทีเด็ด ซึ่งประตูที่เขาทำได้ในเกมกับกายารีและอูดิเนเซฤดูกาลนี้มีความคล้ายคลึงกันมากแถมยังสวยงามพอๆกันอีกต่างหาก

อีกหนึ่งจุดแข็งของแข้งทีมชาติโครเอเชียรายนี้ก็คือความอเนกประสงค์ของเขาที่เล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลาง, มิดฟิลด์ตัวรับ, มิดฟิลด์ตัวรุก รวมถึงปีกขวา และการปรับตัวเก่งก็ยังถือเป็นหนึ่งในข้อดีของโบรโซวิช หลังจากที่เอาชนะความเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้งในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ตอนช่วงต้นอาชีพค้าแข้งของตัวเอง

จุดอ่อน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบรรดาทีมในพรีเมียร์ลีกกังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเขา จากการที่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีขึ้นชื่อในเรื่องการใช้ความแข็งแรงของนักเตะบดขยี้กันมากกว่าเมื่อเทียบกับเซเรียอา

แม้จะมีความเร็วเป็นอาวุธ แต่โบรโซวิชก็ไม่ได้มีรูปร่างที่กำยำอีกทั้งยังขาดความแข็งแกร่ง (เขาแย่งบอลชนะเพียง 31% ในซีซั่นนี้) รวมถึงลูกกลางอากาศอันย่ำแย่ (อัตราการดวลสำเร็จอยู่ที่ 36%) คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง

ว่ากันว่า...

เป็นแค่การพูดเพื่อหวังผลในตลาดซื้อขายนักเตะหรือออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจนั้นคุณต้องตัดสินเอาเอง โดยช่วงต้นเดือนมันชินีเผยว่า “ถ้าโบรโซวิชโชว์ฟอร์มได้ต่อเนื่องแบบนี้ เขาจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลก”

“เราไม่ต้องการขายเขาแม้ว่าจะมีข้อเสนอที่ดีมากๆเข้ามาก็ตาม” เขากล่าวต่อ “เขาต้องทำงานต่อไป อย่างไรก็ดีเขามีคุณภาพที่น่าเหลือเชื่อ”

Marcelo Brozovic, Croatia

ตอนนี้โบรโซวิชกลายเป็นนักเตะทีมชาติโครเอเชียเต็มตัวแล้ว

อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้?

เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการได้ว่าอินเตอร์จะรีบร้อนขายโบรโซวิช เพราะทุกอย่างอยู่ในมือของพวกเขา ด้วยสิทธิ์ที่สามารถซื้อขาดจากดินาโมได้ที่ราคา 6.1 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตามมันชินีก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกมัดมือชกหากต้องการเสริมทัพในเดือนมกราคมเนื่องจากข้อจำกัดของกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ แต่ถ้าการขายกวารินให้กับทีมจากจีนด้วยมูลค่าหลายล้านปอนด์ลุล่วงโบรโซวิชก็ไม่น่าจะได้ย้าย

ถ้าทุกอย่างเป็นไปในทิศทางตรงข้าม ข้อเสนองามๆก็คงเป็นที่ล่อตาล่อใจของผู้บริหารในสโมสร แต่จอมทัพชาวโครแอตจะต้องโฟกัสอยู่กับการไล่ล่าสคูเด็ตโต้และพัฒนาฝีเท้าต่อไปจนกว่าจะถึงเวลานั้น