มาริโอ อบรานเต้ : อดีตแชมป์ยุโรปสู่ความหวังใหม่กิเลน

ด้วยวัย 34 ปี มาริโอ อัลวาเรซ อบรานเต้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย... ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลกจนถึงลีกอาเซอร์ไบจาน โรนัลโด้ ยัน ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์… และตอนนี้ FFT TH ก็พร้อมแล้วที่จะแนะนำตัวกองหลังคนใหม่ของ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด มาให้แฟนๆได้รู้จักกับเขา

ผลผลิตทีมตราหมีสู่แข้งแชมป์ยุโรป

มาริโอเริ่มต้นลงเล่นให้กับทีมบ้านเกิดอย่างอูนิโอน เดปอร์ติบา ลองเกร่า ตอสกาล ที่เตเนริเฟ่ จนกระทั่งอายุ 16 เมื่อโชว์ฟอร์มไปเตะตาแมวมองของแอตเลติโก มาดริด ในทัวร์นาเม้นต์ระดับท้องถิ่น

เขาเริ่มไต่เต้าจากทีม “ตราหมี” ชุด เซ กับ เบ และด้วยความเร็วรวมถึงการคอนโทรลบอลอันเชื่องเท้า ทำให้เริ่มจะถูกเรียกติดทีมชาติสเปนชุดเยาวชน

ปี 1999 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นยู-16 นั้น มาริโอถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญร่วมกับ โฆเซ่ เรน่า อดีตนายทวารลิเวอร์พูลที่ตอนนี้เฝ้าเสาให้กับนาโปลี และ มิเกล อาร์เตต้า กองกลางอาร์เซนอล เอาชนะเยอรมันที่นำทีมโดย โธมัส ฮิตเซิ่ลสแปร์เกอร์ อดีตจอมทัพแอสตัน วิลล่า ที่ติดทีม “อินทรีเหล็ก” ชุดคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2006 และ อันเดรียส ฮิงเคิ่ล อดีตกองหลังเซบีญ่าชุดแชมป์ยูฟ่า คัพ 2007 ก่อนจะทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศที่เจอกับโปแลนด์ ให้พลพรรค “กระทิงดุ” ชุดเล็กเอาชนะไปได้อย่างท่วมท้น 4-1 คว้าแชมป์สมัย 5 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

บุกบอลโลกร่วมสายเดียวกับไทยปี 1999

จากการที่เป็นจ้าวของทวีปยุโรป ทำให้พวกเขาเป็นตัวแทนผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก ยู-17 ช่วงปลายปีเดียวกันนั้นเอง ซึ่งพลพรรค “ลา โรฆิต้า” ก็ถูกจับให้อยู่ในสาย บี ร่วมกับไทยที่มี สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์, และ สุริยะ อมตเวทย์ รวมถึง ธีรเทพ วิโนทัย ในวัย 14 ที่ติดทีมชุดดังกล่าวด้วย และยังมีกาน่า ที่นำโดย มิคาเอล เอสเซียง อดีตกองกลางเท้าหนักของเชลซีที่สังกัดพานาธิไนกอสในปัจจุบัน รวมถึงเม็กซิโกที่เป็นแชมป์โซนคอนคาเคฟปีนั้น

อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นหนึ่งในแข้งตัวหลักร่วมกับเรน่าและอาร์เตต้าที่กุนซือ ฆวน ซานซิสเตบัน พักแข้งในนัดที่ชนะ “ช้างศึก” 6-0 เพื่อรักษาความสด ก่อนที่เจ้าตัวจะโบยบินมาค้าแข้งยังดินแดนขวานทองในอีก 16 ปีต่อมา…

น่าเสียดายที่การหมุนเวียนทีมไม่ช่วยอะไร เพราะนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาปราชัยต่อเม็กซิโกฉิวเฉียด 1-0 กอดคอกับทีมชาติไทยกลับบ้านตั้งแต่เนิ่นๆ

โฆเซ่ ซอร์ริย่า สังเวียนแจ้งเกิดของหนุ่มเตเนริเฟ่

ฤดูกาล 2001/02 เขาเซ็นสัญญากับเรอัล บายาโดลิด และได้สัมผัสประสบการณ์กับทีมชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2001 ในเกมลา ลีกา ที่ชนะบียาร์เรอัล 1-0 และเป็นกำลังหลักแห่งถิ่นโฆเซ่ ซอร์ริย่า อันเป็นสถานที่ๆเขาได้ร่วมงานกับ โฆเซ่ หลุยส์ กามิเนโร่ อดีตขุนพล “ตราหมี” เพื่อนร่วมทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ชุดดับเบิ้ลแชมป์ลา ลีกา และโคปา เดล เรย์ ฤดูกาล 1995/96 และ ยูเซบิโอ ซากริสตัน อดีตแข้งบาร์ซ่าชุดแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ฤดูกาล 1991/92 ซึ่งรายหลังนี้เองที่มีบทบาทสำคัญทำให้เจ้าตัวย้ายมายังถิ่นคัมป์นูในฤดูกาล 2003/04 แบบยืมตัว 1 ซีซั่นพ่วงออปชั่นซื้อขาด เมื่อซากริสตันเข้ามารับหน้าที่มือขวาของ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด

โดยซานซิสเตบันโค้ชที่ปลุกปั้นเขามาในทีมชาติชุดเยาวชนได้พูดถึงศิษย์ก้นกุฏิรายนี้ว่า “เขาอาจจะตัวค่อนข้างเล็กแต่ก็แข็งแกร่งและเร็วมาก เขารู้ว่าเมื่อไรที่จะเติมเกมรุกหรือว่าครองบอลไว้กับตัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะประสบความเร็จที่บาร์เซโลน่าอย่างแน่นอน เพราะเขาเป็นนักเตะที่ไม่ธรรมดา และมันก็เป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยม”

ที่สุดแห่งชีวิตและโศกนาฏกรรมในสวนกุหลาบ

บาร์เซโลน่าซีซั่นนั้นถือเป็นการยกเครื่องใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดเท้า เริ่มที่ประธานสโมสร โจน ลาปอร์ต้า ที่ได้รับเลือกเข้ามาแทน โจน กาสปาร์ต และ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ก็รับหน้าที่กุมบังเหียนฤดูกาลแรก พร้อมกับบรรดาแข้งใหม่อย่าง โรนัลดินโญ่, ริคาร์โด้ กวาเรสม่า, รุสตู เรคเบอร์, จิโอวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สต์ และ ราฟาเอล มาร์เกซ ขณะที่ อันเดรส อิเนียสต้า, บิคตอร์ บัลเดส รวมถึง โอเลเกร์ เปรซาส ก็เพิ่งถูกดันขึ้นมาจากชุดเยาวชน

โดย ซิกิ เบกิริสไตน์ ผู้อำนวยการฟุตบอลคนใหม่ถอดด้ามของ “เจ้าบุญทุ่ม” เวลานั้น (และตอนนี้ย้ายไปทำหน้าที่เดียวกันกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้) กล่าวหลังจากเซ็นสัญญากับมาริโอเป็นผลสำเร็จว่า “มาริโอคือสิ่งที่เราต้องการในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางเพื่อช่วยในเรื่องของความเหนียวแน่นและแข็งแกร่งในแนวรับ” และยังให้คำจำกัดความถึงกองหลังวัย 21 ปีในตอนนั้นว่าเป็นนักเตะที่ “มีความมั่นใจสูงและสภาพร่างกายที่ไม่ธรรมดา” อีกด้วย

ซึ่งเกมประเดิมสนามบนหมายเลขเสื้อเบอร์ 16 ในเครื่องแบบ “อาซูลกราน่า” ของเขาคือเกมยูฟ่า คัพ รอบ 2 เลก 2 วันที่ 27 พฤศจิกายน 2003 ที่เฝ้ารังเจอกับพานิโอนิออสจากกรีซ เจ้าตัวได้ลงสนามครบ 90 นาที และยังเป็นนัดที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ นายใหญ่บาร์ซ่าคนปัจจุบันโดนไล่ออก แต่ก็ยังเอาชนะได้ 2-0 จากประตูของ ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า และ หลุยส์ การ์เซีย

ทุกอย่างดูจะเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่แล้วในอีก 1 สัปดาห์หลังจากนั้น เมื่อได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกในลา ลีกา ให้กับต้นสังกัดใหม่ ทุกอย่างก็กลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อไปเยือนถิ่นลา โรซาเลด้า (หรือที่ภาษาไทยแปลว่า สวนกุหลาบ) ของมาลาก้าแล้วโดนเจ้าถิ่นถลุงเละ 5-1 ซึ่งเมื่อประกอบกับที่ทีมมีสตาร์ในตำแหน่งแผงหลังทั้งมาร์เกซ,​ คาร์เลส ปูโยล รวมถึง มิเชล ไรซีเกอร์ กับ ฟิลลิป โคคู ที่สามารถยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟจำเป็นได้​ และยังมีโอเลเกร์ที่พุ่งขึ้นมาอีกคน ก็ทำให้เขาไม่ได้ลงสนามให้กับบาร์ซ่าอีกเลย

-ติดตามอ่านเรื่องราวการกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งของ มาริโอ ในหน้าถัดไป-