มาร์กซิยาล...ตัวแปรสำคัญสูตรผสม "ทริปเปิล-M"

การมาของ มาร์กซิยาล หรือ นิวอองรี ทำให้ปีศาจแดงพบเคมีใหม่ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว 

จ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทดลองเกมบุกแผนใหม่โดยส่งทั้ง เควิน เดอ บรอยน์,ราฮีม สเตอร์ลิง,เซร์คิโอ อเกวโร และดาบิด ซิลบา ลงเป็น 4 ประสานในแนวรุกร่วมกันครั้งแรก แต่น่าเสียดายที่ ซิลบา มีอาการเจ็บช่วงวอร์มอัพทำให้ต้องใช้บริการของ เฆซุส นาบาส ลงแล่นแทน ปรากฏว่า ทีมพ่ายค่าบ้านต่อ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด1-2 ทำให้ทีมที่ไล่หลังมีความหวังลุ้นแชมป์  
 
ขณะที่ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของหลุยส์ ฟาน กัล จัดทัพ 4 แนวรุกลงประสานงานกันครั้งแรก ประกอบด้วย อองโตนีย์ มาร์กซิยาล,เวย์น รูนีย์,เมมฟิส เดปาย และฆวน มาต้า ผลที่ออกมาคือ แมนฯยู  ยิง  3  ลูก แซงนำ 3-1 แม้จะถูกกดดันในช่วงท้าย แต่ก็เอาตัวรอดเฉือนชนะไปแบบหืดจับ 3-2 

1. ส่วนผสม MMM เห็นผลทันใจ

จากชัยชนะในเกมนี้ของแมนฯยู สิ่งหนึ่งที่แฟนบอลได้เห็นคือการประสานงานของ ทริปเปิลเอ็ม คือ มาร์กซิยาล,มาตา และเมมฟิส 

ฟอร์มอัดโดดเด่นของ มาร์กซิยาล พิสูจน์ได้จาก 2 ประตูของศูนย์หน้าฝรั่งเศส แม้ฟอร์มโดยรวมอาจไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับเกมมากนัก ดาวรุ่งโมนาโก ผ่านบอลสำเร็จ 16 จาก 28 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นจังหวะมีส่วนร่วมกับเกมบุก สำเร็จแค่ 6 จาก 24 ครั้ง รวมทั้งเอาชนะลูกกลางอากาศแค่ 7 จากการปะทะกองหลัง 13 ครั้ง
 
แต่ความสำคัญของเขาในเกมนี้คือหน้าที่หลักของศูนย์หน้า แค่เพื่อนร่วมทีมจ่ายบอลให้ ดาวยิงรายนี้สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ ความเฉียบคมและทักษะของเจ้าหนูมาร์กซิยาล ถูกนำไปเปรียบเทียบว่าจะเป็น "นิว เธียร์รี อองรี"  ขณะที่ พีส์ มอร์แกน คอลัมนิสต์ฟุตบอลคนดังของอังกฤษ ถึงกับฟันธงว่า มาร์กซิยาล เหนือกว่า นิโกลา อเนลก้า เพราะ นิโก้ มีแนวทางการเล่นที่เน้นความเร็วในแบบของตัวเอง ขณะที่ มาร์กซิยาล มีเทคนิคและการครอบครองบอลดีเยี่ยม และเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูให้ทีมได้
 
ทักษะอันยอดเยี่ยมของ มาร์กซิยาล เห็นได้ชัดจากประตูแรกของเจ้าตัว เขาล็อกบอลหลบกองหลังทีมนักบุญ ก่อนยิงเข้าไปอย่างใจเย็น รวมทั้งประตูที่ 2 ที่ฉกฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ มายะ โยชิดะ  เจ้าตัวนิ่งพอในจังหวะปิดปัญชี ความกดดันจากค่าตัวมหาศาล 36 ล้านปอนด์ เร่ิมชัดเจนว่าน่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า จากฟอร์มการทำประตูที่ยิงไป 3 ลูกจาก 2 เกมในพรีเมียร์ลีก
 
 “เขาเป็นนักเตะที่พรสวรรค์ และดึงมันออกมาได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่แสนกดดัน" หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์ชาวดัตช์ยกย่องฟอร์มของลูกทีมคนเก่ง "ผมดีใจที่เขาปรับตัวเข้ากับระบบของทีมได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้ากับแผนการเล่นแบบนี้ได้" 
 
 อีกหนึ่งเบื้องหลังชัยชนะของปีศาจแดง คือการทำเกมของ ฆวน มาต้า   เขามีส่วนสำคัญกับเกมของแมนฯยู ผ่านบอลสำเร็จ 46 จาก 48 ครั้ง โดยเป็นจังหวะสำคัญในเกมบุก  20 จาก 21 ครั้ง มากกว่านักเตะทุกคนในสนาม 
 
กองกลางทีมชาติสเปน ยังมีชื่อเป็นคนทำประตูลูกที่ 3  จากการตามซ้ำลูกยิงชนเสาของ เมมฟิส เดปาย ซึ่งจังหวะนั้นเขานิ่งพอที่ส่งบอลเข้าประตู แม้จะมีแนวรับเซาแธมป์ตันขวางทางอยู่ก็ตาม 

2. ผลตอบแทนจากการครองบอล

ช่วงต้นเกม แมนฯยู ครองบอลได้เหนือกว่า แต่ไม่สามารถทำอะไรแนวรับของเจ้าบ้านได้ เพราะส่วนใหญ่บอลจะเคลื่อนที่อยู่บริเวณริมเส้น ขณะที่ เซาแธมป์ตัน ใช้เกมสวนกลับที่ได้ผล ก่อนได้ประตูออกนำจาก กราเซียโน เปลเล ที่ตามซ้ำดาบสองเข้าไป อย่างไรก็ตาม หลุยส์ ฟาน กัล ยังยึดมั่นปรัชญาการทำทีมของเขาที่เน้นให้ทีมครองบอลให้มากที่สุด
 
มอร์แกน ชไนเดอลิน เล่นได้ตามมาตรฐานสำหรับการเจอกับอดีตต้นสังกัด เขาผ่านบอลสำเร็จ 40 ครั้งในเกม ก่อนที่ ฟาน กัล จะเปลี่ยนเอา บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กองกลางจากทีมแชมป์โลกเยอรมัน ลงมาแทน ไมเคิล คาร์ริค ซึ่งหลังจากสัมผัสได้ 8 นาที ชไวนี่ โชว์พิษสงด้วยการผ่านบอลทะลุช่องให้ เมมฟิส เดปาย หลุดไปยิงชนเสา ก่อนที่ มาตา จะตามซ้ำเข้าไปเป็นประตูนำห่าง 3-1  ซึ่งจังหวะนี้ ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์อย่างพอใจกับเส้นทางการได้ประตู เพราะเกิดจากการต่อบอลที่ไหลลื่น ตามปรัชญาว่า เมื่อทีมเป็นฝ่ายครองบอล ก็เป็นการตัดโอกาสฝั่งตรงข้ามในการทำประตู

สถิติหลังจบเกม ปีศาจแดง ครองบอล 59 เปอร์เซนต์ จ่ายบอลสำเร็จ 493 ครั้ง ส่วนเจ้าบ้าน ผ่านบอลสำเร็จ 300 ครั้ง

3. รูนีย์ ยังแผลงฤทธิ์ไม่ออก

12 วันก่อนหน้าเกมนี้ เวย์น รูนีย์ เพิ่งทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดทีมชาติอังกฤษของเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ที่ 50 ประตู ถือเป็นการสร้างความมั่นใจก่อนกลับมารับใช้ต้นสังกัด แต่โชคไม่ดีที่ กัปตันปีศาจแดง ได้รับบาดเจ็บจนพลาดลงเล่นแดงเดือด 
 
ส่วนเรื่องสถิติกับสโมสร เขาต้องการอีกประตูเดียวจะขึ้นไปทาบสถิติ 171 ประตูของ เดนนิส ลอว์ ดาวยิงสูงสุดอันดับ 3  แมนฯยู แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวยังผลิตสกอร์ไม่ได้ในฤดูกาลนี้ ทำให้ตอนนี้ รูนีย์ ทำประตูไม่ได้ในใพรีเมียร์ลีก 11 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาที่ฟอร์มฝืดที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง
 
ฟอร์มของกัปตันทีมสิงโตคำราม โดดเด่นกับทีมชาติ รวมทั้งระเบิดฟอร์มทำแฮตทริคในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ รอบเพลย์ออฟ กับ คลับ บรูช แต่สำหรับบทบาทการเป็นผู้นำปีศาจแดง ดูเหมือนจะยังทำหน้าที่จุดนี้ได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะการเป็นการเป็นตัวความหวังของทีมในการทำประตู  ก่อนหน้าการมาของ มาร์กซิยาล และถึงตอนนี้ดูเหมือน รูนีย์ จะเป็นแค่ตัวสนับสนุนเกมรุกให้ มาร์กซิยาล เท่านั้น

ฟอร์มโดยรวมของ รูนีย์ ในนัดที่พบ เซาแธมป์ตัน ถือว่ามีส่วนสำคัญกับเกม ผ่านบอลสำเร็จ 50 จาก 56 ครั้ง โดยแบ่งเป็นจังหวะเกมบุกสำคัญๆ 14 จาก 18 ครั้ง ถือว่าไม่แย่นักเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ แม้ว่าเกมนี้ รูนีย์  ไม่มีโอกาสสับไกแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ มาร์กซิยาล เหมาคนเดียว 2 ประตู

4. แมนฯยู เสียหายเมื่อไม่มี ลุค ชอว์
หลุยส์ ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมในหลายประเด็นน่าสนใจ รวมทั้งการที่สื่อตั้งคำถามว่า แนวรับของทีมเหมือนจะยังหมีช่องโหว่ แต่เทรนเนอร์ชาวดัตช์กลับบอกว่าแผงหลังของทีมทำหน้าที่ได้ดีแล้ว พร้อมกับย้อนว่า ฤดูกาลที่แล้วทีมของเขาก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับเกมรับ แต่ก็ยังสามารถจบฤดูกาลในฐานะอันดับ 3 
 
 เกมที่เซนต์ แมร์รี เราได้เห็นช่องโหว่ในแผงแนวรับของแมนฯยู อยู่บ้าง เพราะถือเป็นเกมแรกที่ไม่มี ลุค ชอว์ ประจำการในตำแหน่งแบ็คซ้ายหลังขาหักจากเกมยุโรป และทั้งสองประตูของเจ้าบ้านมาจากการขึ้นเกมทางฝั่งซ้ายแมนฯยู โดยประตูแรก มาร์กอส โรโฮ ปล่อยให้ เจมส์ วอร์ด เพราซ์ มีโอกาสเปิดเข้าไป ก่อนที่ เปลเล จะซ้ำลูกยิงของ ซาดิโอ มาเน ส่วนลูกที่ 2 ที่แมนฯยูเสีย ก็มาจากฝั่งซ้ายหลัง ดาเลย์ บลินด์ ขยับไปยืนแทน โรโฮ ที่ถูกเปลี่ยนออกและให้ แพดดี แม็คแนร์ ลงมายืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ สมอลลิง จังหวะนั้น บลินด์ เข้าสกัดลูกเปิดของ ซาดิโอ มาเน ไม่ทัน ส่งผลให้ เปลเล สำเร็จโทษให้เจ้าบ้านไล่มาเป็น 2-3 
 
 ฟาน กัล ยอมรับว่าลูกทีมของเขามีอาการล้าจากเกมยุโรปกับ พีเอสวี ไอน์โฮเฟน ทำให้ครึ่งหลังต้องปรับแทคติค ด้วยการส่ง อันโตนิโอ วาเลนเซีย ลงแทน มัตเตโอ ดาเมียน เพื่อมาประกบ ดูซาน ทาดิช ซึ่งภายหลัง ฟาน กัล เผยว่า ทาดิช มีพื้นที่เล่นมากเกินไป เกรงว่าจะสร้างปัญหาให้แมนฯยู  การส่งผู้เล่นที่มีความเร็วอย่าง วาเลนเซีย สามารถตัด ทาดิช ออกจากเกมได้ในครึ่งหลัง

ส่วนในรายของ ซาดิโอ มาเน แนวรุกตัวสำคัญของทีมนักบุญ ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายของแมนฯยู ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ก็ประสานงานกับ กราเซียโน เปลเล เล่นงาน ดาเลย์ บลินด์ ได้ตลอดทั้งเกม แต่ต้องเข้าใจว่า นักเตะดัตช์ ไม่ใช่เซนเตอร์ฮาล์ฟอาชีพ เพราะเกมนี้ เปลเล สลัดแนวรับแมนฯยู และมีโอกาสสับไกลุ้นประตู ถึง 6 ครั้ง

5.เด เคอา คีย์แมนสำคัญของปีศาจแดง

เหตุผลสำคัญอีกข้อที่ช่วยปิดช่องโหว่แนวรับของแมนฯยู คือการมี ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสา สำหรับประตูแรกที่แมนฯยูเสีย แม้มือกาวทีมชาติสเปน จะเซฟลูกยิงของ มาเน ในจังหวะแรก แต่ลูกซ้ำของ เปลเล ก็สุดปัญญาที่ เด เคอา จะช่วยทีมได้ 
 
ขณะที่ในครึ่งหลัง เด เคอา โชว์ซูเปอร์เซฟถึง 2 ครั้ง จากลูกยิงของ วิคเตอร์ วานยามา รวมทั้งลูกโหม่งของ โชเซ ฟอนเต้ จนช่วยทีมเก็บ 3 คะแนน แม้ที่ผ่านมาเจ้าตัวเกือบหมดอนาคตในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังมีข่าวเตรียมโยกไปเฝ้าเสาในสเปนกับ เรอัล มาดริด 
 
เกมนี้ เซาแธมป์ตัน ยิงเข้ากรอบ 8 ครั้ง แต่การมี เด เคอา เป็นด่านสุดท้ายทำให้ทีมเสียแค่ 2 ประตู ถือเป็นการโชว์ฟอร์มดีต่อเนื่องนับตั้งแต่ได้รับโอกาสลงเล่นกับ ลิเวอร์พูล ขณะที่เดียวกัน เกมบุกของแมนฯยู ก็สมควรได้รับคำชม หลังทำได้ 3 ประตูจากการยิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง