มาร์โก ปยาซ่า: แข้งใหม่ ‘ยูเวนตุส' ผู้ไม่ยอมเป็นนักมวยปล้ำตามอย่างพ่อ

มิดฟิลด์วัย 21 กะรัตของทัพ "ม้าลาย" ฉายแววโดดเด่นระหว่างที่ช่วยทีมชาติโครเอเชียในศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมา ดังนั้นวันนี้ เนมันย่า เกอร์บิค คอลัมนิสต์ของเรา จะพาขอทุกท่านไปทำความรู้จักกับเขาพร้อมๆ กัน 

เรื่องเล่า 60 วินาที

ทัพ “ตราหมากรุก” สามารถเอาชนะใจแฟนบอลได้อย่างล้นหลามในศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมา หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่งมันทำให้พวกเขาถูกจัดเป็น 1 ในม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์

แม้ว่าพวกเขาจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทีมชาติโปรตุเกสจนต้องเก็บข้าวของกลับบ้านตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทว่า 1 ในขุนพลของพวกเขาก็สร้างผลงานได้น่าประทับใจเป็นอย่างมาก ซึ่งชายคนนั้นก็คือ “มาร์โก้ ปยาซ่า

ปีกจากค่ายดินาโม ซาเกร็บรายนี้ได้รับความสนใจอยู่บ้างจากทีมในยุโรป ทว่าหลังจากศึกชิงจ้าวแห่งทวีปที่ฝรั่งเศส เขาทำให้บรรดายักษ์ใหญ่อย่าง มิลาน, ลิเวอร์พูล, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์, อินเตอร์ และยูเวนตุส ต่างต้องเปิดศึกระหว่างกันเพื่อชิงลายเซ็นของเขาไปครองให้ได้ โดยเฉพาะนาโปลีที่ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวก่อนเพื่อนด้วยการยื่นข้อเสนอ 29 ล้านปอนด์เพื่อเป็นค่าตัวของเขาและ มาร์โก้ ร็อก เพื่อนร่วมทีมอีกราย ให้ยอดทีมแห่งโครเอเชียพิจารณา แต่สุดท้ายเป็นยูเวนตุสที่ฉกชิ้นปลามันไปครอง

สาเหตุที่คุณควรรู้จัก

พ่อของปยาซ่านั้นเป็นอดีตนักมวยปล้ำ ขณะที่แม่ของเขานั้นเป็นแชมป์ยูโดระดับรัฐ ปยาซ่าเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับพี่สาว 2 คน ซึ่งเขาก็รู้ตัวได้อย่างรวดเร็วว่า เขาไม่ต้องการเดินทางรอยเท้าพ่อแม่ของเขา

“พวกเขาไม่เคยผิดหวังเลยที่ผมตัดสินใจไม่เล่นกีฬาเหล่านั้นตามพวกเขาแม้ว่าจะมีหลายๆ คนคาดหวังให้ผมเป็น ผมอยากจะเป็นนักฟุตบอลมาโดยตลอด ผมคิดว่าคงไม่มีใครรู้หรอกว่านักมวยปล้ำที่เก่งที่สุดในโลกคือใคร แต่กับฟุตบอล มันไม่ใช่แบบนั้น คนทั้งโลกรู้ว่าใครคือคนที่เก่งที่สุด ถ้าคุณเล่นได้ดี อย่างน้อยคุณก็จะเป็นที่รู้จัก ซึ่งพ่อแม่ของผมก็เข้าใจในเรื่องนี้ดี” ปยาซ่าเปิดใจ

ปยาซ่าตัดสินใจเลือกลูกหนัง และถีบตัวเองขึ้นมาจนเป็น 1 ใน ดาวรุ่งไฟแรงกับยอดทีมของโครเอเชีย ซึ่งเป็นที่ๆ ปลุกปั้น มัตเตโอ โควาซิช, โลก้า โมดริช, เวดราน ชอร์ลูก้า, เดยัน ลอฟเรน, อเล็น ฮาลิโลวิช, มิลาน บาเดย์ และ ชิเม่ เวอร์ซายโก้ ขึ้นมา

แม้ว่าจะเป็นเด็กปั้นของสโมสรตั้งแต่ปี 2004-2009 แต่ปยาซ่าก็มีเส้นทางที่ไม่ได้ง่ายดายนัก เพราะเขาตัดสินใจย้ายกลับไปร่วมทีม เอ็นเค เซ็ต ทีมเล็กๆ ในเมืองซาเกร็บก่อน ซึ่งที่นั่นเขาได้โอกาสลงสนามเป็นครั้งแรก

“ผมไม่อยากนั่งรอโอกาสบนม้านั่งสำรอง ตอนที่ผมรู้สถานการณ์ของตัวเองกับทีม ผมตัดสินใจย้ายไปเซ็ตทันที เพราะที่นั่นผมรู้ว่าผมจะได้ลงเล่นและพัฒนาผีเท้าของผมอย่างต่อเนื่อง มันคือสิ่งที่ผมคิดมาตลอด ผมคิดว่ามันคงดีสำหรับผมที่จะเล่นในทีมเล็กๆ แทนที่จะต้องนั่งรอโอกาสอย่างเดียวกับทีมใหญ่ๆ” ปยาซ่ากล่าว

หลังจากใช้เวลา 1 ปีเต็มๆ กับ เซ็ต เจ้าตัวก็ย้ายทีมอีกครั้ง โดยสถานีต่อไปของเขาก็คือ เอ็นเค โลโคโมทิวา ซึ่งที่นั่นเขาได้โอกาสประเดิมสนามในฐานะทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 2012 ปยาซ่าได้โอกาสลงสนามทั้งหมด 51 นัด แถมยังทำได้ 9 ประตูด้วยกัน ซึ่งมันเพียงพอที่จะทำให้ซาเกร็บตัดสินใจดึงตัวเขากลับไปร่วมทีมอีกครั้งเมื่อปี 2014

Marco Pjaca vs Arsenal in the Champions League

มาร์โก ปยาซ่า ดวลกับ มิเกล อาร์เตต้า

การกลับมาครั้งนี้คือความใฝ่ฝันของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ เขาทำประตูได้ตั้งแต่ 2 นัดแรกที่ลงเล่นภายใต้เสื้อของซาเกร็บ และค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงมาได้แบบถาวร เขากลายมาเป็น 1 ในคีย์แมนของทีมได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ปยาซ่าเริ่มโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มหรูในเกมที่พบกับเซลติกในศึกยูโรป้า ลีก โดยปีกพลังหนุ่มรายนี้สามารถใช้ความเร็วและทักษะอันยอดเยี่ยมของเขา ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้ตลอดทั้งเกม แถมเขายังทำแฮททริกได้อีกด้วย

“ถึงผมจะไม่ใช่คนที่ถ่อมตัวอะไร แต่ผมก็ยอมรับว่าผมตกใจที่ตัวเองทำแฮททริกได้นะ” ปยาซ่ากล่าว

ปยาซ่าทำประตูที่ 3 ใส่เซลติก

ในช่วง 2 ฤดูกาลแรกกับดินาโม ซาเกร็บ ปยาซ่าได้โอกาสลงสนามทั้งสิ้น 60 นัด และทำได้ 26 ประตูจากทุกรายการ ซึ่งจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมนี้ ทำให้ อันเต้ คาซิช กุนซือทัพหมากรุก ตัดสินใจให้โอกาสเขาติดธงเป็นครั้งแรกในเดือนกันยายนปี 2014 ก่อนที่จะมีอีกหลายๆ ครั้งหลังจากนั้น

จุดแข็ง

ด้วยลีลาการเลี้ยงที่หาตัวจับยาก แถมยังสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ปีกรายนี้เปรียบเสมือนฝันร้ายของกองหลัง

ปยาซ่าเป็นนักเตะที่ชอบตัดเข้าในเพื่อหาโอกาสยิงหรือสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมเป็นประจำ

ด้วยลีลาการเลี้ยงที่หาตัวจับยาก แถมยังสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ปีกรายนี้เปรียบเสมือนฝันร้ายของกองหลัง  เขาเป็นนักเตะที่มีความรับผิดชอบและความมั่นใจ เขามักจะมองหาลูกบอลและพยายามสร้างความแตกต่างเสมอ

ในเกมนัดสุดท้ายของฟุตบอลยูโร 2016 กลุ่ม ดี ที่โครเอเชียพบกับสเปน ปยาซ่าได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะเอาชนะทีมแชมป์เก่าให้ได้ โดยในวันนั้นเขาเลี้ยงบอลผ่านผู้เล่นทีมกระทิงดุทั้งสิ้นถึง 7 ครั้ง

ประวัติส่วนตัว

  • วันเกิด: 6 พฤษภาคม, 1995
  • เมืองเกิด: ซาเกร็บ, โครเอเชีย
  • ส่วนสูง: 6 ฟุต 1 นิ้ว
  • ตำแหน่ง: ปีก
  • สโมสร: ดินาโม ซาเกร็บ
  • สโฒสรก่อนหน้า: เอนเค เซ็ต, เอนเค โลโกโมทิวา

นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการวิ่งทะลุแนวรับของคู่แข่งได้อย่างพอเหมาะพอเจาะอีกด้วย ดังนั้นเพื่อนร่วมทีมในอนาคตของเขาควรจะให้ความสนใจความสามารถของแข้งรายนี้ให้ดี

เท่านั้นยังไม่พอ ปยาซ่ายังเป็นนักเตะที่แข็งแกร่ง เจ้าของความสูง 6 ฟุต 1 นิ้วรายนี้ต่างจากปีกรายอื่นๆ เนื่องจากเขาสามารถเอาชนะแบ็คร่างเล็กได้เป็นประจำ

ยิ่งไปกว่านั้นลูกยิงไกลของเขาก็สามารถเล่นงานผู้รักษาประตูได้บ้าง ทว่าเขาอาจจะต้องเพิ่มความแม่นยำเข้าไปอีกเล็กน้อย

จุดอ่อน

เขามักจะพยายามสร้างโอกาสด้วยตัวเองมากเกินไปจนบางครั้งก็มองข้ามเพื่อนร่วมทีมที่มีโอกาสดีกว่า

ต้องยอมรับว่าปยาซ่าดูเป็นนักเตะที่ค่อนข้างหวงบอลพอสมควร เขามักจะพยายามสร้างโอกาสด้วยตัวเองมากเกินไปจนบางครั้งก็มองข้ามเพื่อนร่วมทีมที่มีโอกาสดีกว่า ซึ่งเพราะเหตุนี้ มันจึงสะท้อนให้เห็นว่าเขาต้องปรับปรุงเรื่องการตัดสินใจของตัวเองยามที่อยู่ในสนาม

แม้ว่าจะได้รับการยกย่องให้เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ แต่ตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขาคือปีกซ้าย ส่วนปีกขวาก็พอใช้ได้ นอกจากนั้นเขายังมักจะถูกมอบหมายให้รับหน้าที่จอมทัพหมายเลข 10 ของทีม หรือแม้แต่หน้าต่ำก็มีบ้าง ทว่าหากได้ดูเขาเล่น จะพบว่าเขายังคงขาดความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมุมมองที่จะเล่นในตำแหน่งนั้น

แม้ว่าจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่ปยาซ่ายังคงต้องฝึกเล่นลูกกลางอากาศอีกเยอะๆ ร่วมทั้งความแข็งแกร่งของตัวเองด้วย เพื่อที่จะได้ใช้เป็นอาวุธอีกอย่างในการเล่นงานคู่แข่ง

Marko Pjaca heads the ball during Croatia's game vs Spain

จุดอ่อนในการเล่นลูกกลางอากาศของปยาซ่าสามารถพัฒนามาเป็นจุดแข็งของเจ้าตัวได้

แม้ลีกโครเอเชียจะมีมาตรฐานไม่เท่าบรรดาลีกใหญ่ของยุโรป แต่ปาก้าก็ยังขาดความสม่ำเสมออยู่เนื่องจากยังอายุค่อนข้างน้อย ทำให้ถ้าหากได้รับการเจียระไนจากโค้ชระดับสูงขึ้น มันก็สามารถทำให้เขาพัฒนาขึ้นไปอีกได้

รู้หรือไม่?

“ผมส่งค่าเหนื่อยของผมทั้งหมดให้กับพวกเขา เพราะผมคิดว่าผมไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน แม้ว่ารถของผมจะเก่าขนาดไหนก็ตาม”

- Marko Pjaca

ปยาซ่าส่งค่าเหนื่อยทั้งหมดของเขาให้พ่อแม่

“ผมส่งค่าเหนื่อยของผมทั้งหมดให้กับพวกเขา เพราะผมคิดว่าผมไม่มีความจำเป็นต้องใช้มัน แม้ว่ารถของผมจะเก่าขนาดไหนก็ตาม”

นอกจากนี้ กองกลางรายนี้มีไอดอลเป็นจอมทัพทีมชาติบราซิลอย่าง โรนัลดินโญ่ด้วย “เขาเล่นฟุตบอลของจริง สไตล์ของเขาเป็นที่จดจำไปทั่วโลก เขาจะลงเล่นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ซึ่งนี่แหละคือแก่นแท้ของฟุตบอล”

พวกเขากล่าวว่า....

ในเกมที่ บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ ดินาโม ซาเกร็บไป 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เป็ป กวาร์ดิโอลา ถึงกับออกปากชมแข้งรายนี้ว่ามีความสามารถที่พิเศษมากๆ และเขารู้ได้ทันทีว่าปยาซ่าจะต้องมีอนาคตที่สดใสรออยู่

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

หลังจากที่หลายๆ ทีมในยุโรปอย่างอินเตอร์,​ มิลาน, ฟิออเรนตินา และ ยูเวสตุสต่างจับตาดูสถานการณ์ของเขาอย่างใกล้ชิด รวมถึง ลิเวอร์พูลที่มีรายงานว่าเข้าร่วมศึกชิงลายเซ็นของกับเขาด้วย เจ้าตัวก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับยูเวนตุสเป็นระยะเวลา 5 ปี ด้วยค่าตัว 23 ล้านยูโร

ปยาซ่าคือนักเตะพรสวรรค์สูงคนหนึ่งที่ยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก ดังนั้นสโมสรใดที่ได้ตัวเขาไปร่วมทัพก็เหมือนได้เพชรเม็ดงามไปครอบครองนั่นเอง