มาติเยอ ฟลามินี่ : เริ่มนับถอยหลังกับปืนใหญ่

ตัวเก๋าอย่าง มาติเยอ ฟลามินี่ ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ แต่ Robert O’Connor คิดว่า เวลาของเขาในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อาจจะเหลืออีกไม่นาน…

เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่ อาร์แซน เวงเกอร์ พยายามหาตัวแทนของ อดีตยอดกัปตันลูกรัก(ปัจจุบัน คนไม่รู้จัก) อย่าง ปาทริค วิเอร่า ก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จในปีที่แล้ว กับ ฟรองซิส โกเกอแล็ง

ทว่า หลังจากที่ กองกลางดาวรุ่ง บาดเจ็บหนักในเกมกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ทำให้ เวงเกอร์ ต้องใช้งาน มาติเยอ ฟลามินี่ มาตลอด ทั้งยังไม่คิดจะซื้อใครเข้ามาเสริมในช่วงตลาดนักเตะที่ผ่านมา

และ FFT เชื่อว่า การตัดสินใจนี้ อาจจะส่งผลต่อผลงานทั้งฤดูกาลของพวกเขา เพราะที่ผ่านมา ฟลามินี่ ทำตัวเป็นจุดอ่อนมากกว่าจุดแข็ง…

เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ

สัญญาของ ฟลามินี่ กำลังจะหมดลงหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ และหลายฝ่ายเชื่อว่า อดีตกองกลางเอซี มิลาน จะไม่ได้รับการขยายสัญญาออกไปค่อนข้างแน่

โดยตลอดช่วงที่ โกเกอแล็ง ได้รับบาดเจ็บนั้น ฟลามินี่ ได้รับโอกาสในการเล่นแทนตำแหน่งของ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส เคียงข้าง แอรอน แรมซี่ย์ พร้อมกับทำผลงานได้ขึ้นๆลงๆตลอด

ในวัย 31 ปี ฟลามินี่ นั้นมีแต่จะถดถอยลงในทุกด้านๆ

อย่างในเกมกับ บอร์นมัธ นั้น ฟลามินี่ เกือบจะโดนไล่ออกตั้งแต่ต้นเกม หลังเสียบสองเท้าใส่ แดน กอสลิ่ง อย่างน่าเกลียด ทั้งยังต้องตัดเกมหนักๆใส่เจ้าถิ่นหลายครั้ง เพราะว่า ตามเกมไม่ทัน

ปัญหาหลักของเขา คือ ความเร็วที่ลดลงตามกาลเวลา

ใน วัย 31 ปี ฟลามินี่ นั้นมีแต่จะถดถอยลงในทุกด้านๆ และนั่นทำให้ผลงานของเขาในเกมกับ “เดอะ เชอร์รีส์” ออกมาไม่ดี จนแฟนๆพากันด่า โดยครึ่งแรกนั้น อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส สกัดบอลได้เพียงครั้งเดียว ทั้งยังแย่งบอลได้อีกหนึ่งครั้ง

ปลอดภัยเกิน

ปัญหาของ ฟลามินี่ คือ เขามักจะเล่นแบบปลอดภัยจนเกินไป

อีกหนึ่งปัญหาของ ฟลามินี่ คือ เขามักจะเล่นแบบปลอดภัยจนเกินไป

อย่าง จังหวะหนึ่งในเกมกับ บอร์นมัธ ที่แม้ตอนนั้น “ปืนใหญ่” จะนำอยู่ 2-0  แต่เมื่อ ฟลามินี่ ได้บอลในจังหวะสวนกลับ และข้างหน้ามีผู้เล่นเจ้าถิ่นเพียงสองคน ทว่า ดาวเตะที่ย้ายมาร่วมทีมรอบสอง กลับเลือกที่จะดึงช้า พร้อมกับคืนหลังไปใหม่

และจากหลายๆเกมที่ผ่าน มา เราจะพบว่า ฟลามินี่ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกวันนี้ สาวก “เดอะ กูนเนอร์” แทบจะไม่เห็นการขึ้นเกมสวยๆจาก อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศส

ฟลามินี่ ทำได้เพียงแตะบอลและจ่ายบอลง่ายๆเท่านั้น

ที่สำคัญก็คือ เขามักจะจ่ายบอลคืนหลังมากกว่าจะผ่านบอลขึ้นหน้าด้วยซ้ำ อย่างเกมกับ “เดอะ เชอร์รีส์” ฟลามินี่ จ่ายบอลทั้งหมด 47 ครั้ง แต่มีเพียงไม่ถึงครึ่งที่เป็นการผ่านบอลขึ้นหน้า โดยส่วนใหญ่นั้น เขาจะจ่ายบอลคืนหลังให้เพื่อนร่วมชาติอย่าง โลร็องต์ กอสเซียลนี(9 ครั้ง)

ในทางกลับกัน ฟลามินี่ กลับได้รับบอลจากแผงหลังสี่คนของ อาร์เซนอล เพียง 4 ครั้งเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่า เพื่อนร่วมทีมต่างรู้ดีว่า พวกเขาสามารถส่งบอลให้กับ ดาวเตะอย่าง เมซุต โอซิล หรือ อเล็กซิส ชานเซส ได้เร็วกว่าส่งให้ กองกลางอย่าง ฟลามินี่ ค่อยๆตั้งเกมขึ้นไป

ยังไม่สิ้นลายทั้งหมด

อดีตดาวเตะมิลาน เหมาคนเดียวสองประตู พาทีมผ่านเข้ารอบได้

แน่นอนว่า ฟลามินี่ ยังไม่เข้าขั้นไร้ประโยชน์ซะทีเดียว เพราะอย่าง ประตูแรกนั้น อดีตเด็กฝึกมาร์กเซย์ ก็มีส่วนร่วมเล็กกับประตูของทีมเช่นกัน

โดย ฟลามินี่ รับบอลจาก โอซิล ก่อนที่เขาจะลากขึ้นไปทางขวา พร้อมกับจ่ายเข้ากลางให้ เอคตอร์ เบเยริน โยนเข้าไปให้ แรมซี่ย์ โหม่งตั้งให้ โอซิล ซัดเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

หรือจะย้อนอดีตไปเมื่อ ปีที่แล้ว ฟลามินี่ ก็ยังเป็นฮีโร่พาทีมเชือด สเปอร์ส ในเกมลีก คัพ อีกด้วย โดยเกมนั้น อดีตดาวเตะมิลาน เหมาคนเดียวสองประตู พาทีมผ่านเข้ารอบได้ ซึ่งนั่นบอกได้เลยว่า ฟลามินี่ ยังมีของเหลืออยู่

ทว่า อย่างที่บอกไปว่า เขาจำเป็นต้องปรับปรุงในเรื่องต่างๆอีก หากหวังที่จะค้าแข้งต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หรือ ที่ใดก็ตาม

“ก๊อก” กลับมาแล้ว

แม้มันอาจจะดูใจร้ายกับ ฟลามินี่ ไปหน่อย ที่ต้องเสียตำแหน่งทันที หลังจากที่ โกเกอแล็ง กลับมา

ข่าวดีของ เวงเกอร์ และ “เดอะ กูนเนอร์” คือ ฟรองซิส โกเกอแล็ง ได้กลับมาลงสนามครั้งแรกในรอบสามเดือนแล้ว โดย ดาวรุ่งเลือดเฟรนช์ ลงสนามแทน อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในช่วง 25 นาทีสุดท้ายของเกม

และ น่าจะมีโอกาสลงสนามในสุดสัปดาห์นี้ กับ เกมชี้ชะตาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของพวกเขากับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถึงตรงนี้ ต้องอยู่ที่ เวนเกอร์ แล้วว่า จะเลือกใช้ ฟลามินี่ หรือ โกเกอแล็ง ในเกมสำคัญที่สุดของฤดูกาล

ฟลามินี่ อยู่กับ เวงเกอร์ มานานถึง 7 ซีซั่น(รวมทั้งสองครั้ง)

แม้มันอาจจะดูใจร้ายกับ ฟลามินี่ ไปหน่อย ที่ต้องเสียตำแหน่งทันที หลังจากที่ โกเกอแล็ง กลับมา ทว่าอย่างที่เรียนไปว่านี่คือ เกมสำคัญแห่งซีซั่นที่ เวงเกอร์ จะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

อีกทั้งเมื่อมองดูไปที่แนวรุกของ “จิ้งจอกสยาม” ที่อุดมไปด้วยตัวความเร็วสูงและขยันอย่าง เจมี่ วาร์ดี้, ริชาร์ด มาห์เรซ และ ชินจิ โอกาซากิ เพียงเท่านี้ เราคงรู้คำตอบว่า ใครเหมาะสมกันกว่ากัน

เพราะฉะนั้น เชื่อได้เลยว่า ขงเบ้งชาวฝรั่งเศส คงมีคำตอบอยู่ในใจเหมือนกัน

เพียงแต่ว่า ตัวที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา จะดีกว่า ตัวเก๋าที่แก่ลงทุกวัน จริงๆหรือเปล่า?

คำตอบนี้เตรียมเฉลยได้ในวันอาทิตย์นี้แน่นอน..

Arsenal vs Leicester LIVE ANALYSIS with Stats Zone

More features every day on FFT.comAnalysis

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android