"มังกรไฟ" ผู้ (เกือบ) ยิ่งใหญ่ครองแชมป์เอเชียประวัติศาสตร์ เมื่อปี 2003

ก่อนศึกชิงดำ เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกส์ นัดที่ 2 ระหว่าง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ กับ อัล อาห์ลี จะดวลกันในสุดสัปดาห์นี้ พอล วิลเลียมส์ คอลัมนิสต์ผู้ช่ำชองฟุตบอลเอเชียจะพาคุณย้อนความหลังถึงอดีตซึ่งครั้งหนึ่งยอดทีมจากไทยที่เกือบได้แชมป์รายการนี้

อัล ไอน์ ทีมดังแห่งยูเออี อยู่ในทำเนียบแชมป์สโมสรเอเชีย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2002-03 แต่กว่าจะได้ครองตำแหน่งเจ้าเอเชียในปีนั้น พวกเขาพบกับงานหนักเพราะคู่ต่อกรในรอบชิงปีนั้นคือ บีอีซี เทโรศาสน ยอดทีมของไทยในยุคนั้น

“นั่นคือการลงเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งแรกของ บีอีซี เทโรฯ แต่เป้าหมายของเราคือการผ่านเข้ารอบต่อไป เทโรฯ ไม่ใช่ทีมใหญ่เมื่อเทียบกับทีมร่วมกลุ่มอื่นๆ อีกทั้งทุกทีมที่ลงเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ล้วนแต่เป็นทีมใหญ่ และแข็งแกร่งกว่าเราทั้งนั้น” โค้ชแต๊กให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนกันยายนปี 2013

รูปแบบการแข่งขันของสโมสรชิงแชมป์เอเชียในครั้งนั้น แตกต่างกับยุคปัจจุบันตรงที่เกมในรอบแบ่งกลุ่ม ทุกแมตช์จะจัดดวลแข้งที่สนามแห่งเดียวกัน  และกรุงเทพมหานครได้รับเลือกให้เป็น 1 ในเมืองเจ้าภาพ โดยใช้สนามศุภชลาศัยเป็นสังเวียนแข้งในกลุ่ม A ซึ่งมีเพื่อนร่วมสายประกอบด้วย แตจอน ซิติเซน จากเกาหลีใต้  เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว จากจีน และ คาชิมา อันท์เลอร์ส ทีมแกร่งจากญี่ปุ่น

เทิดศักดิ์ ใจมั่น อดีตมิดฟิลด์ บีอีซี เทโรฯ ซึ่งปัจจุบันยังค้าแข้งกับ ชลบุรี เอฟซี ให้สัมภาษณ์กับ FFT ถึงการได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลว่าเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ซึ่งกองเชียร์เองก็มีส่วนสำคัญที่ผลักดันทีมจนประสบความสำเร็จในปีนั้น

เกมแรกในกลุ่ม A ของ “มังกรไฟ” พบกับ คาชิมา แอนท์เลอร์ส ยอดทีมจากญี่ปุ่น ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 1 หมื่นคนที่สนามศุภชลาศัย เกมนั้น บีอีซี เทโรฯ  ตกเป็นรองแต่ก็ตามตีเสมอได้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา จากประตูของ วุฒิยา หยองเอ็น นาที 76 และ 90 ประเดิมเก็บ 1 แต้มสำคัญจากเกมแรก

หลังจากนั้น “เดอะ ไฟเออร์ดราก้อน” โชว์ฟอร์มสุดสะเด่าด้วยการชนะ แตจอน ซิติเซน 2-0 จากประตูของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น และ ปณัย คงประพันธ์ ดาวรุ่งวัยเพียงแค่ 19 ปี ผ่าน 2 นัด เทโรฯ มี 4 คะแนน

BEC Tero's Worrawut Srimaka (right) during the AFC Champions League final

เกมสำคัญในนัดสุดท้ายของกลุ่ม บีอีซี เทโรฯ พบกับ เซียงไฮ้ เสิ่นหัว ซึ่งเป็นการลงเล่นนัดที่ 3 ในรอบ 5 วัน ทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะเพื่อคว้าแชมป์กลุ่มเพราะรูปแบบในครั้งนั้นมีแค่ 16 ทีมที่เข้าร่วม แบ่งเป็น 4 สาย และทีมแชมป์กลุ่มเท่านั้นที่จะผ่านเข้ารอบตัดเชือก

“โค้ชแต๊ก” ตำนานกุนซือเมืองไทยยอมรับว่า “เป็นงานที่หนักมากที่เราต้องเล่น 3 เกมใน 5 วัน อีกทั้งเรารู้ว่าฟอร์มโดยรวมเป็นรองคู่แข่งในสาย ที่สำคัญคือเรายังไม่มีประสบการณ์ในรายการนี้  แต่สิ่งสำคัญคือ เทโรฯ พยายามเล่นในระบบตามแท็คติกที่ทีมฝึกซ้อมมา”

แม้ก่อนลงสนาม เทโรฯ จะเป็นรอง แต่ “มังกรไฟ” ได้ประตูออกนำก่อนนาทีที่ 27 จาก จตุพงศ์ ทองสุข ที่วอลเลย์เข้าไปอย่างสุดสวย ก่อนที่ ซาอูล มาร์ติเนซ ศูนย์หน้าจากฮอนดูรัส จะยิงตีเสมอให้ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ในนาทีที่ 58   แต่แล้วก่อนจบเกมแค่ 5 นาที เทิดศักดิ์ ใจมั่น สวมบทฮีโร่ยิงประตูชัยให้ บีอีซี เทโรฯ แซงชนะ 2-1 คว้าแชมป์กลุ่มพร้อมกับผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแบบเหลือเชื่อ

กองกลางวัย 42 ปีเล่าผลงานกับอดีตต้นสังกัดว่า “เงื่อนไขเกมนี้คือเราต้องชนะเท่านั้น เพื่อการผ่านเข้ารอบต่อไป แต่หากเสมอเราจะตกรอบทันที ส่วนประตูชัยที่ทำได้วันนั้น เขาได้ยินเพื่อนร่วมทีมเรียกบอล แต่จังหวะเกมมันเปิดโอกาสให้เขาได้ลากบอลเข้าไป  ผมเหลือบเห็นผู้รักษาประตูยืนตำแหน่งไม่ดี จึงตัดสินใจยิง และก็โชคดีที่จังหวะนั้นเป็นประตู”