มังกร(ไม่)ซ่อนลาย: เจาะแทคติกที่ทำให้เทพนิยายเวลส์ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

เบน คลาร์ก คอลัมนิสต์ของเราให้เหตุผลที่ ทีมชาติเวลส์ สามารถเอาชนะทีมอันดับ 2 ของโลก จนผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ  

ปัญหาใหญ่ของทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ก็คือการที่ 2 กองหลังตัวเก่งอย่าง แยน แฟร์ทองเกน และ โธมัส แฟร์มาเลน จะพลาดการลงสนามในนัดนี้เนื่องจากได้รับบาดเจ็บและติดโทษแบน ขณะเดียวกันในแดนกลาง ยานนิค แฟร์เรยร่า การ์ราสโก้ ได้รับโอกาสออกสตาร์ทแทนที่ของดรีส์ เมอร์เทน ด้านขุนพล “มังกรแดง” เปลี่ยนผู้เล่นเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น คือ ฮัล ร็อบสัน-คานู ลงมาแทนที่ของ แซม โวคส์ กองหน้าของทีมที่ต้องดูเพื่อนๆ เล่นไปก่อน

ถึงแม้ว่าทีมชาติเบลเยี่ยมจะรั้งอันดับ 2 ของโลกอยู่ในขณะนี้ ทว่าจากเกมเมื่อคืนนี้ ต้องยอมรับว่า เวลส์ไม่ได้ฟลุ๊คเอาชนะมาได้ เพราะหลังจาก 20 นาทีแรกที่เกมเป็นของเบลเยี่ยม ทัพมังกรแดงก็เล่นได้เหนือกว่าตลอดทั้งเกม ดังนั้นจึงทำให้เวลส์สมควรที่จะได้รับตั๋วสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย ซึ่งพวกเขาก็ทำได้จริงๆ

แกเร็ธ เบล

เบลดูเหมือนจะทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ในเกมรุก แต่นั่นก็เพราะเขาลงมาช่วยเกมรับบ่อยๆ ซึ่งตรงนี้ก็สมควรจะยกเครดิตให้กับเจ้าตัว

ก่อนการลงสนามทุกๆ ครั้ง เบลมักจะพูดบ่อยๆ ว่า เขาไม่ต้องการการแรงกระตุ้นอะไรทั้งนั้น  เพราะแค่การได้ธงรับใช้ชาติ มันก็ทำให้เขายอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีมแล้ว

สำหรับในตอนนี้ สตาร์ตัวเก่งของทัพมังกรแดงคงจะกำลังเตรียมความพร้อมในการเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมทีมอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่จะต้องเจอกันในรอบต่อไป ซึ่งดูแล้วฟอร์มการเล่นของเบล ดูจะเหนือกว่าโรนัลโด้อีกด้วย

ในเกมกับเบลเยี่ยมเมื่อคืนนี้ เบลอาจจะไม่ได้ใช้ความสามารถของเขาฉีกแนวรับคู่แข่งเป็นชิ้นๆ หรือ ยิงประตูชัยให้กับทีม เขาดูเหมือนจะทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ในเกมรุก แต่นั่นก็เพราะเขาลงมาช่วยเกมรับบ่อยๆ ซึ่งตรงนี้ก็สมควรจะยกเครดิตให้กับเจ้าตัว

เบลทำสถิติเป็นนักเตะที่แย่งบอลคืนสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของเหล่ามังกรแดง อีกทั้งยังเข้าปะทะสำเร็จทุกครั้ง (4 ครั้ง) ซึ่งมีเพียง เจสัน เดนาเยอร์ นักเตะของเบลเยี่ยมที่ทำได้เท่าเขา

สถิติเหล่านี้อาจจะนำไปเทียบกับของโรนัลโด้ไม่ได้ เนื่องจากปีกชาวโปรตุกีสรายนี้คงไม่ได้เล่นเกมรับแบบเบลอย่างแน่นอน เรามักจะเห็นเบลขยันลงไปช่วยทีมเล่นเกมรับอยู่ตลอด ซึ่งเราแทบไม่เห็นจากสตาร์ทีมฝอยทองเลย 

แผนที่ใช่

หากยังจำกันได้ ในเกมที่เบลเยี่ยมพบกับอิตาลี พวกเขามีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการจัดการกับคู่แข่งในวันนั้น ซึ่งจำได้มั้ยว่าวันนั้น ทัพอัซซูรี่ใช้แผนอะไร?

ในค่ำคืนนั้น เกมรับของเบลเยี่ยมไม่สามารถรับมือกับอิตาลีได้เลย แถมภาพรวมของทีมยังเรียกได้ว่าไม่เอาอ่าวเลยอีกด้วย ทว่าบางคนก็บอกว่า จริงๆ แล้วเกมรับของพวกเขานั้น แข็งแกร่งพอสมควร ทว่าพวกเขากำลังเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงาน ซึ่งเวลส์ก็อาศัยตรงจุดนี้ในการส่งพวกเขากลับบ้าน

แทคติกเล่นริมเส้น ของ คริส โคลแมน กุนซือคนเก่งของเวลส์ ดูจะเป็นอาวุธร้ายที่ใช้ทำลายปีศาจแดงแห่งยุโรป เพราะยามที่แข้งเวลส์เปิดเกมรุกทางริมเส้น มันทำให้แผงหลังของคู่แข่งต้องถ่างออกมาป้องกัน จนตรงกลางสนามมีพื้นที่มากขึ้น แน่นอนทัพมังกรแดงก็ใช้ลูกครอสเล่นงานตรงจุดนี้ จนเบลเยี่ยมต้องเคลียร์บอลทิ้งหลายๆ หน

เวลส์ได้ประตูทั้ง 3 ลูกมาจากลูกเปิดจากด้านข้าง (1 ในนั้นมาจากเตะมุม) ในขณะที่เกมกับอิตาลี พวกเขาก็พังประตูเบลเยี่ยมได้จากลูกครอสเช่นกัน คุณคิดว่ามันบังเอิญมั้ย? ผมว่าไม่ใช่นะ

เป็นรองตลอด 

กลับมาที่เกมเมื่อคืนนี้ ทัพมังกรแดงกลับมาเป็นฝ่ายทีมรองอีกครั้ง

การมาเล่นยูโร 2016 ครั้งนี้ หลายๆ คนคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้ด้วยซ้ำซึ่งถึงแม้ว่าจะมีโควต้าเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดด้วย แต่ทัพมังกรแดงก็ไม่ได้อยู่ในข่ายของทีมที่น่าจะเข้ารอบอยู่ดี

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของเวลส์กลับเปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาพบกับไอร์แลนด์เหนือในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เนื่องจากพวกเขากลายเป็นทีมที่เหนือกว่า ทำให้ไอร์แลนด์เหนือเล่นเกมของตัวเองได้โดยไม่ต้องกดดันอะไร กลับกันกับเวลส์ที่ถูกยกให้เป็นทีมน่าจะเอาชนะได้ กลับกดดันจนทำให้รูปเกมของไอร์แลนด์เหนือดีกว่าและเกือบจะชนะได้ด้วยซ้ำ ถ้าหาก แกเร็ธ แม็คออลีย์ ไม่สะกัดลูกเปิดของเบลเข้าประตูตัวเองไปในช่วงท้ายเกม

Wales thrive with an underdog status

กลับมาที่เกมเมื่อคืนนี้ ทัพมังกรแดงกลับมาเป็นฝ่ายทีมรองอีกครั้ง ทำให้ความกดดันทั้งหมดตกไปอยู่กับเบลเยี่ยมผู้ที่ได้รับการคาดหวังไว้สูงว่าจะผ่านเข้ารอบได้ ทว่าทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปกลับทำให้หลายๆ คนผิดหวัง

ในรอบต่อไป คู่แขงของทัพมังกรแดงคือทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาจะได้ตกเป็นทีมรองอีกครั้ง  และแน่นอน อีกหนึ่งเรื่องที่แฟนบอลทุกคนน่าจะจับตามอง ก็คือการโคจรมาพบกันของ 2 ตัวรุกที่เก่งกาจที่สุดในโลกอย่าง เบล และ โรนัลโด้ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ โคลแมน มีหน้าที่เพียงแค่ทำให้แน่ใจก็พอ ว่าลูกทีมของเขาจะได้เป็นทีมรองตลอดทั้งการแข่งขัน

อารอน แรมซีย์

กองกลางจากอาร์เซนอลรายนี้กำลังจะพลาดโอกาสฟาดแข้งกับทีมชาติโปรตุเกสในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ซึ่งมันคงจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเวลส์อย่างมาก เพราะเห็นได้ชัดว่าแรมซีย์มีความสำคัญอย่างมากต่อทัพมังกรแดงในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยเฉพาะเกมเมื่อคืนนี้ที่เจ้าตัวสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมถึง 6 ครั้ง ซึ่ง 2 จาก 6 ครั้งนั้นกลายเป็นประตู ขณะที่แข้งเบลเยี่ยมทั้งทีมสร้างโอกาสได้รวมกันเพียงแค่ 11 ครั้งเท่านั้น

ดังนั้นในเกมต่อไป ความคาดหวังของทุกๆ คนคงจะไปตกอยู่ที่เบลและบรรดากองกลางคนอื่นๆ ที่ปั้นเกมแทนที่ของแรมซีย์ซึ่งมีความสำคัญต่อทีมมากพอๆ กับตัวรุกของเรอัล มาดริดเลยก็ว่าได้