มันสมองของลีกล่าง: 10 กุนซือฝีมือดีผู้คลุกฝุ่นลีกรากหญ้า

นี่คือสัปดาห์ที่ FFT จะเชิดชูผลงานของผู้จัดการทีม และนี่คือรายชื่อบรรดาผู้จัดการทีมฝีมือดีที่สุดที่อยู่ในลีกล่างของอังกฤษ ตามทรรศนะของ ไมค์ โฮลเด้น

1. ราฟา เบนิเตซ (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)

นับตั้งแต่ที่ ไบรอัน คลัฟ ลงมาคุมทีมระดับดิวิชั่น 2 ก็ไม่มีผู้จัดการทีมดีกรีระดับนี้มาอีกเลย ซึ่งสำหรับบางคนแล้ว การที่เราเอากุนซือชาวสแปนิชขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมแรกในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ดูจะเป็นเรื่องที่โอเวอร์เกินไปหน่อย แต่ถ้าได้ติดตามผลงานของเขาตั้งแต่ปี 2000 กับทั้งบาเลนเซียและลิเวอร์พูล ก็ทำให้เขาอยู่เหนือกว่ากุนซือระดับฮอลล์ ออฟ เฟม ของลีกพระรองอังกฤษอย่าง เควิน คีแกน, แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ และ สตีฟ คอปเปลล์ เสียอีก

กราฟชีวิตของราฟาจะดิ่งลงเรื่อยๆนับตั้งแต่ออกจากถิ่นแอนฟิลด์เมื่อปี 2010 แม้จะได้คุมทีมยักษ์ใหญ่อย่างอินเตอร์, เชลซี, นาโปลี และเรอัล มาดริด แต่ก็โดนยี้จนต้องระเห็จมาอยู่เซนต์ เจมส์ พาร์ค โดยกุนซือวัย 56 ปีต้องการที่จะกลับไปคุมทีมใหญ่ในอนาคต นั่นทำให้เจ้าตัวตอบตกลงรับความท้าทายนี้เพื่อแสดงความมั่นใจในฝีมือตัวเองว่าจะสามารถสร้างมรดกที่นี่ได้

Newcastle United's Rafa Benitez

เบนิตเตซ: "ฉันมาทำอะไรที่นี่?"

2. ไนเจล เพียร์สัน (ดาร์บี้ เคาน์ตี้)

ไม่ว่าเขาจะตั้งใจพักยาว 1 ปีหรือไม่ แต่มันก็เป็นความฉลาดพอของเพียร์สันที่จะรอให้เลสเตอร์คว้าแชมป์ก่อนที่จะตัดสินใจคุมทีมต่อไป และตอนนี้เขาก็กลับคืนสู่วงการด้วยการมีต้นทุนสูงกว่าที่เคยมีมา เพราะทั่วโลกต่างก็จดจำผลงานของเขาในฐานะที่เป็นคนวางพื้นฐานให้เลสเตอร์ไปเรียบร้อยแล้ว

แม้เจ้าตัวจะไม่ได้เป็นคนนำนักเตะเข้ามาสู่รั้วคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม มาด้วยตัวเอง แต่ก็ได้รับเครดิตอย่างมากจากรากฐานอันแข็งแกร่งจนทำให้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ รู้สึกประทับใจทันที่มาถึง ซึ่งรากฐานดังกล่าวได้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่คราวที่จิ้งจอกสยามคว้าแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2014 เพียร์สันอาจจะไม่มีบุคลิกที่โดดเด่นหรือเป็นมิตรกับสื่อ แต่เขาก็เป็นคนวางระบบได้อย่างแข็งแกร่งและพาทีมมีลุ้นเลื่อนชั้นในทุกที่ๆเขาไป

Derby County's Nigel Pearson

เพียร์สันมีความรู้ในการพาทีมเลื่อนชั้นเป็นอย่างดี

3. คริส ฮิวจ์ตัน (ไบรท์ตัน)

การที่ไบรท์ตันอดเลื่อนชั้นเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้จริงๆเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นใบแดงอันน่ากังขาของ เดล สตีเฟ่นส์ ในนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่บ้านของมิดเดิ้ลสโบรช์ บวกกับอาการบาดเจ็บที่เยอะจนน่าพิศวงในเกมเพลย์ออฟรอบรองชนะเลิศกับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ อย่างไรก็ตามโดยรวมมันก็ถือเป็นฤดูกาลที่สามารถกู้ชื่อกลับมาได้อีกครั้งสำหรับฮิวจ์ตัน ด้วยฟอร์มอันแข็งแกร่งตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเมษายน ทำให้ความข้อกังขาในฝีมือสมัยที่คุมนอริชถูกสลัดไปจนหมดสิ้น

 โดยความสามารถในการจัดการกับวิกฤติการณ์ต่างๆด้วยฝีมือของเขาเป็นที่น่าประทับใจมาตั้งแต่สมัยคุมนิวคาสเซิล (ที่พาทีมเป็นแชมป์เดอะ แชมเเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2010) และเบอร์มิ่งแฮม (ที่เข้าถึงรอบเพลย์ออฟในอีก 2 ปีถัดมา) ทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าฮิวจ์ตันจะมีอนาคตที่สดใสในการคุมทีมไปอีกหลายปี

Brighton manager Chris Hughton

ฮิวจ์ตันพร้อมกู้ชื่อขึ้นมาอีกครั้ง

4. แกรี่ โรเว็ตต์ (เบอร์มิงแฮม)

แม้โรเว็ตต์จะยังไม่ได้ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นตัวท็อปอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงความสามารถในการคุมทีมที่มีทรัพยากรจำกัด จนทำให้ได้รับการยอมรับนับถือจากแฟนบอลฝั่งตรงข้าม (ยกเว้นวิลล่า พาร์ค ไว้สักที่นึง) 

โดยอดีตบิ๊กบอสเบอร์ตันมักจะให้สัมภาษณ์หลังเกมแบบวิเคราะห์เจาะลึกในทุกๆเกม ซึ่งมันอาจฟังดูเป็นเหตุผลแปลกๆในการให้ค่ากุนซือรายนี้ แต่มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ที่ใครสักคนจะมาวิเคราะห์แทคติกเชิงลึกเพื่อหาทางเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เป็นประจำทุกสัปดาห์อย่างเขา

Birmingham's Gary Rowett

โรเว็ตต์คือกุนซือผู้รอบรู้เรื่องแทคติก

5. มิค แม็คคาร์ธีย์ (อิปสวิช)

ฤดูกาล 2015/16 อาจเป็นฤดูกาลที่ผิดพลาดฤดูกาลหนึ่งสำหรับ มิค แม็คคาร์ธี่ย์​ แม้ว่าเจ้าตัวพยายามจะเล่นฟุตบอลเกมรุกมากขึ้นในถิ่นพอร์ทแมน โร้ด แต่ก็สูญเสียเกมรับอันเป็นเอกลักษณ์ไป มันเป็นการคำนวณที่ผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักสำหรับเขา 

แต่ถึงอย่างนั้นการจบด้วยอันดับ 7 ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอิปสวิชในรอบทศวรรษเลยทีเดียว ซึ่งการคุมทีมของแม็คคาร์ธีย์ในระดับแชมเปี้ยนชิพ 8 ฤดูกาลหลังสุด เขาเก็บได้เฉลี่ย 78 แต้ม พร้อมกับคว้าแชมป์สองสมัยและเข้ารอบเพลย์ออฟอีก 3 ครั้ง ซึ่งมันคือมาตรฐานที่เขาสมควรได้รับการยกย่อง ขอเพียงแค่ไม่ซ้ำรอยซีซั่นที่แล้วเป็นพอ

หน้าถัดไปเป็น 2  อดีตนักเตะเชลซีอย่างฮัสเซลเบงค์และดิ มัตเตโอ

Ipswich manager Mick McCarthy

แม็คคาร์ธีย์ผู้เชี่ยวชาญเดอะ แชมเปี้ยนชิพ