Analysis

มันสมองของลีกล่าง: 10 กุนซือฝีมือดีผู้คลุกฝุ่นลีกรากหญ้า

We are part of The Trust Project What is it?

6. จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ (คิวพีอาร์)

แม้การเลื่อนชั้นสองปีติดของเบอร์ตันจะไม่ใช่ผลงานของกุนซือชาวดัตช์แมนทั้งหมด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไนเจล คลัฟ รับมรดกทีมมาจากเขาจนได้ขึ้นมาอยู่บนเดอะ แชมเปี้ยนชิพ สำหรับฮัสเซลเบงค์แล้ว มันคืองานที่เป็นทางผ่านมากกว่าที่จะเป็นตัวทดสอบความสามารถของเขา

แม้ผลงานของเขากับคิวพีอาร์จะยังไม่เข้าตาแต่ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นทีละน้อยในถิ่นลอฟตัส โร้ด ซึ่งเกมเพรสซิ่งที่ใช้พลังงานสูงอย่างเขาต้องอาศัยความอึดเป็นสำคัญ และเรนเจอร์สก็ไม่เสียประตูในช่วง 70 นาทีแรกได้ถึง 14 จาก 27 เกมภายใต้การคุมทีมของเขา ซึ่งคาดว่าคลีนชีตน่าจะมาถึงในการคุมทีมฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวของเขา

QPR's Jimmy Floyd Hasselbaink

ฮัสเซลเบงค์พยายามจะไปสู่ระดับที่สูงกว่าเสมอ

7. คีธ ฮิลล์ (รอชเดล)

ความสำเร็จในสนามบ่อยครั้งก็ขึ้นอยู่กับการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม และฮิลล์ก็เป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองที่รอชเดล ด้วยขุนพลพลังหนุ่มที่คงไม่สามารถจะได้รับโอกาสจากที่ไหนอื่นได้อย่างนี้อีกแล้ว บุคลิกที่เข้มแข็งไม่สำคัญสำหรับเขา ฝีเท้าและความกระหายต่างหากที่ฮิลล์ต้องการ

และนี่ก็คือทีมที่เพิ่งจบฤดูกาลด้วยอันดับครึ่งบนของตารางเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ทั้งที่เป็นทีมที่มีงบประมาณน้อยที่สุดในลีกวันด้วยการเล่นฟุตบอลแบบเท้าสู่เท้า โดยตลอด 6 ฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของฮิลล์ รอชเดลจบฤดูกาลด้วยผลงานที่ดีที่สุดในรอบ 42 ปีถึง 6 จาก 7 ซีซั่นหลังสุด แม้จะไม่มีถ้วยแชมป์มาเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ แต่การได้รับการยอมรับเช่นนี้ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีไม่น้อย

Rochdale's Keith Hill

ฮิลล์พารอชเดลประสบความสำเร็จเกินคาด

8. อเล็กซ์ นีล (นอริช)

มีหลายคนพูดกันว่าความประทับใจแรกจะติดอยู่ในใจไปตลอด และนั่นก็เกิดขึ้นกับ อเล็กซ์ นีล โดยอดีตกุนซือฮามิลตันคุมทีมนอริชแค่ 25 นัดเท่านั้นแต่กลับช่วยให้ต้นสังกัดเข้าถึงรอบเพลย์ออฟนัดชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งผลงานของเขาถือว่าน่าทึ่งมากเมื่อเก็บชัยได้ถึง 17 เกม เฉลี่ยแล้ว 2.23 คะแนนต่อนัดซึ่งมาจาก 65% ของโอกาสยิงทั้งหมดในเกม (ถือว่าค่าเฉลี่ยสูงกว่าทีมคว้าแชมป์ส่วนใหญ่เสียอีก)

แม้กุนซือวัย 35 ปีจะไม่สามารถพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นในพรีเมียร์ลีกได้ แต่ในอีก 10 เดือนข้างหน้าก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะได้กลับขึ้นไปอีกครั้ง มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะบอกว่าเขาจะสามารถสร้างมาตรฐานได้อย่างที่เขาเคยทำช่วงแรกในถิ่นคาร์โรว์ โร้ด ได้หรือไม่

Norwich City's Alex Neil

ถึงนีลจะพาทีมตกชั้นแต่ยังไม่โดนไล่ออก

9. พอล ทิสเดล (เอ็กเซเตอร์)

ความสำเร็จนั้นมาในหลายรูปแบบ สำหรับสโมสรอย่างเอ็กเซเตอร์นั้น บางครั้งก็ต้องแลกมาด้วยความทะเยอทะยานในสนาม ซึ่งทิสเดลนั้นถือได้ว่าเป็นตัวพ่อแห่งการปรับตัว ไม่มีใครอีกแล้วในลีกที่ต่ำกว่าเดอะ แชมเปี้ยนชิพ จะเปลี่ยนกลยุทธเก่งเท่าเขา ไม่ว่าจะเป็นใน 90 นาทีหรือในระยะยาวก็ตาม

โดยเมื่อฤดูกาลก่อน กุนซือวัย 43 ปีต้องทำให้ลิเวอร์พูลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เหงื่อตกกีบต้องไปรีเพลย์ที่แอนฟิลด์ และซีซั่นก่อนหน้านั้นเขาก็ต้องเสีย แม็ตต์ กริมส์ ศูนย์กลางของทีมไปเพื่อแลกกับเงิน 2 ล้านปอนด์จากสวอนซี ซึ่งเป็นระยะเวลา 3 เดือนหลังจากที่โทษแบนห้ามซื้อขายถูกปลดล็อคไป และตอนนี้เดอะ เกรเซียนส์ ก็กำลังโอเคเลยทีเดียว

Exeter City's Paul Tisdale

ทิสเดลคือจอมแทคติกประจำลีกล่าง

10. โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ (แอสตัน วิลล่า)

ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ไม่เคยมีผู้จัดการทีมที่เคยได้แชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก มาก่อน แต่ตอนนี้กลับมีถึงสองคนด้วยกัน ถึงแม้ว่าดิ มัตเตโอ จะเป็นกุนซือขัดตาทัพตอนที่พาเชลซีเป็นแชมป์ยุโรปเมื่อปี 2012 ก็ตามที ซึ่งหลายคนกล่าวว่าเขามักจะอยู่ถูกที่ถูกเวลามากกว่ามีฝีมือคุมทีมจริงๆ

เพราะตอนที่กุนซือชาวอิตาเลียนเข้ามาแทน โทนี่ โมว์เบรย์ ที่เวสต์บรอมเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2009 เขาได้รับมรดกทีมที่พร้อมจะเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่แล้ว แต่กับวิลล่าตอนนี้ไม่ได้มีทรัพยากรพรั่งพร้อมขนาดนั้น ซึ่งถ้าเจ้าตัวยังสามารถพาทีมมีลุ้นเลื่อนชั้นได้ แน่นอนว่าความสำเร็จที่เขาได้รับที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ นั้นจะไม่ถูกมองว่าบังเอิญอย่างแน่นอน 

Aston Villa's Roberto di Matteo

งานที่แท้จริงของอาร์ดีเอ็มเริ่มต้นที่นี่

ยอดคนสมองเพชร : 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016