มอดลงง่ายๆ...คล้ายถ่านหมด : 10 แข้งเคยร้อนเกินห้ามใจ ก่อนดับอย่างไวก่อนอายุ 30

ว่ากันว่าช่วงเวลาที่พีคที่สุดของนักฟุตบอลนั้นคือช่วงย่างเข้าสู่วัย 30 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่นักเตะมีทั้งพลังกาย, สภาพจิตใจ และความเก๋า แบบครบถ้วน

แต่กลับมีผู้เล่นระดับโลกอีกหลายรายที่ไม่เป็นแบบนั้น เหมือนอย่าง 10 ดาวดังที่ไม่ได้เป็นแบบ 30 ยังแจ๋วเมื่อตอนถึงวัยที่มีเลข 3 นำหน้าอายุของแต่ละคน

ไมเคิล โอเว่น

แจ้งเกิดด้วยการลากครึ่งสนามไปยิงทีมชาติอาร์เจนติน่า ในฟุตบอลโลกปี 1998 ด้วยวัยเพียง 18 ปี และเป็นนักเตะตัวหลักของลิเวอร์พูลทันทีที่มีโอกาสขึ้นชุดใหญ่ คุณสมบัติที่กล่าวมาเกิดขึ้นเจ้าของฉายา "เบบี้โกล" หรือไมเคิล โอเว่น นั่นเอง

โอเว่น ก็แทบไม่เหลือเค้าเดิมของความเป็นดาวยิงความเร็วสูงอีกต่อไป แม้จะมีทักษะการยิงประตูอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่เคยอยู่ในฐานะตัวหลักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอด 2 ปี

เซนต์ไมเคิล ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของหงส์เเดงตั้งแต่ปี 1996 ณ เวลานั้น โอเว่น วัยแค่ 17 ปี ช่วงเวลาดังกล่าวมีเสียงวิจารณ์ว่ากองหน้าร่างจิ๋วและประสบการณ์น้อยเหมาะสมหรือยังสำหรับการแบกความหวังในระดับเดียวกับที่รุ่นพี่อย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เคยทำได้

"โอเว่น พร้อมทุกวินาที เหลือแค่คุณจะส่งเขาลงสนามหรือเปล่าเท่านั้นเอง" สตีฟ ไฮเวย์ อดีตแข้งลิเวอร์พูลกล่าวถึงเรื่องที่ถกกันในเวลานั้น "สำหรับผมเลเล้วเขาโคตรพร้อมถ้าต้องการคำแนะนำล่ะก็ผมจะบอก รอย อีแวนส์(กุนซือของลิเวอร์พูล) ว่า โอเว่น นี่แหละเหมาะกับการเป็น 11 ตัวจริงทที่สุดเเล้ว"

"เขาเร็ว เขาคล่องตัว และอายุอย่างเขาต้องบอกว่าเป็นคุณลักษณ์ที่เหลือเชื่อและหายากยิ่ง นี่คือกองหน้าที่อันตรายที่สุดในอังกฤษ" คาร์ล ไฮนซ์ รีดเล่ เพื่อนร่วมทีมชาวเยอรมันช่วยยืนยันถึงความยอดเยี่ยมของ โอเว่น อีกครั้ง ...ไม่ใช่เพียงแค่คำสัมภาษณ์เท่านั้นที่ โอเว่น ได้รับ ในปี 2001 เขายังคว้ารางวัล บัลลงดอร์ ไปครอง ซึ่งเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่ได้รางวัลนี้อีกด้วย  

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับลิเวอร์พูลด้วยการยิงไป 158 ประตูจากการลงสนาม 297 นัด แต่นั่นก็เเลกกับการลงเล่นแบบหนักหน่วงตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งกลายเป็นเหตุผลทีทำให้บั้นปลายการค้าแข้งของโอเว่น จบลงเเบบไม่สวยนัก...

เรอัล มาดริด ยุค "กาลาติกอส" คว้าตัวเขาไปร่วมทีมเมื่อฤดูกาล 2004-05 แม้ผลงานของ โอเว่น ในวัย 25 ปีจะถูกจัดอยู่เกณฑ์ที่ดี แต่เขาก็ได้ลงเล่นในสเปนเพียงปีเดียวเท่านั้นก่อนจะโดนนิวคาสเซิลทุ่มเงินกลับมาเล่นในอังกฤษอีกครั้งด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิตินักเตะค่าตัวสูงสุดของ สาลิกาดง ในเวลานั้นอีกด้วย

หากเป็นการซื้อหวยคงต้องบอกว่า นิวคาสเซิล เจ๊งไม่เป็นท่า การกรำศึกหนักมาตลอดชีวิตค้าแข้งทำให้ โอเว่น เจ็บออดๆแอดๆทั้งเอ็นหลังหัวเข่า ข้อเท้า และ แฮมสริง เขาลงเล่นให้ นิวคาเซิล เพียง 79 เกมเท่านั้นตลอดระยะเวลา 4 ปี ก่อนที่จะทำให้บอร์ดบริหารและแฟนบอลของสาลิกาดงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจากการปฎิเสธสัญญาฉบับใหม่ที่นิวคาสเซิลยื่นให้และย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบหน้าตาเฉยทั้งๆที่สโมสรคอยดูแลเขามาตลอดในช่วงเวลาที่ โอเว่น ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัว

ช่วงเวลาหลังจากนั้น โอเว่น ก็แทบไม่เหลือเค้าเดิมของความเป็นดาวยิงความเร็วสูงอีกต่อไป แม้จะมีทักษะการยิงประตูอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่เคยอยู่ในฐานะตัวหลักของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอด 2 ปีในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังจากนั้น โอเว่น จึงย้ายไปอยู่กับ สโต๊ค ในช่วงสั้นๆก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดไปแบบเงียบๆต่างจากตอนที่เขาแจ้งเกิดแบบคนละเรื่อง

Pages