มหาเทพกลับมาแล้ว! : ถึงเวลาที่ “เวลเบ็ค” จะเรียกฟอร์มเก่งกู้วิกฤติปืนโต

หัวหอกมหาเทพของทัพปืนใหญ่สามารถคัมแบ็คกลับมาลงสนามได้แล้วหลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งจะสลัดอาการบาดเจ็บ 9 เดือนเต็มไปได้ และแม้ว่าจะไม่มีชื่อไปติดทีมชาติอังกฤษทำศึกในช่วงพักเบรกรอบนี้ แต่อีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้เรียกความฟิตของตัวเองแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกครั้ง 

นับเป็นเวลาเกือบ 12 เดือนที่ทีมชาติอังกฤษเอาชนะทีมชาติเยอรมนีไปได้ 3-2 ที่กรุงเบอร์ลิน ซึ่งในตอนนั้น ผู้ที่ทำประตูชัยให้กับทัพสิงโตคำรามก็คือ เอริค ไดเออร์ แข้งเลือดผู้ดีจากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ขณะที่ในวันพุธที่จะถึงนี้ แกเร็ธ เซาท์เกต กุนซือคนปัจจุบันของทีมชาติอังกฤษ ที่มีคิวจะดวลกับทัพอินทรีเหล็กที่สนาม ซิกนัล ไอดูน่า พาร์ค ก็คงหวังว่าผลการแข่งขันคงจบลงด้วยชัยชนะแบบเดียวกัน

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา แดนนี่ เวลเบ็ค มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษของ รอย ฮอดจ์สัน และได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ซึ่งจริงๆ แล้วในตอนนั้น เขาเพิ่งจะกลับมาคัมแบ็คลงสนามได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น หลังจากที่เจ็บไปตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2015/16 ขณะที่จนถึงตอนนี้ เขาเพิ่งจะได้ออกสตาร์ทให้กับอาร์เซนอลไปแค่ 8 นัดเท่านั้นเอง

เวลาล่วงเลยมา 1 ปี เวลเบ็คยังคงเหมือนเดิม เขาโดนอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าเล่นงานอีกครั้งจนต้องพักยาวถึง 9 เดือนเต็มๆ ก่อนที่จะมาลงสนามได้เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทว่าครั้งนี้ สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ เขาไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษของ เซาท์เกต เหมือนดั่งปีก่อน

โดนเวสต์บรอมเล่นงาน

โชเซ่ มูรินโญ กุนซือใหญ่ของแมนฯ ยู เพิ่งจะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าหากเขาได้เป็นกุนซือของทัพปีศาจแดงในช่วงที่เวลเบ็คยังอยู่กับทีมละก็ ดาวยิงผิวสีรายนี้จะไม่มีวันถูกขายออกไปอย่างแน่นอน โดยนับตั้งแต่เวลเบ็คย้ายมาร่วมจอยแคมป์ปืนโต เขาก็เริ่มโดนอาการบาดเจ็บตามเล่นงานอย่างต่อเนื่อง จนทำให้การได้ออกสตาร์ทเกมพบกับเวสต์บรอมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาของเขานั้น เป็นแค่การลงเป็นตัวจริงครั้งที่ 2 เท่านั้นในลีกของเจ้าตัวฤดูกาลนี้

สถิติน่ารู้

  • อเล็กซิส ซานเชส มีส่วนร่วมกับ 100 ประตูของอาร์เซนอลรวมทุกรายการ (ยิง 64 แอสซิสต์ 36)

หัวหอกรายนี้ถูกจับยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าให้กับทีมที่สนามเดอะฮอร์ธอร์น ซึ่งเขาก็แสดงให้เห็นถึงความขยันและความมุ่งมั่นที่จะทำผลงานให้ดีออกมาให้ทุกคนเห็น โดยเจ้าตัวมีจังหวะที่ไล่กวดบอลจนสุดเส้นหลังก่อนจะสไลด์บอลออกข้างเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นลูกเตะจากประตูครั้งหนึ่ง ซึ่งมันสะท้อนถึงความทุ่มเทของเขาได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม กลับกลายเป็นว่า นั่นเป็นเพียง 1 ใน 2 ครั้งที่เขาได้รับบอลในกรอบเขตโทษของคู่แข่งเท่านั้น

เรียกได้ว่า บทบาทของเขากับทีมนั้นน้อยมากๆ แถมอาร์เซนอลยังมีปัญหาในการสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำให้กับดาวยิงวัย 26 กะรัตรายนี้อีกด้วย โดยทั้งเกม ทีมปืนใหญ่ได้โอกาสยิงแค่ 8 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทั้งๆ ที่ฝั่งเจ้าบ้านได้ครองบอลแค่ 23 เปอร์เซนต์เท่านั้นเอง

เคร็ก ดอว์สัน กองหลังของเดอะแบ็กกี้ส์คือผู้ที่โขกลูกเปิดเตะมุมของ นาเซอร์ ชาดลี่ พาทีมขึ้นนำได้สำเร็จ ซึ่งลูกตั้งเตะคือจุดแข็งของเวสต์บรอมในฤดูกาลนี้ และ อาร์แซน เวนเกอร์ เองก็รู้ดี เขาได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้กับสกายสปอร์ตก่อนเกมว่าต้องระวังเป็นพิเศษ ทว่าดูเหมือนพวกเขาจะยังป้องกันได้ไม่ดีพอ

อย่างไรก็ตาม อีก 3 นาทีต่อมา อเล็กซิส ซานเชส ก็ยังโชว์ความยอดเยี่ยมของตัวเอง ช่วยตีเสมอให้กับทีมจากการรับลูกตักข้ามหัวกองหลังจาก กรานิต ชาก้า ทว่าแม้จะตีเสมอได้เร็ว แต่ดูเหมือนว่า กุนซือชาวเฟรนช์แมนจะยังไม่พอใจเท่าไหร่นักกับผลงานโดยรวมของลูกทีม

ครบ 90 นาที

สำหรับ สามประสานในแดนหน้าของทัพปืนโตนั้นประกอบด้วย ซานเชส, เวลเบ็ค และ ธีโอ วัลค็อตต์ ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นนักเตะความเร็วสูงทั้งหมด ทำให้พวกเขาน่าจะเล่นเกมโต้กลับได้อันตรายและสามารถสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้อย่างอิสระ ทว่าสุดท้ายแล้ว กลับกลายเป็นว่า เวลเบ็คดูจะมีปัญหาในการขยับมายืนริมเส้นบ่อยๆ

โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดของเวลเบ็คนั้น เกิดขึ้นจากจังหวะที่ชาก้า เปิดลูกเตะมุมเข้ามาก่อนที่จะเป็นดาวยิงรายนี้ที่ได้เทคตัวโขกบอลไปชนคานอย่างจัง

ในคืนนั้น เวลเบ็คในอยู่ในสนามครบ 90 นาที ขณะที่ 2 คู่หูของเขาอย่าง วัลค็อตต์ และซานเชส ต่างถูกเปลี่ยนตัวออกไปจนหมด ซึ่งในรายของดาวยิงทีมชาติชิลีนั้น เวนเกอร์ออกมาให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บและจริงๆ ควรถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ช่วงพักครึ่งแล้ว

ด้านฝั่งเจ้าบ้าน ฮาล ร็อบสัน คานู กองหน้าตัวสำรองของเวสต์บรอมก็ได้ส้มหล่นหลังจากที่ลงสนามมาได้แค่ 1 นาทีเท่านั้น โดยเขาได้ยิงจังหวะที่ ดาวิด ออสปิน่า นายทวารของอาร์เซนอลออกมาตัดบอลไปเข้าทางปืนเข้า เรียกได้ว่า เป็นโอกาสที่เวลเบ็คเฝ้ารอมาตลอดทั้งเกมเลยก็ว่าได้

20 นาทีต่อมา ดอว์สันก็มาบวกประตูที่ 2 ให้กับตัวเอง และกลายเป็นประตูที่ทำให้ทีมนำห่างผู้มาเยือนเป็น 3-1 ซึ่งต้องบอกว่า ประตูปิดกล่องของเขานั้น มีความคล้ายคลึงกับประตูแรกมากๆ

สำหรับโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดของเวลเบ็คนั้น เกิดขึ้นจากจังหวะที่ชาก้า เปิดลูกเตะมุมเข้ามาก่อนที่จะเป็นดาวยิงรายนี้ที่ได้เทคตัวโขกบอลไปชนคานอย่างจัง ขณะที่หลังจากนั้น เจ้าตัวก็ถูกจับไปยืนเป็นปีกเนื่องจากเวนเกอร์ส่ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ค้ำเป็นหัวหอกตัวเป้า

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ที่เข้าสู่ช่วงพักเบรคทีมชาติ เวลเบ็คคงจะได้เวลาในการเรียกความฟิตของตัวเองแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยและพยายามเรียกฟอร์มของตัวเองกลับมาให้ได้โดยไม่ต้องพะวงถึงการติดทีมชาติ “อาการบาดเจ็บครั้งที่ 2 มันทำให้ผมผิดหวังมากๆ มันเหมือนกับมีใครบางคนเอาแต่ชกผมตอนที่ผมพยายามจะลุกขึ้นยืนอยู่ตลอด” เจ้าตัวกล่าวกับสกายสปอร์ต ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมา มันอาจจะเป็นเวลาที่น้อยไปเสียหน่อยสำหรับเจ้าตัวที่จะพิสูจน์ตัวเองให้แฟนๆ เห็นว่า เขาสามารถเป็นกองหน้าตัวความหวังของทีมได้เหมือนกัน