มีขึ้นก็มีลง: ตัดเกรดแข้งทีมชาติสิงโตคำราม

หลังจากสโมสรพักเตะเพื่อเปิดทางให้ทีมชาติอังกฤษลงเตะกับลิธัวเนียและอิตาลี นักเตะคนไหนโชว์ฟอร์มดี คนไหนน่าส่งกลับบ้าน

แม้ช่วงปิดเบรคทีมชาติจะทำให้หลายคนรู้สึกเอื่อยเฉื่อยเหมือนเพิ่งกินข้าวอิ่มพุงกาง แต่ 2 เกมล่าสุดของทีมชาติอังกฤษเป็นโอกาสดีที่รอย ฮ็อดจ์สันได้มองลูกทีมเต็มตาก่อนจะพาทีมชาติอังกฤษสู่การคว้าแชมป์ศึกยูโร 2016 (โปรดอย่าเพิ่งโห่นะครับ อย่าเพิ่ง....) 

ไม่พูดพล่ามทำเพลงก็แล้วกัน มาดูกันเลยว่าใครขึ้นใครลงหลังจบ 2 เกมสิงโตคำราม และถ้าพรุ่งนี้ต้องตีตั๋วไปยูโร 2016 ใครจะได้ขึ้นเครื่องบินบ้าง

ใครขึ้น

แฮร์รี่ เคน

ผมนี่หัวเราะก๊ากเลย 

ตอนที่เคนถูกส่งลงสนามแค่นาทีกว่าๆ แล้วโหม่งประตูปิดท้ายได้นี่ ผมหัวเราะเลย คือแฮร์รี่ เคน ก็เล่นแบบนี้มาเกือบตลอดฤดูกาลอยู่แล้ว พอมาลงสนามกับทีมชาติก็ยังยิงแบบเดิมได้อีก แม้ในเกมกับอิตาลีจะดูเงียบๆ ไป แต่เคน นี่แหละที่น่าจะเป็นกองหน้าตัวความหวังของทีมชาติอังกฤษในปีนี้

แดนนี่ เวลเบ็ค

ความยอดเยี่ยมของเวลเบ็คในการเล่นทีมชาติในช่วงหลังๆ ทำให้รอย ฮ็อดจ์สันเลือกที่จะส่งเวลเบ็คลงตัวจริงและปล่อยให้เคนนั่งสำรองในเกมกับลิธัวเนีย ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ความเข้าอกเข้าใจกันระหว่างสามประสาน เวลเบ็ค-รูนีย์-สเตอร์ลิง เป็นฟอร์มการเล่นที่ดูดีมีทรงมากสำหรับฮ็อดจ์สันและทีมชาติอังกฤษ

ไมเคิล คาร์ริค

การมีมิดฟิลด์ปีศาจแดงยืนในสนามดูเหมือนจะช่วยให้ทีมชาติอังกฤษนิ่งขึ้นเยอะ และแม้ว่าคาร์ริคจะออกจังหวะเหวอเวลาเจอนักเตะเหนือชั้นกว่า แต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อคาร์ริคลงสนามในเกมกับอิตาลี ทีมชาติสิงโตคำรามดูจะควบคุมเกมได้ดีขึ้น 

แม้ฮ็อดจ์สันจะวางตัวแจ็ค วิลเชียร์เป็นมิดฟิลด์ตัวรับลึก แต่คาร์ริคก็แสดงให้เห็นแล้วว่าตอนนี้เหนือชั้นอยู่แล้ว

ฟาเบียง เดลฟ์

การได้ลงเป็น 11 ตัวจริงทีมชาติอังกฤษในทั้งสองเกมนับว่าเป็นสุดยอดของฟาเบียง เดลฟ์

ในเกมกับลิธัวเนีย เดลฟ์โชว์ฟอร์มได้ดีแบบเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก เป็นพวกปิดทองหลังพระ และแม้ในเกมกับอิตาลีจะจ่ายบอลพลาดไปบ้าง แต่เราเองก็คงจะงงถ้าปีหน้าไม่มีชื่อ ฟาเบียง เดลฟ์ ติดทีมชาติอังกษลุยยูโร 2016 [ถ้าไม่เจ็บจนเล่นไม่ได้อะนะ] 

นาธาเนียล ไคลน์

จากตัวสำรองที่ไม่ได้ใช้งานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่เพียงไม่กี่เดือน ไคลน์ ก็กลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งแบ็คขวา 

แม้การได้สวมเสื้อหมายเลข 2 จะมาแบบโชคช่วยนิดๆ เพราะเกล็น จอห์นสันเจ็บ และไคล์ วอล์คเกอร์เล่นแบบผีเข้าผีออก แต่จากผลงานในสองเกมนี้เราก็พอจะเห็นได้ว่าซัมเมอร์นี้เซาท์แธมป์ตันน่าจะมีวิธีหาเงินก้อนใหญ่แล้วล่ะ

แล้วใครลง...

แดเนียล สเตอร์ริดจ์

เจ็บอีก อดลงสนามอีก แต่สเตอร์ริดจ์น่าจะหวั่นๆ เล็กน้อยที่ทีมชาติอังกฤษไม่ค่อยจะคิดถึงเขาเท่าไหร่ 

แม้เราจะมองว่าเหตุผลเดียวที่สเตอร์ริดจ์จะหลุดโผสิงโตคำรามถ้าทีมชาติอังกฤษผ่านเข้ารอบยูโร 2016 ปีหน้าก็คือการเจ็บหนักๆ แต่สำหรับตอนนี้สเตอร์ริดจ์แทบไม่มีโอกาสแย่งตำแหน่ง 1 ใน 3 ตัวรุกอังกฤษแน่นอน

ธีโอ วัลค็อตต์

ติดทีมชาติแบบโชคช่วย อันนี้เราบอกเลย 

วัลค็อตต์แทบไม่ค่อยได้ลงเล่นให้อาร์เซนอล แถมพอปู่รอยให้โอกาสลงเล่นที่ตูริน [เกมกระชับมิตรกับอิตาลี] ก็ทำผลงานไม่เข้าตาซะอีก อาจจะเป็นการวิจารณ์แบบใจดำไปหน่อย แต่วัลค็อตต์เล่นเหมือนคนไม่ได้เล่นบอลมาตั้งปี แต่ถ้าปีหน้าอยากจะไปเตะยูโร 2016 ก็ต้องรีบหาตำแหน่งลงเล่นในทีมสโมสรบ้างนะ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

เฮนเดอร์สันที่ถูกวางตัวเป็นทายาทสืบทอดตำแหน่งกัปตันของเจอร์ราร์ดที่แอนฟิลด์ จะเป็นผู้สืบทอดธรรมเนียมเดิมของเจอร์ราร์ดในทีมชาติหรือเปล่า

ก็คือแบบว่า กับทีมสโมสรเล่นดีเทพๆ แต่พอถึงทีมชาติกลับเล่นไม่ออกซะเฉยๆ 

ถ้าเทียบกับฟอร์มตอนที่เล่นเกมลีกสโมสรลิเวอร์พูล เราแทบมองไม่เห็นเฮนเดอร์สันโชว์ฟอร์มเทพๆ แบบนั้นกับทีมชาติชุดนี้เลย และแม้ว่าปีหน้าจะยังมีชื่อติดโผของปู่รอย แต่เฮนโด้ต้องรีบพัฒนาฝีเท้าเรียกฟอร์มเก่งกลับมากู้ชื่อให้ได้นะ

ฟิล โจนส์

ตอนที่ได้เห็นจอร์โจ้ คิเอลลินี่ เซ็นเตอร์อิตาลี วัย 30 ปี เร็วก็ไม่เร็ว แต่เอาบอลหนีฟิล โจนส์ไปได้แบบสบายๆ ในเกมเมื่อคืนวันอังคาร เราคิดว่าฮ็อดจ์สันก็คงมึนตึ้บพอๆ กับเรา 

โจนส์ เป็นอะไรที่เรารู้กันแล้วว่าเล่นมิดฟิลด์ไม่ได้ แต่จังหวะคิเอลลินี่พาบอลหนีเมื่อกี๊มันตำแหน่งกองหลังนะ 

มึนตึ้บจริงๆ

แจ็ค วิลเชียร์

แม้จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกมิดฟิลด์ของปู่รอย แต่นาทีนี้เรามองไม่เห็นว่าวิลเชียร์จะดีกว่าคาร์ริค 

มิดฟิลด์ปืนใหญ่เพิ่งจะหายเจ็บกลับมา และการได้นั่งดูคาร์ริคเล่นอย่างเทพนี่วิลเชียร์ก็คงเสียวๆ ว่าจะไม่ได้ขึ้นเครื่องไปเตะยูโรเหมือนกันนะ

และถ้าเครื่องบินออกพรุ่งนี้ ใครจะได้ไปเตะยูโร 2016 ...

ผู้รักษาประตู: โจ ฮาร์ท (แมนฯ ซิตี้), เบน ฟอสเตอร์ (เวสต์บรอม), เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ (เซาท์แธมป์ตัน) 

กองหลัง: นาธาเนียล ไคลน์ (เซาท์แธมป์ตัน), แกรี่ เคฮิลล์ (เชลซี), จอห์น สโตนส์ (บาร์นสลีย์), ฟิล จาเกียลก้า (เอฟเวอร์ตัน), เลห์ตัน เบนส์ (เอฟเวอร์ตัน), ไรอัน เบอร์ทรานด์ (เซาท์แธมป์ตัน) 

กองกลาง: ไมเคิล คาร์ริค (แมนฯ ยูไนเต็ด), แจ็ค วิลเชียร์ (อาร์เซนอล), ฟาเบียง เดลฟ์ (แอสตันวิลลา), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ลิเวอร์พูล), เจมส์ มิลเนอร์ (แมนฯ ซิตี้), รอสส์ บาร์คลีย์ (เอฟเวอร์ตัน), แอชลีย์ ยัง (แมนฯ ยูไนเต็ด), อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-เชมเบอร์เลน (อาร์เซนอล) 

กองหน้า: ราฮีม สเตอร์ลิง (ลิเวอร์พูล), เวย์น รูนีย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด), แดนนี่ เวลเบ็ค (อาร์เซนอล), แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์), แดเนียล สเตอร์ริดจ์ (ลิเวอร์พูล)