มุมมองบอลไทยแบบไม่ตันกับ...เบนจามิน ตัน รองประธานไทยลีก

หนุ่มแว่นตี๋ ตัวเล็กๆ เหมือนเกมเมอร์ หน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ก้าวเข้ามารับงานที่ยิ่งใหญ่ ในฐานะรองประธานบริษัทพรีเมียร์ลีกออฟไทยแลนด์ (Premier League of Thailand)  และดูแลด้าน  “คลับไลเซนซิง”

....ความจริงแล้วเขามีประสบการณ์ที่โชกโชนกับวงการลูกหนังในระดับเอเชีย และเขาพร้อมนำประสบการณ์ของเขามีถ่ายทอดและเสริมสร้างวงการลูกหนังไทยให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับอย่างไรได้บ้าง? มุมมองของเขาต่อวงการฟุตบอลไทยเป็นอย่างไร? และปัญหาผู้ตัดสินที่คนไทยค้างคาใจมานาน… เราควรทำอย่างไร ติดตามได้ที่นี่  

ก่อนอื่นคุณช่วยบอกเราได้ไหมว่าเข้ามารับตำแหน่งนี้ได้อย่างไร?

ผมได้เข้ามาทำงานกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หลังการเลือกตั้งนายกสมาคม และสุดท้ายก็เป็น พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เข้ามาบริหารงาน ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วย ทีมงานบริหารชุดใหม่และผมก็เข้ามาร่วมงานกับทีมงานของเขา...ผมรู้สึกอบอุ่นอย่างแท้จริงที่ได้มาร่วมงานที่นี่ เพื่อเป้าหมายและความสำเร็จในอนาคตของฟุตบอลไทย

ก่อนอื่น ผมต้องบอกว่ารู้สึกเป็นเกียรติจริงๆนะ กับข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น รวมถึงโอกาสที่จะช่วยพัฒนาไทยลีก และฟุตบอลไทยให้แข็งแกร่ง เติบโตขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่ ผมหวังว่าฟุตบอลไทยจะมีโครงสร้างฟุตบอลที่ดีที่สุดในเอเชียชาติหนึ่งในอนาคตเลยเดียว

ประมุขลูกหนังไทยคนปัจจุบันคือคนที่ดึง เบนจามิน ตัน มาทำงานด้วย

แล้วจริงๆ คุณรู้เรื่องบอลไทยเยอะแค่ไหน ก่อนเข้ามาทำงานที่นี่ และคุณมีมุมมองต่อฟุตบอลไทยอย่างไร?

ผมจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน เจ้าหน้าที่ของไทยลีก และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไปสำรวจศึกษางานเอสลีก สิงคโปร์ ช่วงเวลานั้นมีนักเตะระดับชั้นนำของไทยค้าแข้งในเอสลีกเยอะมาก ตอนนั้นผมยังทำงานกับสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ และก็เป็นคนพาพวกเขาไปเรียนรู้งานด้วยตัวผมเอง

และเมื่อ 2-3 ปีก่อนที่ผมทำงานให้กับเอเอฟซี ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานโปรเฟสชั่นแนล ฟุตบอล โปรเจ็กท์ ซึ่งตรวจสอบบรรดาลีกอาชีพระดับท็อปของเอเชียอย่างเช่น เจ-ลีก และเค-ลีก เพื่อที่จะให้บรรดาสโมสรชั้นยอดทำได้ตามเกณฑ์ในการเข้าร่วมแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทางเอเอฟซีได้มีการปรับปรุงใหม่ และผมก็รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษกับผลงานของทีมจากไทยลีกในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ตอนที่ผมอยู่นั้น เราได้ให้คำแนะนำไปหลายอย่างเพื่อให้ลีกมีความเป็นมืออาชีพ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงประสบการณ์ในวันแข่งขันที่ดีขึ้นนอกเหนือจากเกณฑ์อื่นๆ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญในการการันตีความสำเร็จของแชมเปี้ยนส์ ลีก ในอนาคต ซึ่งไทยลีกได้พัฒนามาตลอดหลายปีที่ผ่านมาและสร้างมาตรฐานให้กับลีกอื่นในภูมิภาคได้เดินตาม

มันถือเป็นงานหนักในการสร้างอนาคตแต่ที่สุดแล้วมันก็ผลิดอกออกผล สนามของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือเป็นหนึ่งในโปรเจ็กท์ที่ผมได้มีส่วนร่วม เช่นเดียวกับสนามอื่นๆ เพื่อที่จังหวัดต่างๆจะได้สัมผัสกับเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก และตอนนี้ฟุตบอลไทยก็มีชีวิตชีวาและน่าตื่นเต้นมากขึ้น

ทำความเข้าใจกันก่อนว่า… หน้าที่ของคุณจริงๆ คือ อะไรกันแน่ แล้วมันมีความสำคัญต่อการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างไร?

ผมคือรองซีอีโอของบริษัท พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ จำกัด (พีแอลที) พร้อมกับควบตำแหน่งผู้อำนวยการคลับไลเซนซิ่งของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยด้วย ผมได้รับหน้าที่ให้ตรวจสอบและบริหารการจัดการลีกและงานปฏิบัติการต่างๆของพีแอลที นอกจากนี้ผมยังทำงานร่วมกับลีกในการสร้างฟุตบอลไทยให้มีความน่าดึงดูดในเชิงพาณิชย์ อย่างเช่นการทำให้ลีกมีการแข่งขันสูงสำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสร้างความผูกพันธ์กับแฟนบอลมากขึ้น ให้ลีกมีมาตรฐานการจัดการที่ดีและมีความเป็นมืออาชีพ เพื่อทำให้แน่ใจว่ามีความสมบูรณ์และยุติธรรมมากที่สุดในทุกระดับ และทำให้ฟุตบอลมีพลังขับเคลื่อนสังคม

นอกจากนี้ผมยังทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานและผลงานว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) และระบบคลับไลเซนซิ่งของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย (เอฟเอที) ในการรักษาความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์แบบของการแข่งขันระดับชาติและทวีปเอาไว้ด้วยการพัฒนาคุณภาพและการจัดการภายในสโมสรที่ต่อเนื่อง รวมถึงในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน, ทรัพยากรมนุษย์, การเงิน, การกีฬา และด้านกฎหมายด้วย

ขณะเดียวกันผมก็เป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันชุดใหม่ ซึ่งผมอยากจะจัดการแมตช์แข่งขันให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งประเทศกับทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันท่านอื่นๆด้วย

ผมหวังว่าความรู้และประสบการณ์ของผม จะสามารถพาทั้งเอฟเอทีและพีแอลทีพัฒนาฟุตบอลไทยทั้งในระดับทีมชาติและสโมสรได้

ตันพูดถึงความประทับใจต่อฟุตบอลไทยในหน้าถัดไป

ดูเหมือนหน้าที่คุณเยอะมาก (ฮา) เอางี้...ถามตรงๆว่า ตอนก่อนคุณเข้ามาทำงาน กับหลังจากที่ได้เข้ามาทำงาน ฟุตบอลไทยแตกต่างจากที่คุณคิดเยอะไหม?  อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกแปลกใจมากที่สุด และอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกช็อคที่สุด?  

พูดตามตรงนะ มันไม่ค่อยต่างจากที่ผมคิดไว้ก่อนจะมามากนัก ผมรู้จักและคุ้นเคยกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่หลายๆอย่างก็สามารถพัฒนาจากสิ่งที่ผมเห็นได้เสมอ

โดยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ในสโมสรถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก และเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จที่ผมอยากจะให้ไปถึง ผู้จัดการทีม, โค้ช รวมถึงการพัฒนารากฐานเยาวชน นับเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยพัฒนาสโมสรฟุตบอลไทยให้ก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นมืออาชีพได้ ถามว่าตอนนี้มันมีไหม? มันก็มีนะ… บลุคลากรที่สามารถช่วยพัฒนาให้บอลไทยก้าวไปถึงจุดที่ควรจะเป็น แต่บางทีผมก็อยากจะเห็นบุคลากรที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพมากกว่านี้และกระจายไปทั่วทุกสโมสร

ยกตัวอย่างนะ...สโมสรฟุตบอลก็เหมือนกับโรงเรียนนั่นแหละ ถ้าเราไม่มีที่ปรึกษาดูแล หรือคุณครูที่ดี มันก็คงไม่ใช่โรงเรียนที่ดีสักเท่าไหร่ นักเรียนก็ไม่ได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ   หรือหากจะเปรียบกับองค์กรเอกชน เราก็ต้องหาทางพัฒนา และช่วยพัฒนาบุคลากรอยู่เสมอ พนักงานจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลากับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เช่นนั้น พนักงานคนนั้นๆ ก็จะตกยุค และล้าหลังใช่ไหมล่ะ?  

สิ่งที่น่ากังวลใจ และอยากให้ปรับปรุงอีกเรื่องคือโครงสร้างพื้นฐานของสโมสร ทั้งสนามแข่งขัน และสนามซ้อม...นักฟุตบอลอาชีพจำเป็นต้องได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีและถูกหลักมากพอ ยิ่งได้ซ้อมบนสนามที่มีความใกล้เคียงกับสนามแข่ง มันก็จะยิ่งทำให้ผลงานในสนามจริงใกล้เคียงกับตอนซ้อมมากเท่านั้น ผมขอยกตัวอย่างนะ กับพวกศิลปินนักร้องที่ซ้อมได้ดี และพอขึ้นเวทีจริงก็ยิ่งอยากจะแสดงให้ได้ดีที่สุดเพื่อแฟนคลับของพวกเขานั่นแหละ และเวทีคอนเสิร์ตจริงก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้พวกเขาเล่นได้ดี     

ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งผู้อุปถัมภ์ (สปอนเซอร์) สื่อมวลชน, และแฟนบอล ต่างก็อยากเข้าไปยังในสนามที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน สะอาดสะอ้าน สิ่งเหล่านี้มันช่วยเกื้อกูลให้การเข้าสนามแข่งขันในวันนั้นๆ เป็นวันที่น่าจดจำ และแน่นอนว่าพวกเขาก็ย่อมอยากจะกลับไปอีก

กลับมาที่เรื่องของการยกตัวอย่างโดยใช้โรงเรียนเป็นตัวตั้งนะ…นักเรียนคงไม่มีความรู้สึกอยากจะเรียนหนังสือเท่าไหร่ หากการส่งเสริมบรรยากาศโดยรอบไม่ดี เพราะฉะนั้นเราจึงต้องการสร้างบรรยากาศรอบข้างให้ดีที่สุด เพื่อผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพออกมา และให้นักเรียนอยากไปโรงเรียน  

สิ่งที่คุณกำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้มีอะไรบ้าง? อะไรคือสิ่งที่ยากในการดำเนินการที่สุดตอนนี้?

ตอนนี้ ผมกำลังวางแผนระยะยาว 4 ปี ให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย นี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่จะกำหนดและทำความเข้าใจวิสัยทัศน์ ตลอดจนภารกิจของพวกเราทุกคนร่วมกันว่า 4 ปีข้างหน้า “ฟุตบอลไทย” จะเป็นอย่างไร

สำหรับวงการฟุตบอลลีกแล้ว...หากไร้แฟนบอลทุกอย่างก็จบ เราต้องต่อยอดหาทางเพิ่มฐานแฟนบอล เพื่อเสริมสร้างมูลค่า และสร้างความผูกพันธ์กับแฟนบอลอย่างมีประสิทธิภาพให้ได้  เช่นการสร้างประสบการณ์ที่ดีจากการเข้าชมเกมการแข่งขันของเหล่าแฟนบอลที่มากับ เพื่อนหรือครอบครัว และการมอบคืนสิ่งดีๆให้กับผู้อุปถัมภ์ที่เข้ามาลงทุนกับทีมฟุตบอลของคุณ

มีชาวต่างชาติมากมายอาศัยอยู่ที่เมืองไทย รวมถึงนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้น ไทยลีกต้องเพิ่มช่องทางสื่อสารให้คนต่างชาติได้รับรู้เกี่ยวกับฟุตบอลไทยจากต่างประเทศด้วย รวมถึงคนไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศด้วยก็ดี นั่นอาจเริ่มต้นได้ หากเรามีเว็บไซต์กับโซเชี่ยลมีเดีย ที่แปล 3 ภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากสุดของโลก   

แต่ก่อนอื่นเลย... เอาแค่ภาษาอังกฤษมาก่อนดีกว่า (ฮา) เพราะมันคือช่องทางที่ดีที่สุดในการโปรโมตฟุตบอลไทย สโมสรไทย นักเตะ และอื่นๆ ไปยังทั่วโลก

จริงๆ ตอนพอเข้าทำงานที่นี่ครั้งแรก...อะไรคือสิ่งที่คุณประทับใจฟุตบอลไทยมากที่สุด?

คืองี้...คนไทยความคลั่งไคล้ในเกมลูกหนังสูงมาก จริงๆผู้คนในเมืองไทยในเสื้อบอลไทยลีกกันเยอะมากนะ เราเห็นได้บ่อยๆตามท้องถนน “ความคลั่งไคล้” ของพวกเขานี่แหละที่ช่วยสร้างบรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลที่สุดยอด โดยเฉพาะกับทีมระดับชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งล่าสุดเราก็ได้เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นกับสนามใหม่ของราชบุรี

ตอนนี้มาตรฐานเชิงเทคนิคของทีมชาติไทยชุดใหญ่ ทีมเยาวชน ทีมฟุตบอลหญิง และสโมสรต่างๆ สามารถเทียบเคียงได้กับประเทศชั้นนำของเอเชีย หลักฐานสำคัญ คือ ฟุตบอลลีกสร้างนักเตะดีๆ ขึ้นมามากมายจนก้าวไปติดทีมชาติ และทีมชาติไทยก็ก้าวเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ได้ด้วย

แน่นอน...ยังมีเลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกนะ ที่ผมรู้สึกประทับใจ...ยังไงน่ะเหรอ? ก็ มันแสดงให้เห็นว่าคนไทยรู้จักวิธีการบริหารจัดการฟุตบอล เพื่อให้ประสบความสำเร็จ  และเป็นมันน่าสนใจมากว่าพวกเขาจะทำได้ดีแค่ไหนกับการลงเล่นกับทีมที่ใหญ่กว่าในยุโรปในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลถัดไป

ถามตรงๆนะ คุณเบน...มีทีมไหนในไทยบ้างที่เทียบเคียงได้เท่ากับทีมญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ในเชิงการบริหารจัดการ และโครงสร้างของสโมสร? หลังจากได้ดูงานในไทยมาพักใหญ่แล้ว 

อื้ม… ก่อนอื่น ขอวนไปที่จีนหน่อยนะ พวกเขาใช้เงินมหาศาล ในการดึงนักเตะชั้นนำของโลกเข้าสู่ ไชนีส ซูเปอร์ลีก  แต่ผมก็ไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่ามันจะเป็นอะไรที่ยั่งยืนรึเปล่า

แน่นอนว่า สำหรับทีมในเมืองไทยก็คงไม่มีทีมไหนใช้เงินจนมือเติบขนาดสโมสรยักษ์ใหญ่ของจีนหรอก  แต่สิ่งที่สำคัญ คือ การที่พวกเราควรคำนึงถึงโครงสร้างการบริหารสโมสรที่มั่นคงอย่างยั่งยืนแบบที่ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ กำลังปฏิบัติ พวกเขามีโครงสร้างของทีมเยาวชนที่ดี และมีความมั่นคงทางการเงิน พวกเขามีผู้อุปถัมภ์รายใหญ่มากกว่า 1 เจ้า เพื่อทำให้สภาพทางการเงินของทีมอยู่ในขั้นที่เหนียวแน่น

สโมสรอย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี, เมืองทองฯ, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, และ ชลบุรี เอฟซี มีโครงสร้างการบริหารจัดการที่ดีมากนะ และผมหวังว่าจะมีอีกหลายสโมสรในไทยที่จะค่อยๆ ทำตาม

หน้าที่สำคัญของคุณอีกอย่าง คือ การทำให้ฟุตบอลไทยน่าดึงดูดในเชิงพาณิชย์…ตรงนี้คุณมองว่ามันช่วยเพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้ให้กับสโมสรไทยอย่างไรบ้าง?

รายได้หลัก 3 ทางจากสโมสรมันมีอยู่แล้ว คือ 1. จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดโทรทัศน์, จากสปอนเซอร์ และ 2. กิจกรรมต่างๆ ในวันแข่งขัน เช่น ตั๋วชมเกม และของที่ระลึก

เกมการแข่งขันที่เข้มข้นและสนุกหมายถึงนั่นเป็นสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับแฟนบอล… คุณภาพเกมการแข่งขันที่สูงจะสร้างความดึงดูดให้แฟนบอล และสปอนเซอร์เอง ส่วนรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์จะเพิ่มขึ้นตามความนิยม ซึ่งรายได้เหล่านี้ก็จะกลับมายังสโมสร

และบางเจ้าก็ได้มีบ็อกซ์วีไอพีเพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้น

อีกกลยุทธหนึ่งที่สร้างรายได้ก็จะเป็นการทำผ่านกิจกรรมซื้อขายนักเตะ ซึ่งใช้กันค่อนข้างบ่อยในเมืองไทย และเพื่อจะทำได้แบบนั้น เราก็ต้องการนักเตะที่ดี และเป็นหน้าเป็นตาของสโมสรได้ เหมือนกับ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ที่ย้ายไปยังลีกที่มีสภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง

สรุปแล้วก็ คือ… ก่อนอื่นเราต้องทำให้ลีกไทยเป็นลีกที่ดี มีการแข่งขันสูง และอะไรๆก็จะตามมาเอง   

ตันมองว่าเมืองทองคือหนึ่งในทีมที่มีการบริหารจัดการดีเยี่ยม

การที่เจ้าของสโมสรส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองนั้นมีผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างไร?

โดยส่วนตัวผมคิดว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ ณ สถานการณ์ปัจจุบัน บางทีเราก็จำเป็นต้องใช้พวกนักการเมืองให้เข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาท และใช้คอนเนคชั่นของพวกเขาในการหารายได้ เพื่อนำมาต่อยอดในการบริหารสโมสร

แต่ในท้ายที่สุด เราไม่ต้องการเห็นสโมสรใดสโมสรหนึ่งล้มลง หากประธานสโมสร ซึ่งเป็นนักการเมือง ได้ตัดสินใจล้มเลิกการบริหารทีมฟุตบอลไป…

อ่านต่อหน้าถัดไปถึงความเห็นที่มีต่อผู้ตัดสินของเขา