น่าอายอะไรเบอร์นั้น : บาร์ตันโดนแหยม, ธงชาติเกาหลีเหนือ, 1 คน 2 เบอร์เสื้อ

นี่คือ 9 เหตุการณ์สุดอับอายที่เกิดขึ้นในวงการลูกหนัง.... 

1. ไม่มีเหรียญรางวัลสำหรับผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล

ในขณะที่ทัพนักเตะเบิร์นลีย์กำลังฉลองแชมป์แชมเปี้ยนชิพต่อหน้าแฟนบอลนับพันคน โจอี้ บาร์ตัน 1 ในกองกลางตัวเก๋าของทีมกลับไม่ได้เหรียญรางวัลเสียอย่างนั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เจ้าตัวไม่พอใจเป็นอย่างมาก

บาร์ตันผู้ที่ได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของสโมสร ขึ้นรับเหรียญรางวัลเป็นคนที่ 26 ของสโมสร ทว่าทางฝ่ายผู้จัดกลับเตรียมเหรียญไว้แค่ 25 เหรียญเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทำให้กองกลางชาวอังกฤษรายนี้ตัดสินใจเดินไปหาแฟนๆ และหยิบถ้วยที่แฟนๆ ทำขึ้นมาถือแทน

อดีตดาวเตะแมนฯ ซิตี้ผู้นี้ปฏิเสธที่จะชูถ้วยของจริงหลังจากที่ถ้วยแชมป์ถูกส่งวนมาถึงคิวของเขา และจัดการชูถ้วยจากแฟนๆ แทน

“ทำไมผมไม่ได้เหรียญ? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” บาร์ตันทวีต อย่างไรก็ตามเจ้าตัวก็ได้เหรียญในภายหลัง

2. อย่าพูดถึงสงคราม...

ในศึกยูโร 2008 ที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ เกมระหว่างทีมชาติเยอรมันและทีมชาติออสเตรียเกิดเหตุการณ์ผิดคิวเกิดขึ้น เมื่อทางฝ่ายจัดการแข่งขันดันไปเปิดซับไตเติ้ลเพลงชาติของเยอรมันในช่วงสงครามซึ่งถูกแบนปรากฏอยู่เข้า เรียกได้ว่าต้องออกมาขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ในภายหลัง

บริษัท Swiss TXT ผู้เป็นถอดเนื้อเพลงชาติครั้งนั้นได้ออกมาขอโทษพร้อมกับให้เหตุผลว่าทางทีมงานที่ดูแลในเรื่องของการหาคำแปลวัย 25 ปีนั้น “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” อย่างไรก็ตามในเกมนั้น ทีมอินทรีเหล็กก็เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะเหนือออสเตรียไปได้ 1-0

3. เราเป็นคนเกาหลีเหนือ

ต้องยอมรับว่าโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอนนั้นถือว่าประสบความสำเร็จทีเดียว ทว่ามันก็ไม่ใช่ว่าทกอย่างที่เกิดขึ้นจะดำเนินไปอย่างราบรื่นเสมอไป แถมเหตุการณ์นี้อาจจะเรียกได้ว่าน่าอับอายที่สุดแล้วก็ได้ เพราะในการแข่งขันฟุตบอลหญิงระหว่างโคลอมเบียที่พบกับทีมชาติเกาหลีเหนือ ทัพนักเตะโสมแดงถึงกับเดินออกจากสนามทันทีเมื่อทางฝ่ายผู้จัดเกิดฉายธง ”เกาหลีใต้” ขึ้นบนจอขนาดยักษ์ในสนาม

“พวกเขาใช้ธงชาติอื่นกับเรา แถมยังเป็นธงเกาหลีใต้อีกด้วยนะ” ซิน อวี กอน กุนซือของทีมกล่าวด้วยความโกรธ “ถ้าหากพวกเขาไม่แก้ไขเรื่องนี้ก่อน มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องแข่งต่อ”

อย่างไรก็ตามในที่สุดทัพนักเตะก็ลงสนามแข่งต่อเมื่อทางฝ่ายผู้จัดต้องยกทีมไปขอโทษนักเตะและทีมชาติของเกาหลีเหนือ และผลในวันนั้นก็เป็นฝ่ายตัวแทนจากเอเชียที่เอาชนะทีมจากอเมริกาใต้ไปได้ 2-0

4. บ๊ายบาย โรมา

บรรดาทีมงานของโรมาและนักข่าวชาติอิตาลีต่างพากันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อทางผู้ประกาศในสนามแอนฟิลด์เปิดเพลง “Arrivederci Roma” เพลงเก่าจากยุค 50 หลังจากที่เจ้าบ้านเป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 2000/01 ได้สำเร็จ

เชราร์ อุลลิเย่ร์ กุนซือของทีมในตอนนั้นตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนักถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทว่าในช่วงให้สัมภาษณ์หลังเกม เขาก็ตอบโต้นักข่าวเหล่านั้นว่า “ผมไม่ได้เป็นคนเลือกเพลงเสียหน่อย” พูดได้ดีมากเชราร์ (ฮา)

5. 1 คน 2 เบอร์

ในเกมที่สโมสร โมกิ มิริม ในประเทศบราซิลที่มีริวัลโด้เป็นเจ้าของ พ่ายแพ้ให้กับสโมสรบรากานติโน 3-2 ในศึกฟุตบอลเซเรีย บี ของบราซิล มีเรื่องราวสุดแปลกเกิดขึ้น

ในวันนั้น ปราการหลังชื่อ เปาโล ของสโมสรโมกิ มิริม ออกสตาร์ทด้วยการสวมใส่เสื้อหมายเลข 4 และถูกคาดโทษใบเหลืองในครึ่งแรก หลังจากนั้นในช่วงครึ่งหลัง เกมเริ่มไปได้แค่ 6 นาที เจ้าตัวก็ดันไปโดนใบเหลืองที่ 2 ซึ่งควรจะเป็นใบแดง ทว่าผู้ตัดสินที่ 4 สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง คือเจ้าตัวเปลี่ยนไปใส่เสื้อหมายเลข 3 ของฟาบิโอ ซานเชสเสียอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม สุดท้ายเขาก็โดนใบแดงไล่ออกอยู่ดี แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าเขาตั้งใจเปลี่ยนเบอร์หรือไม่?

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าริวัลโด้จะจัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างไร

6. ไปผิดสนาม

จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรที่ แกรม สมิธ นายทวารของทัพเบรชิน สโมสรในศึก สก็อตติช ลีก วัน จะยอมขับรถ 2 ชั่วโมงเพื่อเดินทาง 83 ไมล์เพื่อมาแข่งกับทีมสเตนเฮาส์มัวร์ ทว่าสิ่งที่แปลกคือเกมนี้แข่งกันที่ สนามเกลบบ พาร์ค ซึ่งเป็นสนามเหย้าของเบรชิน

สมิธเดินทางไปที่สนามของฝั่งผู้มาเยือนเสียอย่างนั้น “ผู้รักษาประตูของเบรชินเดินทางมาที่โอชิลวิว พาร์ค ซึ่งเป็นสนามเหย้าของเรา ผมคิดว่าเขาอาจจะลืมไปว่า ทีมของเขาเล่นเป็นเจ้าบ้าน ฮ่าๆ มุขนี้ดีมากๆ” วิลเลี่ยม ฮ็อคแกน ประธานเชียร์ของชุมชนให้สัมภาษณ์

แม้ว่าสมิธจะเดินทางไปผิดสนาม ทว่าเจ้าตัวก็ยังกลับขับรถกลับมาสนามเหย้าของตัวเองทันเวลา แต่น่าสงสารที่ในวันนั้น ทีมของเขาก็เป็นฝ่ายแพ้ไป 2-1 และจมอยู่ก้นตารางต่อไป

แม้จะไปผิดสนาม แต่ก็กลับมาทัน

7. ไม่ตลกด้วย

ในเกมที่นอริชเป็นฝ่ายเอาชนะเบิร์นลีย์ไปได้ 2-1 เมื่อปี 2001 มีเหตุการณ์ที่น่าอับอายสำหรับฝั่งเจ้าบ้านเกิดขึ้น เมื่อป้ายสกอร์บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ดันไปขึ้นผลการแข่งขันของทีมคู่ปรับร่วมอีสต์ แองเกลีย อย่างอิปสวิช ทาวน์ ว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 กาก” ซึ่งเป็นคำด่าในภาษาอังกฤษ ทำให้ทัพนกขมิ้นเหลืองอ่อนต้องแถลงการณ์ขอโทษในเวลาต่อมา “ทางสโมสรต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอาจจะทำให้ทางสโมสรอิปสวิช ทาวน์และแฟนบอลเกิดความไม่สบายใจ”

“เรารู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก และรู้สึกเสียใจที่หลังจากเราพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอิปสวิชมาตลอดหลายๆ ปีหลังนี้ ทั้งการจับมือกันในศึกดาร์บี้แมตช์ ทว่ามันกลับพังทลายลงจากความผิดพลาดของเราเอง” นีล ดอนคาสเตอร์ ประธานฝ่ายบริหารให้สัมภาษณ์

8. ผิดคน!

ชาร์ลตัน แอธเลติก และคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ร่วมกันยืนปรบมือนาน 1 นาทีให้แก่ เกรแฮม มัวร์ กองกลางตัวเก๋าที่ผ่านการเล่นให้กับทั้ง 2 สโมสร

อย่างไรก็ตามทางฝ่ายเจ้าบ้านดันไปฉายภาพของ อลัน แคมป์เบลล์ แข้งอีกรายของทีมขึ้นจอยักษ์ในสนามแทน ซึ่งทำให้พวกเขาต้องรีบไปขอโทษกองกลางรายนี้ในช่วงพักครึ่งทันที

9.  ผิดไปหมด

จริงๆ แล้วงานประกาศรางวัล PFA ควรจะเป็นงานที่มีไว้สำหรับเฉลิมฉลองให้แก้นักเตะที่ดีทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาลนั้นๆ ทว่าในครั้งที่เรากำลังจะพูดถีงนี้ มันกลับกลายเป็นงานกร่อยทันที เมื่อฝ่ายผู้จัดดันไปพิมพ์ข้อมูลผิดหลายจุดในเอกสารที่แจกในงาน

ริคกี้ โฮล์มส กองกลางของนอร์แธมป์ตันถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อทางฝ่ายผู้ผลิตสับสนระหว่างเขากับ โรเมน ซอว์เยอร์ส กองกลางอีกรายที่ค้าแข้งกับสโมสร เซนต์ คิตต์ส แอนด์ เนวิส จนเจ้าตัวถึงกับทวิตว่า “ผมไม่รู้แล้วเนี่ยว่าจริงๆ แล้วตัวเองเป็นใคร”

นอกจากนี้ อดัม เคลย์ตัน กองกลางของมิดเดิ้ลสโบรห์ยังได้อ่านประวัติส่วนตัวของ ดานิเอลเล่ คาร์เตอร์ แข้งหญิงของอาร์เซนอลที่เขียนเอาไว้ใต้ชื่อของเขาเองด้วย

นอกจากนี้ ทีมยอดเยี่ยมของศึกแชมเปี้ยนชิพยังมีถึง 12 คนอีกต่างหาก