นางฟ้าแดนมังกร : เหวิน เสี่ยวถิง ผู้บริหารสาวแห่งกุ้ยโจว เฮงเฟง

จากอดีตบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่น สู่ประธานสโมสรฟุตบอล อะไรที่ทำให้เธอสามารถขับเคลื่อนทีมให้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้ภายในปีเดียว 

แฟชั่นก็คล้ายกับฟุตบอล (?)

เธอคือลูกสาวของ เหวิน เหว่ย เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ China Guizhou Hengfeng Real Estate Development และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษอย่าง University for the Creative Arts ของอังกฤษ แน่นอนว่าความสวย รวย เก่ง เธอมีครบ

หลังจากเรียนจบ เธอก็ทำงานกับนิตยสาร Harper's Bazaar เวอร์ชั่นภาษาจีนในปี 2011 และมีกิจการร้านเสื้อผ้าแฟชั่นเป็นของตัวเอง จนกระทั่งมาเจอจุดเปลี่ยน

เมื่อคุณพ่อของเธอกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 66 เปอร์เซ็นต์ของสโมสร กุ้ยโจว เฮงเฟง จี่เฉิง และมอบหน้าที่ให้เธอดูแลเต็มตัว 

ซึ่งตอนแรก เหวิน เสี่ยวถิง ก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะพาทีมเล็กๆ ทีมนี้เลื่อนชั้นภายใน 3 ปี แต่กลายเป็นว่าทำได้ภายในฤดูกาลเดียว

นี่คือความสำเร็จที่จับต้องได้ในทันที ชนิดที่ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ยังทำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ...

“การโปรโมตทีมฟุตบอลก็คล้ายคลึงกับแบรนด์แฟชั่นในเรื่องที่ว่าทั้งคู่จำเป็นต้องได้รับการรู้จักและยอมรับโดยตลาด ถึงจะสามารถประสบความสำเร็จในภาพรวมได้” บอสสาววัย 27 ปีพูดถึงเคล็ดลับในการบริหารทีมกับ China Daily สื่อบ้านเกิด

มิติใหม่วงการกีฬาจีน

เธอพยายามสร้างภาพลักษณ์สโมสรให้เป็นทีมของคนหนุ่ม, มีความกระตือรือร้น และความหวัง ซึ่ง กุ้ยโจว เฮงเฟง ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในและนอกสนาม โดยใส่เรื่องของการตลาด, การสร้างแบรนด์ และการจัดการที่ดีลงไป ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในวงการกีฬาเมืองจีน

“ทีมเราไม่มีซูเปอร์สตาร์ ค่าเหนื่อยของนักเตะในทีมก็เท่าๆกับทีมอื่นในลีกวัน คนที่ได้ค่าเหนื่อยต่อปีสูงสุดก็อยู่ในระดับล้านหยวนเท่านั้น ไม่ใช่ 10 ล้านหยวนอย่างที่ทีมอื่นเขาจ้างกัน” เธอกล่าว

เสี่ยวถิงเริ่มต้นด้วยการปรับปรุงสนามเหย้า กุ้ยหยาง โอลิมปิก สปอร์ตส์ เซ็นเตอร์ ใหม่ ด้วยการขยายเป็น 52,000 ที่นั่ง เพราะเธอเชื่อว่าการสร้างวัฒนธรรมรอบๆสโมสร คือปัจจัยสู่การพัฒนาอันยั่งยืน

“ฉันอยู่ที่สหราชอาณาจักรมาหลายปีและได้เรียนรู้วัฒนธรรมฟุตบอลของประเทศนั้น หลายสโมสรในพรีเมียร์ลีกมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี และไม่ว่าสโมสรจะเป็นอย่างไรคนก็ยังตามเชียร์ ซึ่งนั่นคือต้นทุนของการพัฒนา”  

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เสี่ยวถิงพยายามจะให้แฟนบอลมีส่วนร่วมกับการเติบโตของทีม อย่างการประกวดแต่งเพลงประจำสโมสร ชิงเงินรางวัล 10,000 หยวน (ราว 50,000 บาท), มีการออกแบบชุดแข่งของทีมสำหรับแฟนๆ โดยเฉพาะ ขณะเดียวกันก็มีการเชิญแฟนบอลมายังสนามเดือนละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ตัวเธอเองก็พยายามสร้างสัมพันธ์อันดีกับแฟนๆ ด้วยการลงมาโชว์ตัวพร้อมกับมาสคอตของทีมหลังจบเกม

ในส่วนของการประชาสัมพันธ์ สโมสรได้เป็นพันธมิตรกับสื่อในการเผยแพร่ข่าวสาร นอกจากนี้ยังใช้รถติดลำโพงในการกระจายข่าว รวมถึงการโฆษณาในสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างเช่นในสนามบินเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์

แม้เสี่ยวถิงจะพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย แต่สโมสรก็ยังไม่สามารถสร้างกำไรได้ในฤดูกาลแรกที่เธอเข้ามาบริหารทีม โดยฤดูกาลก่อนใช้เงินในส่วนของการดำเนินงานรวมถึงค่าจ้างนักเตะและโบนัสไป 200 ล้านหยวน (ราว 1,000 ล้านบาท) แต่กลับมีรายได้เข้ามาเพียง 20 เปอร์เซ็นต์

โดยส่วนใหญ่จะมาจากการโฆษณา และของที่ระลึก, เสื้อผ้า, รองเท้า และเครื่องประดับเท่านั้น “รายได้จากการขายตั๋วถือว่าต่ำมาก ตั๋วส่วนใหญ่ถูกนำไปแจกฟรี โดยเฉพาะนักเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษา” เธอกล่าว

“การจะสร้างวัฒนธรรมลูกหนัง ฉันคิดว่าต้องมีแฟนบอลท้องถิ่นเข้ามาดูเกมสุดสัปดาห์ให้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าพวกเขาจะชอบฟุตบอลหรือไม่ สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ก็คือดึงดูดแฟนๆให้เข้ามายังสนาม เพื่อที่ว่านักเตะจะได้มีแรงกระตุ้นในการเล่นให้เต็มที่”

นอนวันละ 4 ชั่วโมง

แม้ภายนอกจะดูเป็นผู้หญิงไฮโซทั่วไป แต่เธอก็มีหลักการบริหารแบบแมนๆ ใจๆ เข้าใจเกมกีฬาสุดฮิตของผู้ชายอย่างฟุตบอลได้ลึกซึ้ง 

“ทุกอย่างต้องอาศัยความอดทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการกีฬา แพ้ชนะไม่สำคัญเท่ากับการพัฒนาไปทั้งระบบ และทีมของเราก็มีการพัฒนาตรงจุดนี้ ฉันเชื่อว่าปีหน้าเราจะทำได้ดีกว่าเดิมแน่ หวังว่าแฟนๆทุกคนจะเชื่อมั่น, อดทน และสนับสนุนทีมของเรา เพราะมันคือสิ่งที่นักเตะทุกคนต้องการที่สุด” เสี่ยวถิงกล่าวกับ Sohu สื่อในประเทศจีน

โดยกุนซือคนที่ผ่านๆ มาในยุคของเธอ ไม่ว่าจะเป็น เฉิน เหม่า หรือ หลี ปิง ล้วนไม่เคยถูกแทรกแซงการทำงาน และปล่อยให้ทำหน้าที่อย่างอิสระ จนกว่าจะเข็นไม่ขึ้นแล้วจริงๆ 

อย่าง เฉิน เหม่า ที่ถูกปลดออกไปเนื่องจากทำผลงานย่ำแย่ แพ้ถึง 5 จาก 6 นัดตั้งแต่ท้ายฤดูกาล 2015 ยาวไปถึงต้นฤดูกาล 2016 ส่วน หลี ปิง ทำทีมชนะเพียงหนเดียวจาก 8 นัดแรกในซูเปอร์ลีก

นั่นทำให้เธอเลือก เกรกอริโอ มานซาโน่ อดีตกุนซือแอตเลติโก มาดริด ที่เคยมีประสบการณ์ในลีกสูงสุดเมืองจีนอย่าง ปักกิ่ง กั๋วอัน และเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ดีกรีกุนซือยอดเยี่ยมแดนมังกรประจำปี 2014 เข้ามาช่วยให้ทีมอยู่รอดในไชนีส ซูเปอร์ลีกให้ได้

“ฉันโทรคุยกับเขา 2 ครั้ง ก่อนจะบินไปมาดริด ในตอนแรกฉันพยายามโน้มน้าวเขาว่าเมืองกุ้ยโจวสวยงามและอากาศดีแค่ไหน แฟนๆที่นี่ก็น่ารัก ตอนที่พยายามดึงมานซาโน่เข้ามาคุมทีม ฉันนอนแค่ 3-4 ชั่วโมง เพราะฉันไม่ต้องการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะทีมเรายังไม่แข็งแกร่งนัก จึงไม่สามารถจะผ่อนคลายได้”

“ฉันพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับฟุตบอลทางอินเตอร์เน็ต แต่บางครั้งก็หาไม่เจอ ฉันพยายามทำให้มานซาโน่เชื่อใจว่าฉันทุ่มเทให้กับฟุตบอลจริงๆ” เธอกล่าวในการแถลงข่าวเปิดตัวกุนซือคนใหม่
แล้วในที่สุดมานซาโน่ก็ตกปากรับคำกุมบังเหียนกุ้ยโจว ซึ่งการตัดสินใจของเธอก็ถูกต้อง เมื่อสโมสรขึ้นมาอยู่อันดับกลางตารางได้แบบสบายๆ 

และเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เสี่ยวถิงก็ลงทุนจับเครื่องบินไปยุโรปอีกครั้ง เพื่อดูงานของสโมสรเอซี มิลาน ที่มีเจ้าของเป็นคนจีน เพื่อศึกษาในเรื่องของการพัฒนาเยาวชนอีกด้วย

“ผู้หญิงหลายคนมักจะชอบนั่งตามร้านกาแฟแล้วถ่ายรูป พวกเธอคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุข แต่สำหรับฉันการทำงานกับทีมในทุกๆวันเพื่อให้ทีมก้าวไปข้างหน้า และทุ่มเทหัวใจให้กับบริษัททำให้ฉันมีความสุข”

เชื่อว่า เหวิน เหว่ย หาคนมาดูแลสโมสรฟุตบอลและขับเคลื่อนกีฬาที่เขาชื่นชอบได้อย่างเหมาะสมแล้ว