นักสู้อยู่ในสายเลือด : 6 แข้งไทยลีกที่เติบโตมาจากการเป็นนักมวยไทย

บางคนเป็นนักชกชื่อดังแห่งภาคอีสาน, บางคนเก่งกาจถึงกับมีค่าตัวเรือนหมื่นในวัยไม่ถึง 15 ปี และบางคนผ่านการชกมามากกว่า 42 ไฟต์...นี่ คือ 6 พ่อค้าแข้งที่ต่างก็ไม่ได้เริ่มเริ่มกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่แรก พวกเขาต่างเคยผ่านสังเวียนผ้าใบและขึ้นชกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เป็นใครกันบ้าง ติดตามได้ที่นี่

นี่ คือ 6 พ่อค้าแข้งที่ต่างก็ไม่ได้เริ่มเริ่มกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่แรก พวกเขาต่างเคยผ่านสังเวียนผ้าใบและขึ้นชกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เป็นใครกันบ้าง ติดตามได้ที่นี่

ชาคริต ระวันประโคน – โอโรโน่ ศิษย์ออ

อดีตเยาวชน 19 ปี ทีมชาติไทย ที่สร้างชื่อมารุ่นเดียวกับ ปกเกล้า อนันต์ ในรั้วสวนกุหลาบวิทยาลัย ผ่านการรับใช้สโมสรชื่อดังมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ เอฟซี, ราชบุรี เอฟซี, นครปฐม ยูไนเต็ด และ นครราชสีมา เอฟซี ทีมล่าสุด

ทว่าหากย้อนกลับไปเมื่อตอนก่อนจะมาเป็นนักเตะอาชีพ “โตโต้” ชาคริต ระวันประโคน เริ่มต้นจากการเล่นฟุตซอลเป็นชีวิตจิตใจที่บ้านเกิดจังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อที่รับราชการทหาร แต่เมื่อย่างเข้าสู่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มวยไทยคือกีฬาที่เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาเพราะมีเพื่อนเป็นนักกีฬาหลายประเภท

เขาตัดสินใจซ้อมมวยไทยแบบเป็นจริงเป็นจังพร้อมขึ้นชกรายการต่างๆตามแต่จะได้รับโอกาส ช่วงแรกอาจยังไม่มีชื่อที่แน่นอน แต่พอเชิงมวยเริ่มเก่งกาจจากค่าตัวหลักร้อยขยับขึ้นไปถึงหลักพัน จนก้าวไปแตะหลักหมื่น ชาคริต เลือกใช้ชื่อในแวดวงกำปั้นตระเวนชกแถบอีสานว่า “โอโรโน่ ศิษย์ออ” แต่ก็ทำให้เกิดประเด็นขึ้นพอสมควร เมื่อไปพ้องกับยอดนักมวยชื่อดังอย่าง โอโรโน่ ศิษย์ อ. แตกต่างเพียงคำว่า ออ เท่านั้น

“โตโต้” ใช้เวลาบนสังเวียนผ้าใบพร้อมกับเริ่มเล่นฟุตบอลสนามใหญ่ควบคู่กันไปด้วย ก่อนที่จะได้โควตานักเตะช้างเผือกของสถานศึกษาชื่อดังอย่างสวนกุหลาบวิทยาลัย แม้จะต้องเล่นฟุตบอลถี่ขึ้น แต่กลิ่นสาบหมัดนวมยังทำให้เขาขึ้นอยากขึ้นชกอยู่เสมอ

บางครั้งถึงกับต้องหนี อ.ทนสิงห์ เสือมาพะเนา กุนซือใหญ่ของโรงเรียน ไปขึ้นเวที เพราะรายได้เรื่อนหมื่นในระยะหลังๆมันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน ช่วงขึ้น ม.5 เขามีโอกาสได้ขึ้นชกในเวทีราชดำเนินหนึ่งครั้ง จากคำชักชวนของโปรโมเตอร์ แม้ครั้งนั้นผลงานอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ ก็ยังพอมีหวังว่าจะได้เดินหน้าต่อ แต่ก็เริ่มคิดในใจว่าเวทีอาชีพจริงๆบรรดานักชกฝีมืออาจะไม่แตกต่าง แต่ความเข้นข้นในการฝึกซ้อมต่างหากที่ไม่เหมือนกัน

ไม่นานนัก “โตโต้” ก็ตัดสินใจเลิกเป็นนักมวย หลังผ่านสังเวียนมากว่า 20 ไฟต์ ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพราะสภาพร่างกายเริ่มย่ำแย่ เลยหันมาฟื้นฟูตัวเองอย่างหนักพร้อมกับทุ่มเทให้กับฟุตบอลอย่างเต็มตัว จนก้าวไปติดทีมชาติไทยชุดยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ก่อนหันเหสู่เส้นทางลูกหนังแบบเต็มตัวจนถึงปัจจุบัน

Pages