นีล ฮัมฟรีย์ส : น่าเสียดายที่ เบนจามิน ตัน ทำงานให้ไทย ไม่ใช่ บ้านเกิดตัวเอง

เบนจามิน ตัน กำลังไปได้สวยกับการทำงานให้วงการฟุตบอลไทย และ นีล ฮัมฟรีย์ส คอลัมนิสต์ของเราคิดว่า สิงคโปร์ควรจะเสียดายที่ปล่อย หนุ่มใหญ่วัย 39 ปี ไปทำงานให้กับประเทศเพื่อนบ้านของพวกเขา…

ที่ผ่านมา สิงคโปร์ มักช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอยู่เสมอ

อย่างปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี ลีเสียนลูง ได้เสนอให้ มาเลเซีย ยืมเครื่องกรองน้ำเพื่อทำน้ำดื่มให้เแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยทางตอนเหนือของเพื่อนบ้านทางตอนใต้ของไทย

และแม้ สิงคโปร์ จะมีปัญหาขาดแคลนเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ แต่ก็ไม่มีชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีคุณภาพชีวิตเท่าคนของพวกเขา

ทว่า ทั้งหมดใช้ไม่ได้กับ วงการฟุตบอล

โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา สิงคโปร์ ไม่สามารถใช้ทรัพยากรในวงการลูกหนังที่พวกเขามีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุด

ซึ่งกรณีหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ เบนจามิน ตัน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น อดีตเจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ (เอฟเอเอส) ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและวางแผนเช่นเดียวกับ เคยทำงานให้สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) มาก่อน

แต่วันนี้ พวกเขาเสียบุคคลทรงคุณค่ามาให้ ไทย เสียแล้ว

เพราะเราจะรู้ถึงคุณค่าของบางสิ่ง เพียงเมื่อเราสูญเสียมันไปแล้ว

ก็เท่านั้นเอง…

ครั้งหนึ่งสมัยยังทำงานกับ สมาคมฟุตบอลสิงคโปร์

ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ตัน เพิ่งให้สัมภาษณ์กับทีมงาน FFT ประเทศไทยเกี่ยวกับการทำงานในตำแหน่ง รองประธานบริษัทพรีเมียร์ลีกออฟไทยแลนด์  และผู้ดูแลด้าน  “คลับไลเซนซิง” โดย หนุ่มใหญ่วัย 39 ปี ให้เหตุผลที่เข้ามาทำงานตรงนี้ เพราะว่า ฟุตบอลไทยดูมีอนาคตมากกว่า สิงคโปร์  ไม่ว่าจะในระดับสโมสรหรือทีมชาติ

อีกทั้ง ตัน พูดภาษาไทยได้คล่อง และยังเป็นคนชอบเดินทางอยู่เสมอ เขาชอบเดินทางจนถึงขนาดได้ภรรยาเป็นชาวเวียดนามเลยเดียว และทั้งคู่ก็เคยทำงานร่วมกันให้กับ เอเอฟซี มาแล้ว

นอกจากนี้ การได้ทำงานในต่างแดนก็ถือเป็นการเปิดหูเปิดตา และทำให้ ตัน เป็นคนที่เก่งกว่าเดิม

เหมือนกับเหล่านักฟุตบอลเลือดลอดช่องที่ดูยอดเยี่ยมกว่าเดิม หลังได้ไปเปิดประสบการณ์ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฮัสซัน ซันนี่, ซาฟูวาน บาฮารูดิน, ฮาริส ฮารูน หรือ ไบฮัคกี้ ไคซาน

ต่างกันเพียงแค่ พวกเขาทำงานหนักในสนาม ส่วน ตัน ทำงานหนักเบื้องหลัง พร้อมทั้งเข้าประชุมกับผู้บริหารเสมอ ยิ่งปัจจุบันนี้ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำและผู้บริหารในองค์กร จนทำให้ทุกอย่างดูดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาเยอะ

ซึ่งหากทุกวันนี้ ตัน ยังทำงานกับ เอฟเอเอส ละก็ เขาจะไม่ได้เจอกับงานระดับนั้นแน่นอน

การเล่นในต่างแดน ทำให้ ฮัสซัน เก่งขึ้นเยอะ

อย่างไรก็ตาม การที่คนสิงคโปร์มาทำงานให้ไทย แล้วประเทศของพวกเขาไม่ค่อยได้รับประโยชน์อะไร ไม่ว่าจะเป็นในระยะสั้นหรือระยะยาว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย

แต่ว่า หลายฝ่ายในแดนลอดช่อง ยังหวังว่า สักวันหนึ่ง อดีตเด็กปั้นของ เอฟเอเอส จะกลับมากอบกู้วงการฟุตบอลที่ประเทศบ้านเกิด ด้วยการลงสมัครตำแหน่ง นายกสมาคมฟุตบอล หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั่วเอเชียมาหลายปี

โดยแม้ฟุตบอลจะเป็นกีฬาอาชีพเพียงอย่างเดียวในประเทศ ทว่า สิงคโปร์ กลับประสบปัญหาความตกต่ำของ เอสลีก และ ทีมชาติ

ซึ่งหลายคนคาดหวังให้ เอสลีก ต้องกลับมาเฟื่องฟูและยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองอีกครั้ง พร้อมกับสามารถดึงดูด อดีตนักเตะระดับดาวดังหรือพวกที่ยังไม่แก่ แต่ฝีเท้าดี มาเหมือนที่ไทยลีกทำได้

เพราะถึงตรงนี้ พวกเขามีเพียงแค่ เจอร์เมน เพนแนนท์ เท่านั้นที่พอจะเรียกว่า มีชื่อเสียงในลีกของตัวเอง

สมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ ควรเสียใจไหมที่ไม่รั้น ตัน ไว้ต่อไป?, ภาพโดย FAS

และหากทำได้ แฟนบอลก็จะเริ่มหันมาติดตามมากขึ้น และจากนั้น สปอนเซอร์ ก็จะเริ่มหันมาลงทุนกับสโมสร และทุกอย่างก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทุกประเทศทั่วโลกก็ใช้วิธีบูมลีกแบบนี้มาก่อน(สิงคโปร์ก็เคย ก่อนล้มอีกครั้งในวันนี้) ที่น่าสนใจคือแผนงานในระยะยาวต่างหาก

ซึ่งก่อนหน้านี้ ตัน ได้วางแผน 4 ปีข้างหน้าให้กับฟุตบอลไทยเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ สิงคโปร์ ไม่มีอะไรในอนาคต และอยู่แบบตามมีตามเกิดไปเรื่อยๆ

การมีผู้เล่นดังๆแบบ เพนแนนท์ น่าจะช่วยดึงดูดความสนใจได้บ้าง, ภาพโดย Weixiang Lim / FFT

ก็ได้แต่หวังว่า เบนจามิน ตัน จะเอาประสบการณ์ตลอดสิบกว่าปีนี้ กลับมาทดแทนคุณประเทศบ้านเกิดในเร็ววัน และไม่แน่ว่า ในสักวัน เราอาจได้เห็นชื่อของเขาในนาม

‘เบนจามิน ตัน – นายกสมาคมฟุตบอลแห่งสิงคโปร์’ ก็เป็นได้…