น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ : ถ้าเป็นเด็ก (นักเตะ) ใหม่… ต้องทำตัวอย่างไร?

ถ้าคุณไม่อยากจะเข้าใจอะไรผิด มาคุยกับคนวงในของเราดีกว่า

เขาเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ 15 ปีในการค้าแข้ง 4 ดิวิชั่น เขาเล่นในศึกพรีเมียร์ ลีก รวมทั้งติดทีมชาติอีกด้วย

ซึ่งเราจะพบกับเรื่องราวเบื้องลึกของเขาสัปดาห์ละครั้ง

นักเตะใหม่ที่เข้ามาสู่ทีมนั้นไม่ได้อยู่กับสโมสรตลอด 24 ชั่วโมง เราเลือกที่จะพาเขาไปเที่ยวด้วยกันก่อนช่วง ทัวร์อุ่นเครื่อง ซึ่งถือเป็นการพักร้อนไปในตัว

ไม่มีใครในทีมรู้จักกับนักเตะใหม่นอกจากผู้เล่นคนหนึ่งในทีมของเราที่เคยเล่นกับเขาเมื่อสมัยเป็นเยาวชน แน่นอนว่า เขาคอยช่วยให้นักเตะใหม่ปรับตัว มีครั้งหนึ่งเราเจอพวกเขาเมาด้วยกันที่บาร์

นักเตะใหม่นั้นเป็นมิตรกับทุกคนในทีม ซึ่งบางทีมันก็เกินคำว่าเป็นมิตรเหมือนกัน เขาสวมกอดทุกคนอย่างแนบแน่น จนมีคนในทีมเราคนหนึ่งถามว่า “ตกลงนี่มันเป็นผู้เล่นหรือว่าเป็นแฟนบอลที่มาปลื้มพวกเราวะเนี่ย ?” จากนั้นเขาเริ่มเต้นรำกับสาว แล้วก็มาอ้วกแตกตอนเที่ยงคืน ในเสื้อตัวที่ประดับด้วยปีกใหญ่ ที่ทำให้เขาโดนล้ออยู่เป็นประจำ

Beer

การเข้าร่วมกับเพื่อนใหม่ได้เร็วที่สุดก็คือการดื่ม

นั่นคือบทเรียนสำหรับนักเตะหน้าใหม่ เจ้าหนุ่มคนนั้นไม่ได้บ้า หรือว่าจองหอง เพียงแต่ว่าเขาเมาเละไปหน่อย เลยทำให้ตัวเองดูโง่ไปโดยปริยาย

การหาจุดลงตัว

การมาที่สโมสรใหม่ แน่นอนว่าคุณย่อมอยากจะทำให้ทุกอย่างมันโอเค มันก็เหมือนกับการมาที่โรงเรียนวันแรก หรือการเริ่มงานใหม่ คุณต้องเริ่มต้นให้ดี สิ่งสำคัญก็คือ การเป็นมิตร และมีมนุษย์สัมพันธ์ โดยที่ไม่เสแสร้งและทำเกินกว่าเหตุ

ส่วนใหญ่มักจะเป็นกัปตันทีมที่คอยต้อนรับนักเตะใหม่เข้ามา อาจจะเป็นการแนะนำตัว หรือว่าให้ร้องเพลงในคืนแรก ช่วงทัวร์อุ่นเครื่องนั้นถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้ นักเตะได้ปรับตัวเข้าหากัน บางครั้งเราก็ดื่มกันแบบรวดเดียวหมดแก้ว ซึ่งสุดท้ายผมก็ร่วงไป

คุณต้องเคารพคนที่อยู่ก่อน และอย่าอายเกินกว่าที่จะทำอะไร ถ้าหากว่าคุณเป็นเด็กใหม่คุณทำได้แบบนี้เดี๋ยวมันก็ดีเอง มีเด็กใหม่คนหนึ่งเราเรียกเขาว่า “สโนวี่” เพราะว่าเขาปรับตัวได้เร็วยิ่งกว่าหิมะปกคลุม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ดีมั้ย? บางทีนะ

ส่วนใหญ่หลายคนเลือกที่จะจบด้วยการไปดื่ม ผมเคยเห็นนักเตะคนหนึ่งที่เข้ามาร่วมทีมเราในช่วงเดือนมกราคม เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างขี้อายมากๆ และไม่ค่อยคุยกับใคร กลุ่มของพวกเราประมาณ 8-9 คน มักจะจับกลุ่มคุยกันที่ โรงแรม แต่ว่าเขาเลือกที่จะเดินผ่านไป คุณดูก็รู้เลยว่าเขาอึดอัด ผมพยายามไปคุยกับเขา เขาก็ไม่เคยออกมาจากโลกของตัวเอง เล่นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง แล้วเราจะสื่อสารกันยังไงล่ะ? ถ้ามันเป็นแบบนี้ นั่นทำให้เขาอยู่กับเราได้เพียงแค่ 4 เดือนแล้วก็ย้ายออกจากทีม

Liverpool

การเป็นคนขี้อาย นั้นไม่ใช่เรื่องดีสำหรับการปรับตัว

ส่วนใหญ่มักจะเป็นกัปตันทีมที่คอยต้อนรับนักเตะใหม่เข้ามา อาจจะเป็นการแนะนำตัว หรือว่าให้ร้องเพลงในคืนแรก ช่วงทัวร์อุ่นเครื่องนั้นถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้ นักเตะได้ปรับตัวเข้าหากัน บางครั้งเราก็ดื่มกันแบบรวดเดียวหมดแก้ว ซึ่งสุดท้ายผมก็ร่วงไป

ลืมอดีตซะ

เด็กใหม่ไม่ควรที่จะพูดอะไรมากมายถึงทีมเก่า เพราะว่ามันจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบ มันอาจจะเป็นเรื่องตลกในวันแรก แต่เมื่อผ่านไปราวสองสัปดาห์ มันจะไม่เป็นแบบนั้น, อย่างในตอนที่นั่งกินข้าวร่วมกัน ผมเคยเจอคำพูดที่ออกมาแบบว่า “ถ้าทีมเก่าของแกมันดีนัก ทำไมแกไม่กลับไปที่นั่นเลยล่ะ?”​ ซึ่งมันจะกลายเป็นเรื่องบานปลายถ้าหากว่าเอาแต่พูดถึงทีมเก่า

มันอาจจะเป็นเรื่องตลกในวันแรก แต่เมื่อผ่านไปราวสองสัปดาห์ มันจะไม่เป็นแบบนั้น, อย่างในตอนที่นั่งกินข้าวร่วมกัน ผมเคยเจอคำพูดที่ออกมาแบบว่า “ถ้าทีมเก่าของแกมันดีนัก ทำไมแกไม่กลับไปที่นั่นเลยล่ะ?”​ ซึ่งมันจะกลายเป็นเรื่องบานปลายถ้าหากว่าเอาแต่พูดถึงทีมเก่า

ผู้เล่นบางคนคิดว่าเขาจะต้องเป็นตัวหลักของทีมตั้งแต่วันแรก เขาจะต้องเป็นตัวนำในการฝึกซ้อม และต้องโชว์เหนือต่อหน้าผู้เล่นหนุ่มๆ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ารำคาญมากต่อคนที่อยู่มาอย่างยาวนาน บางคนทำงานหนักมา 6-7 ปี เพื่อที่จะมาถึงจุดนี้ และไม่เคยทำอะไรแบบนี้ จากนั้นพวกเขาก็จะเริ่มพูดว่า “โอ้ แกเคยทำแบบนี้ได้ที่ทีมเก่าของแกใช่มั้ย” เมื่อเขาได้ยินเขาก็จะหยุด เพียงแค่ว่าผู้เล่นหลายๆคนในทีมก็เริ่มที่จะไม่ประทับใจเขาแล้วล่ะ

นักเตะใหม่จะถูกตัดสินด้วยความสามารถ ตอนอยู่กับสโมสรหนึ่ง ผมเคยพลาดโอกาสจะๆ สี่ครั้งในการฝึกซ้อมต่อหน้าทุกคน เพราะผมรู้สึกว่าทุกคนกำลังมองผมอยู่และผมกดดันมาก

Training

มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องสร้างความประทับใจตั้งแต่การซ้อมครั้งแรก

“นี่เราต้องเสียเงินจ้างนายมาอีกแล้วเหรอวะเนี่ย?” หนึ่งในนักเตะกองหน้าเพื่อนร่วมทีมของผมกล่าวแบบติดตลก แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มมีเสียงหัวเราะกัน ซึ่งมันทำให้ผมผ่อนคลาย

ชนแก้วกันหน่อยมั้ย เจ้านาย?

นักเตะบางคนเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ถ้าหากว่านักเตะที่เข้ามาสู่ทีมและเข้ามาเล่นตำแหน่งเดียวกับผม ผมก็จะไม่กดดันเขา เพื่อให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นที่ต้อนรับ เพราะผู้เล่นเหล่านี้จะรู้สึกว่าเขามาแทนที่ผม มาบีบให้ผม หรือใครบางคนต้องออกจากทีมไป ซึ่งอันที่จริงต่อให้ผมจะอยู่หรือย้ายมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา เราต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง ส่วนเขาจะได้โอกาสหรือไม่ มันก็ต้องเป็นการพิสูจน์ตัวเองในการแข่งขัน จากนั้นเขาก็จะเป็นที่ต้อนรับของทุกคน

เขาก็ดันเลือก ซัมบูกา (เหล้าที่จุดไฟ) ในขณะที่มันยังมีไฟลุกอยู่ ผลก็คือ เขาทำไม่เป็น และไฟไหม้ปากเขา จนต้องรีบหาน้ำมาดื่ม และปากของเขาพองเลยล่ะในการมาคุมทีมซ้อมวันถัดมา

จริงๆ มันไม่ใช่เพียงแค่นักเตะเท่านั้นที่ต้องการปรับตัว นักเตะคนหนึ่งได้คุยกับผู้จัดการทีมคนใหม่ ด้วยการชวนไปดื่มกันในคืนนั้น ผู้จัดการทีมนั้นรู้สึกลังเล เพราะว่าเขาไม่อยากจะสนิทกับนักเตะจนเกินไป แต่ว่าเขาก็ไม่ต้องการที่จะห่างเหินจากนักเตะนัก

สุดท้าย เขาตกลงที่จะไปดื่มด้วยในโรงแรมนั่นแหละ และนักเตะให้เขาเลือกเครื่องดื่มเอง ซึ่งเขาก็ดันเลือก ซัมบูกา (เหล้าที่จุดไฟ) ในขณะที่มันยังมีไฟลุกอยู่ ผลก็คือ เขาทำไม่เป็น และไฟไหม้ปากเขา จนต้องรีบหาน้ำมาดื่ม และปากของเขาพองเลยล่ะในการมาคุมทีมซ้อมวันถัดมา (ฮา)

“ฉันจะไม่ดื่มกับแกอีกแล้ว” เขากล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ เขาเคยทำมือลั่นทำน้ำแข็งหกเรี่ยราด ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน แต่เขาก็พยายามที่จะไม่ลงมาคลุกคลีกับนักเตะมากเกินไป

Shot glass

ใครมีไฟมาจุดมั้ย?

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand

Topics