นรกชังหรือสวรรค์แกล้ง?: เมื่อ 'แฟนผี' ปลอมเป็น 'เด็กหงส์' จนรู้ต้นตอความเกลียดชัง

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2007 โฟร์โฟร์ทูได้ชวน แอนดี้ มิตเท่น บรรณาธิการแฟนซีน United We Stand ทำภารกิจลับๆกับเดอะ ค็อป

หัวของผมรู้สึกเหมือนว่ามันกำลังจะระเบิด เพราะข้างหน้าผมไม่ถึง 10 หลา จอห์น โอเช กำลังวิ่งมาฉลองประตู ทำเอาพวกสเก๊าส์ถึงกับอึ้ง จนทำเอาเสียงตะโกนด้วยความสะใจของนักเตะยูไนเต็ดดังขึ้นมาถึงอัฒจันทร์

เราเอาชนะคู่ปรับสำคัญอย่างลิเวอร์พูลแบบสุดดราม่า ซึ่งหลายคนบอกว่าเป็นชัยชนะที่ไม่สมควรจะได้ 1-0 ที่แอนฟิลด์ด้วยประตูท้ายเกมแม้ว่าจะตั้งรับเกือบตลอด ตอนนี้เราทิ้งห่างรองจ่าฝูง 12 แต้มทั้งที่ฤดูกาลนี้แฟนบอลมองว่าเราควรจะเลิกหวังไปเสียด้วยซ้ำ

ถึงนักเตะจะโห่ร้องและสวมกอดกันและกัน แต่ผมต้องยับยั้งอาการดีใจของตัวเอง เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางฝูงเดอะ ค็อป เป็นแมนคูเนี่ยนเพียงคนเดียวในบรรดาแฟนบอลลิเวอร์พูล 12,000 คน

หลังจากชำเลืองมองบรรดาแข้งยูไนเต็ด และสาวกเร้ด เดวิลส์ อันคุ้มคลั่งราว 3,000 คนที่อัฒจันทร์ฝั่งแอนฟิลด์ โร้ด เป็นครั้งสุดท้าย ผมก็วิ่งเหยาะๆกลับไปยังรถ ผ่านถนนเก่าๆที่รายล้อมด้วยอาคารแบบวิคตอเรีย ผ่านผับที่แฟนบอลมักจะมาชุมนุมกันด้วยหน้าที่ถูกเพ้นท์ด้วยสี, หมวกตัวตลก และเสื้อบอล มันทำให้ผมนึกถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด

ในที่สุด ผมก็สามารถปลดปล่อยอารมณ์และเอามือชกกับอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความสะใจในรถที่ค่อนข้างปลอดภัย ก่อนจะเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งจ้องมาที่ผมจากประตูหน้าห้องของเขา เขายกนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่ตัว 'V' ที่แปลว่าชัยชนะ และผมก็ไม่จำเป็นต้องขอตัวช่วยอ่านริมฝีปากก็รู้ว่าเขาพูดอะไร มันคงถึงเวลาที่ต้องบอกลาอีสต์ แลงก์ โร้ด แล้วกลับแมนเชสเตอร์เสียที 

"เอ่อ เนมานย่า นายลืมไปแล้วหรอว่าอยู่ทีมไหน?"

ความรู้สึกของผมแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงก่อนเกม เมื่อผมต้องต่อแถวเข้าไปนั่งอัฒจันทร์ที่มีแฟนบอลเดอะ ค็อป เป็นครั้งแรกในชีวิต ผมไม่ได้เห็นแฟนบอลยูไนเต็ดเลยตลอดทั้งวัน เพื่อให้ตัวเองปลอดภัยจากคนรู้จักที่เป็นแมนคูเนี่ยนเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นโดนจับโป๊ะได้แน่ๆ

"เราอยู่ในเกมเดียวกันและเราทุกคนต่างก็รู้จักกันดี" ใครคนหนึ่งอธิบาย ไม่ว่าคุณจะคว้าแชมป์โอลิมปิกส์ฤดูหนาวที่ญี่ปุ่นหรืออยู่ในเทศกาลกลาสตันบิวรี่ คนส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เด็กผีก็เป็นเด็กหงส์ 

เช่นเดียวกันกับผม 95% ของแฟนบอลยูไนเต็ดจะไม่ใส่เสื้อทีมตัวเอง แต่อาการหวาดระแวงก็เกิดขึ้นกับผมทันทีที่ถึงที่นั่ง เพราะหากมีแค่คนเดียวที่รู้ว่าผมไม่ใช่แฟนบอลลิเวอร์พูลก็ทำให้ประสาทกินได้แล้ว อย่างไรก็ตามผมคงไม่พยายามพูดสำเนียงสเกาซ์หรอก ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่พยายามจะทำอะไรที่บอกว่าตัวเองมาจากไหนเช่นกัน

"โอเคนะ พวก" ชายคนหนึ่งที่นั่งถัดจากผมกล่าวด้วยสำเนียงตอนเหนือของเวลส์

"โอเค พวก" ผมตอบกลับไปแบบนิ่งๆ มันเป็นคำพูดสุดท้ายที่ผมพูดตลอดทั้งเกมนั้น

ตอนที่แฟนๆร้องเพลง You’ll Never Walk Alone ผมโฟกัสอยู่แค่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามเท่านั้น ผมทำแบบเดียวกันตอนที่พวกเขาตะโกนร้องเพลง "แกได้แชมป์แค่ 2 สมัย ก็เหมือนกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ นั่นแหละ" พวกเขาอ้างอิงถึงยูไนเต็ดที่ได้แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัย (ก่อนจะได้อีกครั้งในปี 2008) ขณะที่ลิเวอร์พูลได้ 5 ครั้ง

ผมเฉยๆนะกับการที่ด่าทอ แกรี่ เนวิลล์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่รู้สึกแปลกใจมากที่โรนัลโด้ไม่โดนโห่แม้แต่ครั้งเดียว "เราไม่ด่าเจ้าคนต่างชาตินั่นหรอก ไร้สาระ" สเกาเซอร์คนหนึ่งอธิบายภายหลัง และน่าทึ่งที่เดอะ ค็อป ปรบมือให้ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ตอนที่เขาลงเฝ้าเสา และนายด่านดัตช์แมนก็ปรบมือกลับอย่างอบอุ่น

รอบตัวผม ธงบอลยุโรปของลิเวอร์พูลที่อ่านได้ว่า  'เพสลี่ย์ 3 เฟอร์กูสัน 1' ยังโบกสะบัดอย่างต่อเนื่อง ลิเวอร์พูลถูกปกคลุมด้วยธง, ชุดแข่งแบบที่ถึงขนาดเว็บไซต์เป็นของตัวเอง และอื่นๆเพื่อพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นสเกาเซอร์

ตอนพักครึ่ง ผมได้พบกับ ปีเตอร์ ฮูตัน อดีตนักร้องนำวง The Farm ที่เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลมาตลอดชีวิตซึ่งเขาได้ถามว่า

"คุณจะทำอะไรตอนที่เรายิงได้?" เขาถาม

"ตอนไหนหรอ?"

"เมื่อไหร่ล่ะ"

แล้วลิเวอร์พูลก็ยิงไม่ได้

เดิร์ค เค้าท์ ปะทะกับ จอห์น โอเช

มีการยอมรับกันโดยทั่วไปว่ามีความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างแฟนบอลลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ทั้ง 2 สโมสรดูเหมือนว่าจะพยายามลดบรรยากาศอันรุนแรงลง

ระหว่างเกมเอฟเอ คัพ ที่แอนฟิลด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2006 มีแฟนบอลลิเวอร์พูลคนหนึ่งได้ขว้างถ้วยอุจจาระใส่แฟนยูไนเต็ด 6,000 ที่อยู่บนอัฒจันทร์ชั้นล่างของฝั่งแอนฟิลด์ โร้ด จนไปลงหัวคนหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีบรรดาเด็กหงส์ที่ไปเขย่ารถพยาบาลที่กำลังส่ง อลัน สมิธ ดาวเตะแมนฯยูไนเต็ดส่งโรงพยาบาล แม้ว่าภายหลังสมิธจะได้รับการ์ดอวยพรหลายร้อยใบจากลิเวอร์พัดเลี่ยน แต่มันก็เป็นการกระทำที่น่าละอายอยู่ดี

ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ตำนานอย่าง เดนิส ลอว์, เอียน คัลลาแฮน, บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ โรเจอร์ ฮันท์ ต่างพาเหรดเข้ามายังสนามก่อนเกม และมีการแข่งยิงจุดโทษระหว่างแฟนๆ ซึ่งมันไม่เวิร์ค และความเกลียดชังยังไม่หมดเท่านั้น เมื่อในวันนั้นแฟนบอลลิเวอร์พูลมาถึงแมนเชสเตอร์โดนต้อนรับด้วยกราฟิตี้ตรงสะพานบนถนนสาย M602 อันเป็นย่านแฟนบอลปีศาจแดงในซัลฟอร์ดว่า ‘ฮิลล์สโบโร่ ’89’ และเมื่อย่างเข้าใกล้กับสนาม ก็มีสีสเปรย์พ่นบนผนังอีกข้อความหนึ่งใจความว่า "ยินดีต้อนรับสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ฉันจะฆ่าแกไอ้พวกสเกาซ์"

ทั้งสองทีมนำโดย แกรี่ เนวิลล์ ที่ถูกทำโทษจากการแสดงความดีใจที่ไปยั่วยุแฟนบอลลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลก่อน กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ทั้งคู่เข้าใจความเป็นคู่ปรับระหว่างแมนฯยูไนเต็ด - ลิเวอร์พูลเป็นอย่างดี หลังจากที่เติบโตมาจากการเป็นแฟนบอลจนกระทั่งได้สวมปลอกแขนกัปตัน อีกทั้งยังเป็นเป้าด่าของแฟนบอลด้วย

ซัวเรซเคยสร้างวีรกรรมในแดงเดือดมาแล้ว

แฟนยูไนเต็ด: “แกรี่ เนวิลล์ คือปีศาจแดง เขาเกลียดสเกาเซอร์”
แฟนลิเวอร์พูล: “แกรี่ เนวิลล์ มีอะไรกับแม่ตัวเองทางทวารหนัก”
แฟนยูไนเต็ด: “สตีเว่น เจอร์ราร์ด เจอร์ราร์ด เขาจูบตราสโมสร แล้วก็ขอย้ายทีม สตีเว่น เจอร์ราร์ด เจอร์ราร์ด”
แฟนลิเวอร์พูล: “ก้าวไป ก้าวไป ด้วยความหวังในหัวใจของนาย นายจะไม่มีวันเดินเดียวดาย”
แฟนยูไนเต็ด: “สมัครงานเข้าไป สมัครงานเข้าไป ด้วยความหวังในหัวใจของนาย นายจะไม่ได้งานหรอก (ลิเวอร์พูลเป็นเมืองที่มีอัตราการว่างงานสูง)”
แฟนลิเวอร์พูล:  “เราคว้าแชมป์ยุโรป 5 สมัยที่อิสตันบูล เราได้แชมป์ 5 สมัย”
แฟนยูไนเต็ด: “เราได้แชมป์ 2 สมัยแต่ก็ไม่ได้ฆ่าใครตาย เราได้แชมป์ 2 สมัย”
แฟนลิเวอร์พูล: “รอบสนามแอนฟิลด์ ครั้งหนึ่งเราเคยเห็นคิงเคนนี่เล่น และเขาน่าจะได้เล่น...”
แฟนยูไนเต็ด: “ไอ้ฆาตกร ไอ้ฆาตกร”
แฟนลิเวอร์พูล: “หุบปากไปเลยไอ้พวกค็อกนี่ย์,​ คืนนี้แกหุบปากไปเลยไอ้พวกค็อกนี่ย์” [เป็นการเหน็บแนมแฟนปีศาจแดงส่วนใหญ่ว่าไม่ใช่คนท้องถิ่น ซึ่งสาวกยูไนเต็ดไม่ค่อยพอใจนักเพราะพวกเขาคือแมนคูเนี่ยน]
แฟนยูไนเต็ด: “หากว่าเราเกลียดสเกาเซอร์ จงตบมือพลัน”
แฟนลิเวอร์พูล: “เราทุกคนเกลียดพวกแมงค์และแมงค์และแมงค์”
แฟนยูไนเต็ด: “พาร์ค, พาร์ค ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ไหน คุณก็กินหมา แต่ถ้าคุณเป็นสเกาซ์ คุณจะได้กินหนูในสถานสงเคราะห์”
แฟนลิเวอร์พูล:  [แซว เวย์น รูนี่ย์] “เคยเป็นสีน้ำเงิน แต่เดี๋ยวนี้เป็นแมงค์”
แฟนยูไนเต็ด[ร้องให้รูนี่ย์] “เคยเป็นสีน้ำเงิน แต่จะเป็นปีศาจแดงตลอดไป”
แฟนลิเวอร์พูล: [แซวรูนี่ย์] “แกมันไอ้กากหมู”
แฟนยูไนเต็ด“เมืองแห่งวัฒนธรรมหรอ น่าขำ”
แฟนลิเวอร์พูล: “โอ้ แมนเชสเตอร์ มีแต่ความห่วย”
แฟนยูไนเต็ด“สังคมรู้ไหมว่าพวกแกอยู่ที่นี่?”
แฟนลิเวอร์พูล: [หลังจากที่ทีมตัวเองตามหลัง 2-0] “ใครวะที่นอนบนรัยเวย์ ใครวะที่ตายบนหิมะ? นั่นมัน แม็ตต์ บัสบี้ กับลูกทีมที่ส่งเสียงน่ารำคาญนี่หว่า เพราะพวกมันไม่มีเครื่องบินบินกลับ”
แฟนยูไนเต็ด“พวกแกมันฆ่าแฟนบอลตัวเอง”
 
อ่านหน้าถัดไปเพื่อดูจุดเริ่มต้นของความเป็นคู่รักคู่แค้น