Analysis

โอบาฯไม่ใช่ทั้งหมด : เปิดหลังม่านลูกหนังกาบอง เหตุไฉนจึงเก่ง... แบบก้าวกระโดด?

ฟุตบอลแอฟริกัน... หากพูดคำนี้ขึ้นมาคุณเองคงนึกถึงเหล่าทีมนักเตะที่มีความแข็งแกร่งและความเร็วชนิดหาตัวจับยาก อย่างไรก็ตามหากจะวัดผลงานกันตามสถิติเมื่อครั้งเก่าก่อนจะพบว่าหากไม่นับ แคเมอรูน, ไนจีเรีย, เซเนกัล และ กาน่า ชาติจากแอฟริกาชาติอื่นๆ ก็แทบจะไม่เคยฝากผลงานในระดับฟุตบอลโลกได้เลย  

We are part of The Trust Project What is it?

วันนี้เราจะมาพูดถึงหนึ่งในชาติแอฟริกันที่กำลังจะได้ดวลกับทีมชาติไทยในศึกคิงส์ คัพ 2018 อย่าง กาบอง  ….ชาติที่ไม่ปรากฎชื่อในโลกลูกหนังมากนักจนกระทั่งพวกเขามีสุดยอดกองหน้าอย่าง ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง  การเขย่ง ก้าว กระโดด จากอันดับที่ 125 ในฟีฟ่า แรงกิ้้ง มาไกลอยู่ในอันดับ 95 ณ ตอนนี้ภายในระยะเวลา 15 ปี  ... มาดูกันดีกว่าว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ก่อร่างสร้างฟุตบอล

จริงๆแล้ว กาบอง ไม่ได้มีสมาคมฟุตบอลอย่างเป็นทางการมานานนมอะไรมากนัก พวกเขาเพิ่งเริ่มสร้างทีมฟุตบอลของประเทศครั้งแรกในปี 1960 เพื่อจุดประสงค์เล่นในเกมระดับกระชับมิตรกับชาติแอฟริกันที่พูดถาษาฝรั่งเศสอย่าง มาดาร์กัสการ์ และ บูร์กินา ฟาโซ เท่านั้น

กาบอง ต้องรอเวลาอีก 10 ปี จึงได้ร่วมวงไพบูลย์ในระดับทวีปเมื่อปี 1970 นี้นี่เอง

นักฟุตบอลของ กาบอง ในยุคตั้งไข่ตั้งแต่ยุค '80 เป็นต้นมาอย่าง ฟร็องซัวร์ อเมกาสเซ่ (ติดทีมชาติ 82 นัด), เซดริก มูบัมบ้า, ธีโอดอร์ เอ็นซู (ติดทีมชาติ 81 นัด) และ เอเตียน คาสซ่า เอ็นโกม่า (ติดทีมชาติ 74 นัด) คือชื่อของแข้งที่ครองสถิติติดทีมชาติมากที่สุดระดับท็อป 5 ของทีมชาติ ซึ่งไม่แปลกเลยที่คุณจะไม่รู้จักนักเตะเหล่านี้เพราะพวกเขาข้อมูลของเขาพวกเขาแทบไม่ปรากฎบนโลกอินเตอร์เน็ตเลย ส่วนที่ชี้ชัดได้มากที่สุดคือตำนานของทัพ “เดอะ แพนเธอร์” เหล่านี้ไม่เคยไปค้าแข้งในต่างประเทศเลยแม้แต่รายเดียว

และนักเตะที่ถือว่าดังที่สุดของพวกเขาก่อนจะเข้าสู่ยุคมิลเลเนียม (ค.ศ. 2000) มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น คนแรกคือ ปิแอร์ โอบาเมยอง ชื่อสนามกุลอาจจะคุ้นๆ ก็ไม่ต้องแปลกใจนัก เพราะนี่คือคุณพ่อของ ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง ที่เคยเล่นให้กับ ตูลูส และ นีซ ในช่วงยุค ‘90 ก่อนจะแขวนสตั๊ดกับ รูอ็อง ทีมในระดับดิวิชั่น 3 ของฝรั่งเศสในปี 2002 ส่วนอีกรายคือ ดาเนี่ยล กูแซ็ง ที่เคยเล่นให้กับ ฮัลล์ ซิตี้ ในระดับพรีเมียร์ลีก รวมถึงเล่นในลีกสก็อตแลนด์ และฝรั่งเศส มากกว่า 200 เกม

ด้วยคุณภาพที่ดูจะห่างไกลกับเพื่อนร่วมทวีปที่ทิ้งห่างไปไกลหลายขุม ทีมอย่าง ไนจีเรีย คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกระดับทีมชุดเยาวชนตั้งแต่ปี 1985 และคว้าแชมป์ในโลกในรายการระดับเยาวชนถึง 5 ครั้ง, ขณะที่ กาน่า เองก็คว้าแชมป์โลกมาเเล้วทั้งระดับ ยู20 ด้าน แคเมอรูน ก็เคยได้แชมป์โลกทั้งรุ่น ยู17 และยู 20 นอกจากนี้ยังเคยไปถึงแชมป์โอลิมปิกในปี 2000 ที่กรีซเป็นเจ้าภาพอีกด้วย  

รางวัลของชาติยักษ์ใหญ่ในแอฟริกาที่ได้ว่าไปทำให้เห็นภาพชัดว่า กาบอง ยังเป็นรองหลายขุม ดังนั้นตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมจนเดินทางมาถึงปี 2000 พวกเขาเหมือนพายเรือในน้ำวน เก่งกันเองชื่นชมกันเองเท่านั้น จนกระทั่งจุดเปลี่ยนก็เดินทางมาถึง

ฟีฟ่ามาช่วยแล้ว

ด้วยความล้มเหลวของชาติเล็กๆ ในแอฟริกาอันมีส่วนหนึ่งจากเศรษฐกิจในแต่ละประเทศที่ส่งผลให้พวกเขายากจนข้นแค้น จนไม่อาจจะสนใจเกมกีฬาได้มากกว่าปัญหาปากท้อง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ “ฟีฟ่า” จึงต้องยื่นมือเข้าสนับสนุนในปี 1999 เพื่อเปลี่ยนฟุตบอลเป็นกีฬาสำหรับมนุษยชาติทุกหมู่เหล่าอย่างแท้จริง

ฟีฟ่า เข้ามาเป็นพระเอกด้วยการสนับสนุนงบประมาณกว่า 476 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มหาศาลสุดๆ หากย้านกลับไปเมื่อ 19 ปีที่เเล้ว

พวกเขาจัดสรรงบให้ชาติในแอฟริกาสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะสนามแข่งขันและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และสิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดโครงการสร้างนักเตะเยาวชนขึ้นมาเพื่อพัฒนาการในระยะยาว

เท่านั้นยังไม่พองบก้อนใหม่อีก 228 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้ชาติจากแอฟริกาใด้มีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติไม่ว่าจะเป็นการจัดแข่งชิงแชมป์ฟุตบอลเยาวชนโลกชุดยู 17 และ ยู 20 ที่ประเทศ ไนจีเรีย และ อียิปต์ รับหน้าสื่อตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีโปรเจ็คใหญ่ยักษ์อย่างฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ อีกด้วย

แอฟริกาใต้กับการจัดฟุตบอลโลกครังแรกในแผ่นดีแอฟริกา

งบประมาณและการพัฒนาทุกๆด้านทั้งหมดที่กล่าวไปในข้างต้น "น่าจะ" ประสบผลสำเร็จอย่างสวยงามเลยทีเดียวหากเราใช้ทีมชาติ กาบอง เป็นตัวชี้วัด เพราะหลังจากเมล็ดพันธ์ที่ ฟีฟ่า หว่านไว้ในปี 1999 อีก 10 ปีต่อมาพวกเขาก็มีนักเตะที่สามารถใช้คำว่า "ฝีเท้าดี" ได้เต็มปากมากมายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน  ซึ่งนักเตะของ กาบอง หลังจากปี 2010 เป็นต้นมาคือคือกลุ่มนักเตะที่โตมาพร้อมๆกันทั้งหมดและยังติดทีมชาติชุดใหญ่ ณ ปัจจุบันนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรนักที่อายุเฉลี่ยของนักเตะทีมชาติกาบอง จะอยู่ที่ 25-28 ปี และนอกจากนักเตะตำแหน่งผู้รักษาประตู 2 รายที่อายุ 35 และ 34 ปี แล้ว พวกเขาไม่มีนักเตะเอาต์ฟิลด์ที่อายุเกิน 30 ปีเลยแม้แต่คนเดียว

ระดับทวีปไม่มีหมูให้เคี้ยว

หลังจากฟีฟ่า เข้ามาออกทุนเพื่อการพัฒนาฟุตบอลในทวีปแอฟริกาเเล้ว การเเข่งขันของเเดนกาฬทวีปดูจะเข้มข้นกว่าเดิมมาก ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาทีมชาติเล็กพัฒนาเข้าใกล้ยักษ์ใหญ่ขึ้นมาเรื่อยๆ ใครจะคิดว่าทีมนอกสายตาชาวโลกอย่าง แองโกล่า และ โตโก จะได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2006 เหนือ ไนจีเรีย และ เซเนกัล ขณะที่ บูร์กินา ฟาโซ ที่ไม่เคยมีหือมีอือมานานก็เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศใน แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ปี 2013 อีกต่างหาก

กาบอง ได้เจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งเกือบทุกเกมที่ลงเล่น

ดังนั้นการได้หวดกับทีมที่ผลงานระดับนานาชาติปรากฎชัดเจนทำให้อันดับฟีฟ่าแรงกิ้งของชาติในแอฟริกาพุ่งสูงขึ้นมา ณ ตอนนี้ใน 60 อันดับแรกของฟีฟ่า แรงกิ้ง มีชาติจากแอฟริกัน ถึง 10 ชาติที่เรียงหน้าเข้ามาติดโผ

เมื่อศักยภาพโดยรวมออกมาดูดีแล้ว กาบอง เองก็ได้รับอานิสงส์นี้ไปเต็มๆ เลยทีเดียว และในหน้าต่อไปเราจะมาถึงส่วนสำคัญที่สุดของการพัฒนาทัพ "เดอะ แพนเธอร์"