โบอาซ โซลอสซ่า แข้งอินโดฯคนแรกใน Asia50 : เราต้องป้องกันลูกหนังให้พ้นมาเฟีย

ปี 2016 กลายเป็นปีแห่งอาชีพของ โบอาซ โซลอสซ่า ทั้งกับทีมชาติอินโดนีเซีย และ สโมสร เปอร์ซิปูร่า จายาปูร่า , ดาวเตะของ จายาปูร่า จะมาคุยกับ โฟร์โฟร์ทุ ถึงการได้เป็นนักเตะ อินโดนีเซีย คนแรกที่ได้เข้ามาสู่ 50 อันดับนักเตะเอเชียยอดเยี่ยมประจำปีนี้

โบอาซ โซลอซซ่า กับทีมชาติอินโดนีเซีย ห่างจากการคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เพียงแค่นิดเดียว จากการพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติไทย แชมป์เก่าไปแบบหวุดหวิด 3-2 ในสกอร์รวมสองนัด ในเกมรอบชิงชนะเลิศ

แต่ทุกคนในอาเซียนก็ได้เห็นฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจของกัปตันทีมชาติอินโดนีเซีย คนนี้ ตลอดทั้งรายการที่จัดขึ้นทั้งที่ประเทศ เมียนมาร์ และ ฟิลิปปินส์

“เขาคือตัวอย่างสำหรับนักเตะหนุ่มของ อินโดนีเซีย ในตอนนี้ , ความมีวินัย และทัศนคติของเขาทั้งในและนอกสนาม ทำให้เขามีฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอในการเล่นแต่ละวัน” อดัม อาลิส มิดฟิลด์จาก อาเรม่า เอฟซี

- Adam Alis, Arema FC midfielder

“ผมขอบคุณพระเจ้ากับผลงานที่ดีของตัวเองทั้งในทีมชาติและ เปอร์ซิปูร่า จายาปูร่า” เขากล่าวตอนที่ให้สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟกับ โฟร์โฟร์ทู อินโดนีเซีย

มันเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจได้ เพราะว่า ขวัญและกำลังใจของวงการฟุตบอลอินโดนีเซ๊ย ถูกเพิ่มขึ้นมาเพียงแค่ปีเดียวหลังจากที่โดนฟีฟ่า แบนจากการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติเป็นเวลา 1 ปี

เมื่อดูจากการเตรียมทีมที่มีเวลาจำกัด มันถือเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อกับผลงานของ อินนีเซีย แต่ว่า โบอัซ ก็ผิดหวังกับกับการที่ประเทศของเขาต้องพ่ายในรอบชิงรายการนี้เป็นครั้งที่ 5 , เขารู้ดีว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว กับการเจอกับทีมที่ดีที่สุดในอาเซียน

“ในเลกแรก เราชนะไทย 2-1 และใน เลกที่สองเราก็สู้อย่างเต็มที่” เขากล่าว

“แต่ว่า ไทย มีการเตรียมพร้อมที่ดีกว่า นั่นทำให้พวกเขาชนะเรา 2-0”

ดาวเตะวัย 30 ปี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าแม้ว่าจะผิดหวังกับความพ่ายแพ้แต่สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจก็คือการได้เห็นความทุ่มเทจากเพื่อนร่วมทีม

“ผมภูมิใจกับตัวเองและเพื่อนร่วมทีม ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม”​เขาย้ำ

Indonesia, and Boaz, made a triumphant return to international football

ในขณะที่ไทยนั้นยังคงเป็นมหาอำนาจใน อาเซียน การกลับมาของ อินโดนีเซีย ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เมื่อดูจากผลงานใน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งล่าสุด ที่เรียกได้ว่าพวกเขาดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ชาติอื่น ๆ อย่าง เมียนมาร์ หรือ เวียดนาม ก็ทำได้ดีกับการเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ เหนือทีมที่เคยเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคนี้อย่าง สิงคโปร์ และ มาเลเซีย ในขณะที่ ลาว กับ กัมพูชา ก็พิสจน์ให้เห็นว่าในชั่วโมงนี้พวกเขาไม่ใช่หมูสนามให้ทีมอื่นไล่ถล่มเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

“เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย” อินดรา ซาฟรี , ผู้จัดการทีมเยาวชนอินโดนีเซียชุดอายุไม่เกิน 19 ปี

- Bagas Adi Nugroho, Arema FC defender

สิ่งที่ โบอาซ พยายามจะชี้ให้เห็นคือตอนนี้ วงการฟุตบอลอาเซียนนั้นพัฒนาขึ้นมามาก ไม่ได้มีช่องว่างระหว่างทีมใหญ่กับทีมเล็กอีกต่อไป

“ตอนนี้ฟุตบอลมีเรื่องของกลยุทธและการจัดการเข้ามามากขึ้น มันเป็นการยกระดับหลาย ๆ ทีมขึ้นมาทำให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ มันทำให้หลายทีมใน อาเซียน ทำได้ดีเกินคาด” เขากล่าว

ส่วนปัญหาภายในของฟุตบอลอินโดนีเซียนั้นยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาตามที่เป็นข่าว,​แต่โบอาซ ยังเชื่อว่าฟุตบอลของประเทศนี้ยังไม่สิ้นหวัง และสามารถก้าวเดินต่อไปได้ แม้ว่าจะมีปัจจัยจากภายนอกเข้ามามากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

ความบ้าคลั่งในกีฬาลูกหนังขอบชาวอินโดนีเซีย เปรียบเหมือนยักษ์หลับ ที่ต้องการความถูกต้องที่ใสสะอาดเข้ามาปลุกให้มันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

“ถ้าหากว่าคุณต้องการให้ฟุตบอลอินโดนีเซีย ก้าวหน้า คุณก็ต้องปกป้องมันไม่ให้ถูกมาเฟียลูกหนังเข้ามาแทรกแซง” เขาเปิดใจถึงเรื่องนี้

“ถ้าหากว่าเราทำได้ เราก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นทีมที่ดีที่สุดของ อาเซียน”

สิ่งที่ โบอาซ เชื่อว่าสิ่งสำคัญคือการที่ อินโดนีเซีย ต้องมีนักเตะออกไปค้าแข้งต่างแดนให้มากขึ้น ซึ่งมันจะเป็นการช่วยยกระดับของฟุตบอลในประเทศได้อย่างแน่นอน

อย่างเช่น อันดิค เวอร์มานซียาห์ ดาวเตะของ อินโดนีเซีย ที่เล่นให้กับ เซลังกอร์ ในมาเลเซีย หรือจะเป็น ตัวของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะทีมชาติไทยจากสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่กำลังจะไปเล่นให้กับ กอนซาโดเล่ ซัปโปโร จากญี่ปุ่นในรูปแบบสัญญายืมตัว

“มันเป็นเรื่องดีแน่นอน เพราะว่า ประสบการณ์ของพวกเขาเหล่านี้จะคอยช่วยผู้เล่นคนอื่น”​ เขากล่าว “เช่นเดียวกัน เขาจะนำประสบการณ์จากการเล่นในต่างแดน มาช่วยในการเล่นทีมชาติ”

ในขณะที่ โบอาซ พลาดโอกาสในการคว้าแชมป์ทวีปร่วมกับทีมชาติ แต่ว่าสโมสร เปอร์ซิปูร่า จายาปูร่า สามารถคว้าแชมป์ของประเทศได้เมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าบางนัดพวกเขาจะไม่มีกัปตันคนเก่งลงสนามก็ตาม

“เดอะ แบล็ค เพิร์ล”​ ควบคุมสถานการณ์ได้เกือบทั้งหมด ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ โบอาซ เชื่อมั่นมาตลอดว่าทีมจะทำได้สำเร็จ แม้ว่าจะเจอปัจจัยนอกสนามคอยกดดันมาตลอด

ในที่สุดพวกเขาก็คว้าแชมป์ด้วยการมีแต้มเหนือ อาเรม่า โครนัส 4 คะแนน

“ผมเชื่อมั่นมาตลอดว่า เปอร์ซิปูร่า จะคว้าแชมป์ เพราะว่าทีมของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นแค่หนึ่งหรือว่าสองคน”

“ก่อนแข่งเรามักจะสวดมนต์ร่วมกันอยู่เป็นประจำ”​เขากล่าว

ก่อนจบการสัมภาษณ์​ โฟร์โฟร์ทู ได้ถามเขาถึงความรู้สึกกับการได้เป็นนักเตะ อินโดนีเซีย คนแรกที่ได้ติดอันดับของ 50 นักเตะเอเชียยอดเยี่ยม เขาตอบกลับมาว่า “ผมได้แต่ขอบคุณพระเจ้า , ผมมีความสุขมากกับได้รับเกียรติในครั้งนี้”