Stories

โช ชิโมจิ : หนุ่มไนต์คลับกรุงโตเกียว ผู้เกิดใหม่กับฟุตบอลไทยในวัย 27

“ผมถึงกับทะเลาะกับภรรยาบ่อยๆเลย ตอนที่ไม่ได้รับเงินเดือนเป็นเวลา 1 ปีที่ปารากวัย และบราซิล ผมใช้เงินเก็บที่มีทั้งหมดในชีวิตหมดไปกับช่วงเวลานั้น”

We are part of The Trust Project What is it?

โช ชิโมจิ เพลเมคเกอร์ชาวญี่ปุ่น หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญที่เคยพา “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน คว้าแชมป์โตโยต้าลีก คัพ 2014 แข้งวัย 32 ปีดูมีลีลาการเล่นที่ไม่ค่อยเหมือนกับชาวญี่ปุ่นทั่วไป เขาดูจะแหวกคอกหน่อยๆ ไม่ค่อยชอบเล่นเกมรับ ไม่แข็งแรงเท่าไหร่นัก ชอบสร้างสรรค์เกมรุกด้วยจินตนาการมากกว่าเล่นตามระบบระเบียบ อินดี้นิดๆ…เป็นผู้เล่นที่ยากจะจับทาง

แต่ก่อนมาแจ้งเกิดที่เมืองไทย สถาปนาตัวเองกลายเป็นซุเปอร์สตาร์ชาวซามูไร ทั้งที่โนเนมในบ้านเกิด...เขาก็เจอกับความยากลำบาก, อุปสรรค และการถูกมองข้ามมาตลอดชีวิต จนล้มเลิกความตั้งใจ เป็นนักเตะผู้ประสบความสำเร็จไปแล้ว

แต่อะไรทำให้เขาเลือกเล่นฟุตบอลในวิถีทางของตัวเอง? มากกว่าเลือกเล่นฟุตบอลในแบบฉบับญี่ปุ่น นี่ คือ เรื่องราวของเขา

“ผมเกิดที่โอกินาว่า...แต่ผมไม่ได้เติบโตที่นั่นนะ” ชิโม เท้าความหลังถึงเรื่องราวจุดเริ่มต้นชีวิตลูกหนัง

“แม่ของผมแค่อยากให้ผมเกิดที่โอกินาว่า แต่ความจริงทั้งคุณพ่อ-แม่ ย้ายมาทำงานที่กรุงโตเกียวนานแล้ว พอเกิดมาครอบครัวเราก็ย้ายกลับไปอยู่ที่โตเกียว เพราะฉะนั้น ผมไม่ค่อยได้ผูกพันกับโอกินาว่านักหรอก”

ช่วงวัยเริ่มเดินเหินวิ่งได้ของชิโม่...ฟุตบอลเจลีก เริ่มก่อตั้ง (เจลีก เริ่มแข่งขันทางการครั้งแรกปี 1993) ชาวญี่ปุ่นเริ่มหันมาเล่นฟุตบอลมากขึ้น การ์ตูนมังงะเรื่อง “กัปตันซึบาสะ” เริ่มเข้ามามีบทบาท และอิทธิพลต่อชีวิตเด็กๆ ในแดนอาทิตย์อุทัย ชิโม่ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ผมเริ่มดูฟุตบอลโลกครั้งแรกตอนปี 1994 ที่บราซิลเป็นแชมป์โลก มันเป็นปีที่ผมเริ่มเล่นฟุตบอลพอดี (อายุ 8 ขวบ) ผมเป็นแฟนบอลบราซิล สมัยเด็กๆ ที่ญี่ปุ่นใครๆ ก็ชอบบราซิลกันทั้งนั้น มันมีโครงการส่งเด็กญี่ปุ่นไปฝึกฟุตบอลที่นั่น และ คิงคาซู (คาซูโยชิ มิอูระ) ก็เป็นหนึ่งในนั้น… ใช่ แต่แม้ว่าผมชอบทีมชาติบราซิล ทว่าความจริงผมคือแฟนบอลตัวยงของโรแบร์โต บาจโจ้ เลยล่ะ…”

กัปตันซึบาสะ ได้ไปค้าแข้งที่บราซิลด้วย ยิ่งทำให้ผมอยากไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่นั่น

“แต่เอาน่า ก็นั่นแหละ...ถ้าถามว่าชอบฟุตบอลแบบไหนมากที่สุด ก็ต้องเป็นบราซิล ยิ่งกัปตันซึบาสะได้ไปค้าแข้งที่บราซิลด้วย ยิ่งทำให้ผมอยากไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่นั่น มัน คือ ความใฝ่ฝันของผม”

โช ชิโมจิ เล่นฟุตบอลกับทีมโรงเรียน จนวันหนึ่งได้โอกาสเข้าร่วมทีมอคาเดมี่ของโตเกียว เวอร์ดี้ เป้าหมายเดียวของเขา คือ การเทิร์นโปรเป็นนักเตะอาชีพ แต่กับฟุตบอลเจลีก ไม่ใช่เรื่องง่ายแบบนั้น เขามักถูกมองข้าม เพราะตัวเล็กเกินไป เล่นไม่ดุดันนัก เขาชอบเล่นฟุตบอลแบบอาศัยชั้นเชิงแบบแซมบ้ามากกว่า ยิ่งเมื่อถูกจับไปเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ยิ่งทำให้เขาฉายความสามารถของตัวเองออกมาได้ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่  

“ตอนอายุ 18 ปี ผมยังหาทีมอาชีพเล่นไม่ได้ นั่นทำให้ผมต้องเข้าไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย” ชิโม่ เล่าถึงเรื่องราวของเขาสมัยเป็นวัยรุ่น หลังจากสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยอาโอยาม่า กาคุอิน ในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา “ที่นั่นทำให้ผมมีโอกาสเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่ในระดับสูง แต่มันก็ทำให้ผมได้เตรียมพร้อม ผมยังต้องการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และต้องการไปเล่นที่อเมริกาใต้”  

ทันทีที่เรียนจบ ก็ถึงเวลาหาทีมอีกครั้ง “ชิโม่” ได้ไปค้าแข้งกับ ซางัน โทสุ ในเจลีก 2 - เป็นอีกครั้งที่เขาต้องเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ เขาไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก… “ผมถูกจับมาเล่นตำแหน่งกองกลางตัวตัดเกม โค้ชอาจจะมองว่าผมอ่านเกมได้ดี ผมไม่ใช่สไตล์วิ่งบู๊ แต่ผมเล่นด้วยชั้นเชิง แย่งบอลง่ายๆ จ่ายบอลออกง่ายๆ ผมชอบจะเล่นฟุตบอลสวยๆมากกว่า” ชิโม่ เล่าต่อ

3 ฤดูกาลกับซางัน โทสุ ชีวิตไม่มีอะไรหวือหวา เขาพาทีมจบอันดับ 6, 5 และ 9 ตามลำดับ ชิโม่ มองไม่เห็นถึงอนาคตของเขาว่าจะเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ได้อีกต่อไป ในหัวของเขา คือ ต้องทำอะไรสักอย่าง เขาอยากสร้างโปรไฟล์ตัวเองให้ดียิ่งขึ้น และเติมเต็มความฝัน - เคราะห์ดี...หรือเคราะห์ร้ายไม่รู้ - วันหน่ึงเอเย่นต์ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ปารากวัยคนหนึ่งโทรศัพท์มาหาเขา พร้อมกับชักชวนไปเล่นที่ปารากวัย “ชิโม่” รู้ดีว่านี่ คือ หนึ่งในโอกาสครั้งใหญ่ เขาเชื่อว่า หากมีโปรไฟล์จากอเมริกาใต้ เขาก็มีสิทธิ์ได้ไปเล่นที่ลีกบราซิล อย่างที่เขาใฝ่ฝัน

สปอร์ติโบ ลูเกนโญ่ ทีมในลีกสูงสุดของปารากวัย ตั้งอยู่ที่เมืองลูเก้ (Luque) คือ ทีมที่เขาได้ไปสังกัดอยู่ แต่เขาได้เพียงฝึกซ้อมที่นั่น มันไม่ใช่เรื่องง่าย ที่นักเตะโนเนมคนหนึ่งจากดินแดนตะวันออก จะได้ไปเป็นนักเตะตัวหลักให้กับสโมสรในอเมริกาใต้ ทวีปที่ผลิตแข้งพรสวรรค์มาทุกยุคทุกสมัย “ชิโม่” ไม่ได้ลงเล่นแม้แต่เกมเดียว และเขาก็ยอมรับ และรู้ตัวว่ายังไม่ดีพอ   

“ชิโม่ คุณอยู่ไหน? คุณสนใจมาที่บราซิลไหม? ผมช่วยคุณหาทีมได้นะ” โจชูเอ ซูซ่า (Joshue Sousa) เพื่อนชาวบราซิเลี่ยนของ “ชิโม่” ที่ซางัน โทสุ โทรศัพท์ไปพูดคุยกับเขา พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ หลัง “ชิโม่” อยู่ที่ปารากวัยได้ไม่ถึงครึ่งปี เขารู้ว่าเพื่อนคนนี้อยากจะไปเล่นที่บราซิลแค่ไหน เขาไม่รีรอ มัน คือ ความฝันของเขา ก่อนได้เข้าร่วมทีม ลิเนนเซ่ (Linense) ในที่สุด

-ติดตามเรื่องราวชีวิตในแดนแซมบ้า และจุดเริ่มต้นของการย้ายมาค้าแข้งในประเทศไทยของ "ชิโม่" ได้ในหน้าต่อไป-