Analysis

โด้จ๋าช่วยด้วย : รวม 9 โมเมนท์ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ฉุดทีมขึ้นจากนรก

ก่อนที่ CR7 คนดีคนเดิมคนนี้จะอัดแฮตทริกแบก โปรตุเกส ไล่ตีเสมอ สเปน 3-3 เราจะขอพาคุณไปย้อนชมสุดยอดโมเมนท์การพาทีมคว้าชัยของคริสเตียโน่ (คำเตือน : ทั้งหมดล้วนเป็นประตูทั้งสิ้น แต่มันจะเป็นอย่างอื่นได้อย่างไรกันล่ะ?)

We are part of The Trust Project What is it?

1. vs บาร์เซโลน่า...สามหน

มันยากที่จะจินตนาการว่ามีครั้งหนึ่งที่เหล่าแฟนบอลต่างรู้สึกว่าโรนัลโด้ถูกสาปยามเจอกับบาร์เซโลน่า และไม่เคยทำประตูใส่พวกเขาได้เลย รถไฟความคิดขบวนนั้นแล่นผ่านไปนานแล้ว หกปีต่อมา CR7 ซัดไป 16 ประตูในเอล กลาซิโก้ สามครั้งจากทั้งหมดเป็นประตูชัยของ "ราชันชุดขาว"
 
เกมกับบาร์เซโลน่า แค่ครึ่งเดือนหรือก่อนที่เขาจะซัดแฮทริกใส่โวล์ฟสบวร์ก โรนัลโดพักอกหนีดานี่ อัลเวส จากจังหวะครอสของแกเร็ธ เบล ก่อนยิงประตูชัยให้เรอัล มาดริด บุกไปเอาชนะได้ถึงคัมป์ นู

ตัดสลับไปที่ห้าซีซั่นก่อน มาดริดต้องพึ่งโรนัลโด้ในศึกโกปา เดล เรย์ รอบชิงชนะเลิศปี 2011 กับบาร์เซโลน่า หลังจากโนสกอร์ภายใน 90 นาที จังหวะชิ่งหนึ่ง-สองระหว่างมาร์เซโล่ และอังเคล ดิ มาเรีย นำไปสู่ลูกครอสจากฝั่งซ้าย ซึ่งโรนัลโด้ก็เทคตัวโหม่งผ่านมือโฆเซ่ มานูเอล ปินโต เข้าไปตุงตาข่าย จบเกมเอาชนะไป 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
 
จากทั้งสามประตูชัยของโรนัลโด้ที่ยิงใส่บาร์เซโลน่า ลูกที่โด่งดังที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2012 ที่คัมป์ นู และเป็นครั้งแรกที่เขาฉลองประตูด้วยท่า "ใจเย็นๆ" ในตอนเเสมอกันอยู่ 1-1 เมซุต โอซิลแทงบอลทะลุช่องไปถึงดาวยิงชาวโปรตุกีส ที่หลุดไปชิพบอลข้ามตัวบิคตอร์ บัลเดสจากมุมแคบ สามแต้มอันล้ำค่าพาเรอัล มาดริดทิ้งห่างบนตารางคะแนนถึง 7 แต้ม

2. vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปี 2012/13

ในเลกแรกของแมตช์แห่งความทรงจำที่เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โรนัลโด้ยิงตีเสมอที่เบร์นาเบว ประคองเรอัล มาดริดให้อยู่บนเส้นทางก่อนไปเตะเลกสองที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
 
หลังจากลูก้า โมดริชยิงไกลจากนอกกรอบล้างประตูอเวย์โกล CR7 ก็จบสกอร์อย่างเฉียบจากจังหวะปั้นเกมระหว่างโอซิลและกอนซาโล่ อิกวาอิน โรนัลโด้ช่วยมาดริดเอาไว้อีกครั้ง ครั้งนี้ค่อนข้างพิเศษเมื่อคู่ต่อสู้เป็นต้นสังกัดเก่า และกระตุ้นอารมณ์แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้อนรับเขากลับบ้านอย่างอบอุ่น

3. vs อาร์เซนอล, แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ปี 2008/09

จากทุกเกมในลิสต์นี้ นี่อาจเป็นไม่ใช่ครั้งที่โรนัลโด้จำเป็นต้องช่วยทีมเอาไว้ซะทีเดียว แต่มันคุ้มค่าที่จะจดจำสำหรับคาถาปลุกผีของหัวหอกชาวโปรตุกีสในเลกสองที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อกรกับอาร์เซนอลที่กำลังพิการอย่างหนัก

โรนัลโด้พาตัวเองพัฒนาไปอีกขั้นในเกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมคืนนั้น ความปราดเปรียว, ความแข็งแกร่ง, ความพยายาม และฟอร์มอันเหนือธรรมชาติของเขารวมกันเป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดของเขาในสีเสื้อของยูไนเต็ด
 
แข้งชาวโปรตุกีสทั้งยิงทั้งจ่ายพาทีมของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เอาชนะด้วยสกอร์รวม 4-1 และกรีฑาทัพเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ มันเป็นการเบิ้ลที่ไม่ธรรมดา ลูกแลกโรนัลโด้ซัดฟรีคิกผ่านมือมานูเอล อัลมูเนียจากระยะ 41 หลา ส่วนลูกที่สองตามมาหลังจากที่เขาตอกส้นให้ปาร์ค จี ซอง ก่อนวิ่งตะลุยทำทางไปข้างหน้า และไปที่จุดนัดพบชาร์จลูกครอสต่ำของเวย์น รูนีย์ เข้าไปตุงตาข่าย ซึ่งว่ากันว่าจังหวะดังกล่าวคือเกมโต้กลับสุดสวยระดับโลกเลยทีเดียว

4. vs เนเธอร์แลนด์, ยูโร 2012

ท่ามกลางกรุ๊ป ออฟ เดธ ที่ต้องพบกันหมดทุกทีม เนเธอร์แลนด์ที่ไร้ชัยพบว่าพวกเขาจำเป็นต้องเอาชนะโปรตุเกสสองประตูในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเป็นบางสิ่งที่ยากอย่างเหลือเชื่อที่จะประสบความสำเร็จ เมื่อเจอกับทีมฝอยทองที่นำโดยโรนัลโด้
 
เขาเหลือเชื่อสุดๆในเกมนั้น ปั่นป่วนคู่ต่อสู้จากปีกซ้ายและวิ่งไปยิงบอลที่แทงทะลุช่องที่หลุดแนวรับมาได้อย่างทันท่วงที มันเป็นผลงานที่ช่วยโปรตุเกสได้เข้าสู่รอบถัดไป หลังจากราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ต ยิงขึ้นนำให้ทีมดัตช์ในนาทีที่ 11 โรนัลโด้ตีเสมอนาทีที่ 28 ก่อนซัดประตูตอกฝาโลงเนเธอร์แลนด์ในนาทีที่ 74

5. vs ปอร์โต้, แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ปี 2008/09

ในปี 2009 โรนัลโด้ตะบันไกล 39 หลา ที่สนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา พาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ในคืนนั้น ทั้งโลกต่างประจักษ์สายตาโรนัลโด้ในแบบเหยียบมิดคันเร่ง สร้างสถิติให้ทีมจากเกาะอังกฤษเอาชนะได้ในรังปอร์โต้ ทีมของเฟอร์กี้เข้ารอบด้วยสกอร์รวม 3-2

6. vs สวีเดน, ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2014

ตั้งแต่ต้นจนจบของเกมเพลย์-ออฟ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เลกสอง ระหว่างโปรตุเกสกับสวีเดนในปี 2013 นั้นโคตรจะโหดเหี้ยม และทั้งโลกก็นั่งชิดขอบเวทีเพื่อชมโชว์ของซลาตันและคริสเตียโน่ สองสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ยิงรวมกันถึง 5 ประตู ในแมตช์ที่ยากจะลืมเลือน
 
สองประตูต่อเนื่องของซลาตันพาสวีเดนขึ้นนำ 2-1 ด้วยสกอร์รวม ก่อนที่โรนัลโด้จะกดท่าไม้ตายซัดแฮทริกพาโปรตุเกสไปบราซิล แน่นอนว่าเขาช่วยโปรตุเกสเอาไว้ในค่ำคืนที่โซลน่า

7. vs โวล์ฟสบวร์ก, แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ปี 2015/16

เมื่อเรอัล มาดริดเจอสถานการณ์หลังชนฝาในเลกสองของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ซีซั่นนี้ ที่เจอกับโวล์ฟสบวร์ก ตามสถิติแล้วต้องบอกว่าพวกเขาลำบากสุดๆ ขุนพล "ลอส บลังกอส" ไม่สามารถกลับมาได้เลยจากสกอร์ตามหลัง 2-0 ตลอดสองศตวรรษที่ผ่านมา  แต่ทีมใดก็ตามที่มี CR7 พวกเขารู้ดีว่ายังมีโอกาสอยู่เสมอ
 
โวล์ฟสบวร์กมีภารกิจต้องรักษาสกอร์นี้เอาไว้ให้ได้หลังจากปิดตายเกมรุกของทั้งโรนัลโด้และเบลได้สำเร็จในเลกแรก แพ็คเกมรับบริเวณปีก และปิดช่องไม่ให้เรอัล มาดริดได้เจาะทำเกม ในเลกสอง เจ้าชายเลือดโปรตุเกสของยอดทีมแดนกระทิงดุรักษาสัญญาว่าจะพาเรอัล มาดริดเข้ารอบให้ได้ ซัดแฮทริกจากจังหวะเข้าชาร์จลูกครอสเข้ากลางกรอบเขตโทษ, โหม่งบอลจากลูกเตะมุม และยิงฟรีคิกอย่างแม่นยำปิดกล่องแบกต้นสังกัดเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้อีกหน

 

8. vs ทุกทีม ยูโร 2016 

 
นี่คือทัวร์นราเม้นที่ โรนัลโด้ แบกทีมชาติ โปรตุเกส เอาไว้อย่างแท้จริง เมื่อเขาเริ่มจากยิ่ง 2 ประตูช่วยเซฟแต้มสำคัญในรอบแบ่งกลุ่ม ให้โปรตุเกส ตีเสมอ ฮังการี 3-.3 จนได้เข้าสู่รอบน็อคเอาต์
 
หลังจากนั้น โรนัลโด้ ก็เป็นศูนย์กลางเกมรุกของ โปรตุเกส แม้จะยิงเพิ่มได้ลูกเดียวแต่คุณภาพของเขาในยูโร 2016 ช่างคับเเก้ว เขาพา โปรตุเกส ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ แม้ว่าที่สุดเเล้วเขาจะโดน ดิมิทรี่ ปาเย็ต สอยจนเจ็บไปตั้งแต่ต้นเกมและถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม แต่เจ้าตัวก็ยังไม่วายมาสั่งการข้างสนามกับกุนซือ ซานโต้ส จนเเล้วจนรอด โปรตุเกส ก็พลิกนรกคว่ำเจ้าภาพฝรั่งเศสได้ 1-0 คว้าแชมป์ระดับชาติที่รอคอยได้สำเร็จ
 
ในทัวร์นาเม้นตืดังกล่าว โรนัลโด้ นั้นได้ยกรางวัลรองดาวซัลโวให้กับเพื่อนร่วมชาติ นานี่ อีกด้วย ขณะที่เขาเองก็ติดทีมยอดเยี่ยมไปตามระเบียบ
 

9. vs ยูเวนตุส แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ปี 2017/18

 
การมาเอาชนะ ยูเวนตุส ถึงบ้านไม่เคยมีใครเรียกว่ามันเป็นงานง่าย ซึ่ง เรอัล มาดริด ก็รู้ดีก่อนจะยกพลมาเยือนทัพตูรินในเกม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 8 ทีมสุดท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา
 
ในเกมทีดูเหมือนจะอึดอัดกลับกลายเป็นว่า โรนัลโด้ ทำให้มันง่ายจนเหลือเชื่อ เขายิงประตูแรกของเกมได้ตั้งแต่นาทีที่ 3 ช่วยให้ มาดริด เล่นได้อย่างผ่อนคลายสบายตัว จนกระทั่งของจริงเกิดขึ้นในนาทีที่ 64 จากจังหวะขึ้นจักรยานอากาศเสียบตาข่ายชนิดที่ว่า จานลุยจิ บุฟฟ่อน 1 ในนายทวารที่ดีที่สุดในโลกไม่ต้องเซฟเลยทีเดียว
 
เท่านั้นยังไม่พอในเกมเลกที่ 2 ที่ มาดริด เหมือนจะจมน้ำตายด้วยการโดน ยูเว่ เอาคืนบุกมานำถึง 3-0 แต่จนเเล้วจนรอด โรนัลโด้ ยังคงเป็นฮีโร่ของทีมอีกเช่นเคยด้วยการยิงจุดโทษช่วงทดเจ็บให้ มาดริด เอาชนะ ยูเว่ ไปด้วยสกอร์รวม 4-3 อย่างสุดมันเลยทีเดียว