Analysis

โดนดีนาทีบาป : 11 ประตูทดเจ็บสุดคลั่งที่คู่แข่งต้องจำฝังใจจนวันตาย

 เยอรมัน เล่น 10 คนแต่กลับจากนรกได้ด้วยฟรีคิกนาทีที่ 90+5 พร้อมทั้งส่งเอาสวีเดนตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในเกมนัดสุดท้าย ...เผื่อทัพไวกิ้งจะรู้สึกดี(?)ขึ้นมาบ้าง เราจะขอไปชมประตูท้ายเกมที่สร้างความเจ็บแสบมากที่สุดในโลกลูกหนัง 

We are part of The Trust Project What is it?

1. บาร์เซโลน่า vs เปแอสเช (2016/17)

นี่คือสุดยอดการคัมแบ็กในฟุตบอลยุโรปยุคใหม่ เมื่อบาร์เซโลน่ากลายเป็นทีมแรกที่สามารถพลิกสถานการณ์จากที่แพ้มาในนัดแรก 0-4 กลับมาเข้ารอบในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ ซึ่งตอนแรกเหมือนเป็นเรื่องง่าย เมื่อทีมเจ้าบุญทุ่มนำห่าง 3-0 แต่ เอดินสัน คาวานี่ ก็มายิงอเวย์โกลในครึ่งหลัง ทำให้ทีมเยือนได้เปรียบยิ่งขึ้น เพราะเท่ากับว่าบาร์ซ่าต้องชนะ 6-1 ถึงเข้ารอบ

เนย์มาร์ปั่นฟรีคิกให้ทีมนำ 4-1 ในนาที 88 แต่พวกเขารู้ดีว่าต้องยิงอีก 2 ประตูในขณะที่เวลาแทบไม่เหลือ แต่ หลุยส์ ซัวเรส เรียกจุดโทษแบบน่ากังขา (?) ให้ดาวเตะบราซิลซัดนำ 5-1 ในช่วงทดเจ็บนาทีแรก อีก 4 นาทีต่อมา เนย์มาร์ก็เปิดให้ เซร์จี้ โรเบร์โด้ ยิง แล้วคัมป์นูก็แทบระเบิดเพราะจังหวะดังกล่าว

บาร์เซโลน่าผ่านเข้ารอบ ขณะที่เปแอสเชเอาคืนด้วยวิธีที่สมกับเป็นพวกเขาจริงๆ กับการซื้อคนที่ทำพวกเขาต้องเจ็บช้ำมาร่วมทีมด้วยค่าตัวสถิติโลกเสียเลย

2. บาร์เบโดส vs เกรนาด้า (1994)

เกม แคริเบียน คัพ ปี 1994 รอบคัดเลือกเป็นการแข่งขันแบบพบกันหมด 3 ทีมในกลุ่ม ซึ่งหากทุกทีมมีแต้มเท่ากันหมดอันเกิดจากการเสมอทุกเกม จะต้องมีการลงเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษโดยใช้กฎโกลเด้น โกล และประตูได้เสียจากช่วงต่อเวลาพิเศษจะถูกนับรวมกับการแข่งขันปกติหลังจากจบรอบแบ่งกลุ่มอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการคูณ 2 อีกต่างหาก

บาร์เบโดส ลงสนามพบกับ เกรนาด้า ในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย พวกเขาต้องการชนะด้วยสกอร์ห่าง 2 ประตูขึ้นไปเพื่อการันตีการเข้ารอบ ขณะที่นำอยู่ 2-1 ภายในช่วงท้ายเกมพวกเขาก็ปิ๊งแผนที่ดีกว่าการยิงประตูที่ 3 เพิ่มขึ่นมาจนได้

ในนาทีที่ 87 เจ้าบ้าน บาร์เบโดส ตัดสินใจเลือกที่จะยิงเข้าประตูตัวเองเพื่อให้เกมเสมอกันซึงผลที่ตามมาคือการได้เล่นต่อเวลาพิเศษ แทนที่พวกเขาจะตกรอบไปเลยหากชนะ 2-1 และแน่นอน พวกเขายิงประตูตัวเองให้ทีมเสมอ 2-2 ในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้ายและนี่คือสกอร์ที่พวกเขารอคอย

อย่างไรก็ตามเกรนาด้าก็นึกแผนซ้อนแผนได้อีกว่าหากพวกเขายิงประตูตัวเองได้และสกอร์กลายเป็นแพ้ 2-3 จะทำให้ บาร์เบโดส ตกรอบไป....อย่างไรก็ตามนั่นสายเกินไปเสียเเล้วเมื่อ บาร์เบโดส ส่งกองหน้าของพวกเขาขึ้นมาช่วยกันสกัดไม่ให้กองหลังของเกรนาด้ายิงเข้าประตูตัว และเกมก็จบลงด้วยการเสมอกัน 2-2 ใน 90 นาทีจริงๆ

บาร์เบโดส ทำได้ตามเป้าพวกเขาต่อเวลาด้วยการยิงเพิ่มอีกประตูและเอาชนะไปในช่วงต่อเวลาพิเศษแบบโกลเด้นโกล ก่อนจะเข้ารอบไปเล่นรอบสุดท้ายศึกแคริเบียนคัพได้สำเร็จ

3. เลสเตอร์ vs อาร์เซนอล (1997/98)

ในเกมที่ อาร์เซน่อล ออกนำไปก่อน 2-0 ที่ ฟิลเบิร์ต สตรีท จากการเล่นอันยอดเยี่ยมของ เดนิส เบิร์กเเคมป์ ทำให้ไอ้ปืนใหญ่มองไปที่ 3 คะแนนแบบใสๆในขณะที่เวลาเหลืออีกไม่ถึง 10 นาที

แต่ช้าก่อนสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ก็ทำให้เกมดังกล่าวกลายเป็นอีก 1 เกมช็อคสุดคลาสสิคในประวัติศาสคร์ขอพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

ประตูในช่วงทดเวลาของ เอมิล เฮสกี่ย์ ทำให้ เลสเตอร์ กลับมามีลุ้นสำหรับ 6 นาทีที่เหลือของเกม และก็เป็นเช่นนั้นเมื่อช่วงทดเวลานาทีที่ 93 แม็ตต์ เอลเลียต จะยิงประตูตีเสมอให้ เลสเตอร์ ได้อย่างเหลือเชื่อ ... แต่เกมมันกลับโหดร้ายกว่านั้นเมื่อหลังจากเขี่ยบอลได้เพียง 1 นาที เบิร์กแคมป์ ก็ทำแฮตทริกได้ในนาที 94 และทำให้ อาร์เซน่อล ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-2

อย่างไรก็ตาม เกมนี้มันยังหลอนไม่พอเมื่อ เลสเตอร์ เอาบอลกลับมาเขี่ยเเละบุกชุดสุดท้ายพวเขาเก็ได้ประตูตีเสมอ 3-3 ในนาทีที่ 90+6 จากสตีฟ วอลช์ ที่ทำเอาทั้งสนามแทบแตกและนักเตะของอาร์เซน่อลก็หน้ามืดลมจับกันเป็นแถว

Pages