โดนพักงานแล้วไปไหน? จุดจบของ 8 กุนซือที่โดนแขวนในมาเลเซีย

การพักงานโค้ชถือเป็นเรื่องปกติมากในวงการฟุตบอลมาเลเซีย แต่มีใครที่จะกลับมาคุมทีมจากสภาวะที่ถูกบีบให้ออกจริงๆ หรือมันเป็นตัวยุติบทบาทกลายๆอยู่แล้ว ซึ่งโฟร์โฟร์ทูจะมาเจาะลึกถึงแนวทางปฏิบัติที่ผิดปกตินี้…

ในมาเลเซีย โค้ชสามารถถูกสั่งพักงานได้ทุกเมื่อไม่ว่าจะเป็นเพียงนัดที่ 2 หรือเข้าสู่ปีที่ 2 ของคนๆนั้นกับทีม

ซึ่งความสำเร็จในซีซั่นแรกไม่สามารถนำมาใช้เป็นความชอบธรรมในปีถัดได้หากผลงานไม่ดี และโค้ชบางคนนั้นก็เคยได้ลิ้มรสชาติมาแล้ว

โดย ไมค์ มัลวี่ย์ ของตรังกานูกลายเป็นคนแรกของเลกสองที่โดนไป หลังจากช่วงหมดพักเบรคกลางซีซั่นได้ไม่นาน ด้วยผลงานแพ้ 1-0 ต่อทีมระดับดิวิชั่น 2 อย่างมะละกาในมาเลเซีย คัพ ตามด้วยความปราชัยยับเยินต่อกลันตัน 6-1 ในมาเลเซีย ซูเปอร์ ลีก ทำให้ "เดอะ เทอร์เทิ่ลส์" มีแต้มห่างจากโซนตกชั้นแค่ 5 คะแนนเท่านั้น

แต่ในทางทฤษฎีแล้ว มัลวี่ย์ยังเป็นลูกจ้างของสโมสรอยู่เพียงแค่ถูกพักงาน แต่เคสแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับกุนซือคนก่อนหน้าเขาอย่าง อาหมัด ยูซอฟฟ์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในตอนแรกมัลวี่ย์ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยของอาหมัดในฤดูกาลนี้ แต่ตรังกานูก็ตัดสินใจเปลี่ยนแม่ทัพหลังจากผ่านฤดูกาลใหม่ไปได้เพียง 9 วัน

แล้วชะตากรรมของโค้ชที่ถูกพักงานรายอื่นๆเป็นอย่างไรบ้าง? ติดตามได้ทางรายชื่อด้านล่าง

แจ็คเซ่น แฟร์ไรร่า ติอาโก้

อดีตเฮดโค้ชทีมชาติอินโดนีเซียคือหนึ่งในกุนซือไม่กี่รายที่ออกมาโจมตีบอร์ดหลังจากที่ปีนังตัดสินใจพักงานเขาหนึ่งเดือนเมื่อเดือนเมษายน โดยเจ้าตัวกล่าวว่าผู้บริหารคง "โง่" เต็มทีหากจะแต่งตั้งให้เขากลับเข้ามารับตำแหน่งอีกครั้ง และมันก็เป็นเรื่องจริงเมื่อเขาไม่ได้คุมทีมข้างสนามอีกเลยนับตั้งแต่นั้น

หลังจากพาปีนังเลื่อนชั้นเมื่อปีก่อน ติอาโก้ก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะสู้กับบรรดาทีมในลีกสูงสุดได้ ทำให้ภายหลังกุนซือชาวบราซิเลียนถูกบอกให้ยกเลิกการคุมทีมซ้อมและใช้เวลาในช่วงเดือนเมษายนอยู่ที่บ้าน

และเมื่อเดือนที่แล้ว ติอาโก้ได้บอกนักข่าวว่าเขายังคงมีสัญญากับทีม ทั้งที่สโมสรได้แต่งตั้ง เนนาด บาซิน่า เข้ามาทำงานแทนแล้ว

สตีฟ ดาร์บี้

อดีตกุนซือทีมชาติไทยมาถึงโกตา บาห์รู เมื่อปี 2014 ด้วยความหวังที่ว่าเขาจะสามารถพากลันตันกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง แต่ด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวาทำให้เจ้าตัวถูกพักงาน และถูกเสนอบทบาทผู้อำนวยการเทคนิคให้ ก่อนที่จะโดนปลดหลังจากไม่สามารถตกลงยกเลิกสัญญาร่วมกันได้ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นในระยะเวลาแค่ 4 เดือนทั้งที่เซ็นสัญญากัน 2 ปี

โดยทางดาร์บี้พยายามจะเรียกร้องเงินชดเชยจากสโมสรชายฝั่งตะวันออกที่มีหนี้สินรุงรัง ซึ่งในตอนแรกเจ้าตัวก็ประสบความสำเร็จในการได้รับเงินชดเชยเป็นจำนวน 636,000 ริงกิต (ราว 5,600,000 บาท) จากการถูกปลด อย่างไรก็ตามกลันตันก็ไม่ได้เจรจาขอลดค่าชดเชยกับทางเจ้าตัวและหันไปยื่นคำร้องกับสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย (เอฟเอเอ็ม) แทน ซึ่งทางสมาคมฯก็มีคำสั่งจ่ายเงินชดเชยลงมาเหลือ 165,000 ริงกิต (ราว 1,500,000 บาท) แทนในเดือนพฤษภาคม

จากนั้นดาร์บี้ก็โยกไปเป็นผู้อำนวยการเทคนิคและโค้ชทีมชาติลาวแทน ก่อนจะออกจากตำแหน่งในปีนี้

Pages