โฟกัส: “จ่าฝูง” ปะทะ “แชมป์เก่า” สงครามสีน้ำเงิน ที่ คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม

อเล็กซ์ เคเบิ้ล คอลัมนิสต์ของเราคิดว่า หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมกับ ปอร์โต้ มา  “สิงโตน้ำเงินคราม” ทีมเดิมที่เราคุ้นเคยกำลังจะกลับมา และบททดสอบที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือ จ่าฝูง อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้…

แม้ว่าผลงานของ เจมี่ วาร์ดี้ และ ริชาร์ด มาห์เรซ คือส่วนสำคัญที่พาให้ “จิ้งจอกสยาม” บินสูงในเวลานี้ แต่สองคนที่เป็นตัวขับเคลื่อนเกมให้กับทีมดังแห่งย่านมิดแลนด์นั้น ก็ควรได้รับคำชมไม่แพ้กัน ซึ่งหาก โชเซ่ มูรินโญ่ และลูกทีม มัวแต่สนใจคู่หูฟอร์มเทพอย่าง วาร์ดี้&มาห์เรซ พวกเขาก็อาจจะน้ำตาตกกลับลอนดอนก็เป็นได้

สองตัวขับเคลื่อนเกมที่ว่านั่นก็คือ แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ และ เอ็นโกโล่ คานเต้ ที่เป็นผู้ปิดทองหลังพระตลอดหลายเกมที่ผ่านมาของ เลสเตอร์ โดย ดริ้งค์วอเตอร์ มีสถิติจ่ายบอลยาวถึง 9 ครั้งต่อเกม ซึ่งหากใครที่ได้ติดตามดูเกมของ “จิ้งจอกสยาม” บ่อยๆ จะเห็นว่า อดีตเด็กปั้นของแมนฯยูไนเต็ด มักจะเปิดบอลโยนให้ วาร์ดี้ ใช้ความเร็ว สปีดหนีคู่แข่งอยู่เสมอ ซึ่งทั้ง 3 แอสซิสต์ที่เขาทำได้ในซีซั่นนี้ ล้วนมาจากการเล่นรูปแบบนี้ทั้งหมด ส่วนคู่หูอย่าง คานเต้ นั้นจะช่วยจัดการกับเกมรับและพยายามหาที่ว่าง ดึงตัวประกบ เพื่อช่วยให้ ดริ้งค์วอเตอร์ มีพื้นที่ในการวางเท้ามากขึ้น

53

ผลงานของ ดริ้งค์วอเตอร์ ในเกมกับ เซาแธมป์ตัน(ซ้าย) และ ของ คานเต้ ในเกมพบ สวอนซี (ขวา)

ซึ่งยอดกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ คงรู้ในจุดนี้ดี ทำให้ “เดอะ แฮปปี้ วัน” คงเตรียมส่งนักเตะที่วิ่งไม่มีหมดอย่าง รามิเรส ในการหยุดยั้งการทำเกมของเจ้าถิ่นแน่นอน โดยเกมล่าสุดกับ ปอร์โต้ ดาวเตะทีมชาติบราซิลสกัดบอลได้ถึง 7 ครั้ง จากความพยายาม 14 ครั้ง นอกจากนี้แล้ว มูรินโญ่ คงหวังให้กองหน้าอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ลงมาช่วยบีบกดดันในตำแหน่งของ ดริ้งค์วอเตอร์ ด้วย เพราะว่า กองกลางตัวรุกอย่าง ออสการ์ ไม่ใช่ประเภทพวกที่เล่นดุดันได้เท่าไร(จอมทัพหน้าเด็ก สกัดบอลได้เพียงครั้งเดียว ในสองเกมล่าสุด)

55

ภาพแสดงให้เห็นว่า ออสการ์ ไม่ใช่ตัดตัดเกมที่ดี(ซ้าย) ส่วนภาพขวาโชว์ผลงานของ รามิเรส ในเกมยุโรปล่าสุด (ขวา)

แน่นอนว่า นี่คือโอกาสที่ดีของทีมดังแห่งกรุงลอน ที่จะเรียกความมั่นใจอีกครั้ง ยิ่งพวกเขาเพิ่งผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนลีก ได้ตามเป้าหมาย และฟอร์มของนักเตะหลายๆคน ก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น คอสต้า ที่แม้จะทำประตูไม่ได้(ลูกนั้นเข้าประตูตัวเอง) แต่ก็เคลื่อนที่จนเพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายขึ้นเยอะ หรืออย่าง  เอด็อง อาซาร์ ที่ดูหวือหวากว่าที่ผ่านมา

56

ฟอร์มคอสต้าในเกมกับ นอริช และ ปอร์โต้

ซึ่งหากพวกเขาบุกไปปราบหรือแชร์แต้มกับทีมที่ต้องยอมรับว่ามีลุ้นแชมป์เต็มตัวอย่าง เลสเตอร์ ได้ ย่อมสร้างความมั่นใจที่มากขึ้นให้กับ มูรินโญ่แอนด์โค ไม่มากก็น้อย ซึ่งเกมบุกของ “สิงห์บลู” คงทำให้แนวรับเจ้าถิ่นที่ประกอบด้วย พวกที่ช้าๆอย่าง เวส มอร์แกน หรือ โรเบิร์ต ฮูธ ปวดหัวได้แน่นอน แต่แบ็คทั้งสองข้างของพวกเขาอย่าง คริสเตียน ฟุคส์ และ เจฟฟรีย์ ชลุปป์ ก็ถือว่ามีความเร็วที่จะหยุดเกมริมเส้นทีมเยือนได้ ประกอบกับ ช่วงหลังมานี้ “จิ้งจอกสยาม” จะเก็บคลีนชีทได้บ่อยขึ้น จึงทำให้ไม่ใช่เรื่อง่ายๆที่ บรรดาแนวรุกของ “แชมป์เก่า” จะเจาะเข้าไปยิงประตู

เพราะฉะนั้น ในเมื่อสูสีขนาดนี้ เหล่าบรรดากองแช่ง(ที่ไม่รู้จะแช่งใครดี) ก็คงหวังว่า ให้คู่นี้ออกเสมอไปก็แล้วกัน (เซฟทั้ง “น้ามู” และ ไม่ให้ เลสเตอร์ ทิ้งไปไกล ฮา)

57