โหดไม่สมชื่อ : 4 เหตุผลที่อุรุกวัยตกรอบโคปาฯแต่หัววัน

ความพ่ายแพ้ของพลพรรคอุรุกวัยต่อเวเนซุเอล่า ทำให้เจ้าของแชมป์โคปา อเมริกา 15 สมัยรายนี้ต้องเตรียมเก็บข้าวของกลับบ้านก่อนใครเพื่อนแม้ว่าจะเหลือเกมอีก 1 นัดก็ตาม รูเพิร์ต ฟรายเออร์ คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทูได้วิเคราะห์เอาไว้ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขาไม่โหดสมชื่อ… 

สิ่งที่ทีมชาติอุรุกวัยได้จากทัวร์นาเมนต์นี้ก็คือ ความเครียดของสตาร์อันดับ 1 ของพวกเขาที่แทบจะทำลายซุ้มมานั่งสำรองของตัวเองทิ้ง รวมถึงการเดินทางหลายพันไมล์ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้นี้ก็เพื่อทัวร์นาเมนต์ที่กุนซือของพวกเขาไม่ยอมรับ

“เราแค่เกือบจะตกรอบ” ข้อความสั้นๆ ที่แฝงไปด้วยความหวังจากการมองโลกในแง่ดีนี้ถูกใช้พาดหัวเป็นภาษาสเปนอยู่ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ชื่อว่า “เอล ปาอิส” แต่ทว่าหลังจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมง ชัยชนะของเม็กซิโกเหนือจาเมกา ก็ดูจะดับความหวังอันริบหรี่ของพวกเขาลงทันที ส่งผลให้ทีมชาติอุรุกวัยซึ่งเป็น 1 ในทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกับรายการนี้ ตกรอบฟุตบอลโคปา อเมริกาหลังจากที่เพิ่งลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มไปแค่ 2 นัดเท่านั้น

100 ปีก่อน ขุนพลจอมโหดเดินทางข้ามแม่น้ำริโอ เด ลา ปลาต้า ไปยังเมืองบัวโนส ไอเรส และพวกเขากลับมายังบ้านเกิดในฐานะเจ้าของแชมป์แห่งทวีปอเมริกาใต้ทีมแรกในประวัติศาสตร์ ทว่าขุนพลจอมโหดชุดนี้จะไม่มีโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปีของพวกเขาเสียแล้ว

Uruguay

แฟนบอลอุรุกวัยต่างสิ้นหวังหลังจากที่แพ้ให้กับเวเนซุเอล่า

คาวานี่ทำได้หรือไม่? คำตอบคือ “ไม่ได้”

สำหรับปีนี้ ซัวเรซก็พลาดโอกาสลงเล่นไปแล้ว และคาวานี่เองก็ทำผลงานพอใช้ได้ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกจากการทำ 3 ประตู จึงทำให้ตัวเขาเองได้รับโอกาสเป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมอีกครั้ง

เส้นทางของทีมชาติอุรุกวัยสิ้นสุดหลังจากที่พวกเขาโดนเวเนซุเอล่าที่มาร่วมแข่งขันแบบไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ เฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 โดยเกมนั้น เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกของพวกเขาดูจะหลงเหลืออยู่แค่ชื่อเสียงในอดีตเท่านั้น เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัว วิญญาณเพชฌฆาตของเขาดูจะหายไป เขาสังหารประตูระยะ 12 หลาหลุดกรอบออกไปดื้อๆ ทั้งที่จังหวะนั้นไม่มีแม้แต่กองหลังคู่แข่งเข้ามากดดัน

หัวหอกจากค่ายเปแอสเช มุ่งมั่นที่จะเค้นฟอร์มเก่งของเขาให้ได้ในทัวร์นาเมนต์นี้เนื่องจากเขามักจะตกเป็นตัวเลือกรองจาก ดีเอโก้ ฟอร์ลัน หัวหอกตัวเก๋าของทีมมาตลอด และเมื่อซัวเรซแจ้งเกิดในทีมชาติ มันก็ทำให้คาวานี่ยังคงต้องรั้งตำแหน่งกองหน้าเบอร์ 2 ของชาติต่อไปแม้ว่าฟอร์ลันจะเลิกเล่นไปแล้วก็ตาม

แม้ว่าคาวานี่จะทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำในฐานะกองหน้าตัวเป้าสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับนาโปลี ทว่าในนามทีมชาติ เจ้าตัวมักจะถูกส่งออกไปประจำตำแหน่งอยู่บริเวณริมเส้นพร้อมกับบทบาทคล้ายๆ กับวิงแบ็คที่ต้องพาบอลไปสุดเส้นหลังบ่อยๆ ซึ่งจากการที่เขาเป็นผู้เล่นประเภทที่เล่นเพื่อทีม ไล่บอล ปั่นปวนแนวรับ และมุ่งมั่น  ทำให้เขาตกเป็นเหยื่อของความใจกว้างของตัวเขาเอง

การอำลาทีมชาติของฟอร์ลันในปี 2014 เป็นการเปิดโอกาสให้กับกองหน้าร่างโย่งรายนี้แบบจริงๆ จังๆ ในการเข้ามาเล่นเป็นกองหน้าตัวกลาง ในศึกโคปา อเมริกาเมื่อปีที่แล้ว เขาคือกองหน้าตัวหลักของทีม ซึ่งในตอนนั้นไม่มีแม้แต่เงาของซัวเรซมารบกวนเขาเลย

ทว่าสิ่งที่เขาได้จากการลงเล่นศึกโคปาเมื่อปีก่อนคือ “ใบแดง” แต่ไม่ว่าอย่างไร สำหรับปีนี้ ซัวเรซก็พลาดโอกาสลงเล่นไปแล้ว และคาวานี่เองก็ทำผลงานพอใช้ได้ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกจากการทำ 3 ประตู จึงทำให้ตัวเขาเองได้รับโอกาสเป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมอีกครั้ง แต่แล้วเขากลับไม่สามารถคว้าโอกาสทองนี้ไว้ได้

Uruguay 0-1 Venezuela Highlights/Goles Resumen - 2016 Copa America Centenario - June 9, 2016

คาวานี่โยนโอกาสทองของตัวเองทิ้งไป

ขาดจินตนาการ

แกสตัน รามิเรส ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นกับสโมสรมิดเดิ้ลสโบรช์ แต่แม้ว่าเจ้าตัวพยายามจะสร้างสรรค์เกมให้กับทีม แต่เขากลับไม่สามารถเค้นฟอร์มของตัวเองเก่งออกมาเหมือนกับที่ทำกับทีมสิงห์แดงได้

อุรุกวัยตกเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอเม็กซิโกในนัดเปิดสนามก่อนจะแพ้ไปในที่สุด ตามด้วยการถูกเวเนซุเอล่าพังประตูโดยเริ่มจากลูกยิงลักไก่ของ อเลฆันโดร เกร์รา ที่ เฟร์นานโด มุสเรล่า ผู้รักษาประตูของอุรุกวัยบินปัดไว้ได้ แต่เจ้ากรรมที่บอลกระเด้งไปชนคานก่อนจะมาเข้าทาง ซาโลมอน รอนดอน ซ้ำเข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูแรกและประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนั้น ซึ่งมันทำให้รอนดอนเป็นแข้งคนแรกที่ทำประตูในศึกโคปา อเมริกา 3 ครั้งให้กับชาติของเขา

ก่อนหน้านี้วงการลูกหนังเมืองนางงามดูเหมือนจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก เพราะก่อนหน้านี้บรรดาแข้งทีมชาติเพิ่งจะรวมตัวกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงประธานสมาคมกีฬาฟุตบอลเวเนซุเอล่าเกี่ยวกับกรณีแต่งตั้งประธานสมาคมฯอย่างไม่ชอบธรรมในเดือนธันวาคม อีกทั้งพวกเขายังอยู่ในฟอร์มที่ย่ำแย่สุุดขีดหลังจากคว้าได้เพียง 1 แต้มเท่านั้นในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ก่อนที่พวกเขาจะบินมาแข่งรายการนี้ที่อเมริกา ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้กูรูหลายๆ คนต่างมองว่าพวกเขาไม่น่าจะรอดจากน้ำมือทีมจอดโหดอย่างอุรุกวัยได้

แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะลูกทีมของ ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือของอุรุกวัยดูจะขาดจินตนาการในการเล่นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะจอมทัพอย่าง แกสตัน รามิเรส ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นกับสโมสรมิดเดิ้ลสโบรช์ แต่แม้ว่าเจ้าตัวพยายามจะสร้างสรรค์เกมให้กับทีม แต่เขากลับไม่สามารถเค้นฟอร์มของตัวเองเก่งออกมาเหมือนกับที่ทำกับทีมสิงห์แดงได้

ขณะเดียวกัน คาร์ลอส ซานเชซ ก็ทำอย่างเต็มที่กับลูกเซ็ตพีซของตัวเองแล้ว แต่กลับลงหัวของ ดีเอโก้ โกดิน ไม่บ่อยครั้งนัก ส่วน มักซี่ เปไรร่า รับผิดชอบการทุ่มไกลทางด้านขวา, อัลวาโร่ กอนซาเลซ ก็ทำอย่างดีที่สุดในการหาตำแหน่งเปิดบอลเข้าไปยังกรอบเขตโทษ รวมถึง เอดิดิโอ อเรวาโล่ ริออส ก็แย่งบอลอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ท้ายที่สุดแล้วความพยายามทั้งหมดทั้งมวลกลับไม่ได้ผล

ซัวเรซผู้เดือดดาล

ตาบาเรซก็ทำการขยับตัวผู้เล่น 2 คนแรก และเปลี่ยนตัว มาธิส โครูโฮ ลงมาเป็นคนที่ 3 จังหวะนั้นจะเห็นว่าซัวเรซ ส่ายหัวแบบไม่เห็นด้วย พร้อมกับเตะซุ้มม้านั่งสำรอง เรียกได้ว่ากองหน้าฟันเหยินรายนี้ท่าทางจะหัวเสียสุดขีด

กระนั้นมันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับทัพจอมโหดอยู่ดี ตาบาเรซต้องการมากกว่านี้ ซึ่งโชคร้ายที่เขาหาใครมายกระดับทีมไม่ได้

สำหรับในครึ่งหลังนั้น หลายสายตาต่างจับจ้องไปที่บริเวณซุ้มม้านั่งสำรองของทีมชาติอุรุกวัย เนื่องจาก หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งของทีมที่มีข่าวว่าได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถลงเล่นได้ในวันนั้น กลับมาโผล่อยู่บนม้านั่งสำรองร่วมกับผู้เล่นสำรองคนอื่นๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวยังสร้างความงุนงงให้กับคนดูทั้งสนามเมื่อมาร่วมอบอุ่นร่างกายกับเพื่อนร่วมทีมในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเริ่มต้นครึ่งเวลาหลังได้เล็กน้อย เมื่อบรรดาแข้งสำรองเริ่มออกไปอบอุ่นร่างกายอีกรอบ คราวนี้กองหน้าจากบาร์เซโลนากลับนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองเฉยๆ เมื่อเห็นอย่างนี้ มันทำให้หลายๆ คนโดยเฉพาะนักเตะและกองเชียร์ของเวเนซุเอล่าคงจะหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น

แต่ทว่ามันกลับไม่จบแค่นั้น เมื่อซัวเรซหยิบเทปมาพันที่ข้อเท้าของเขา และเริ่มออกไปวิ่งกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ราวกับเขาเตรียมตัวที่จะลงสนาม หลังจากนั้นตาบาเรซก็ทำการขยับตัวผู้เล่น 2 คนแรก และเปลี่ยนตัว มาธิส โครูโฮ ลงมาเป็นคนที่ 3 จังหวะนั้นจะเห็นว่าซัวเรซ ส่ายหัวแบบไม่เห็นด้วย พร้อมกับเตะซุ้มม้านั่งสำรอง เรียกได้ว่ากองหน้าฟันเหยินรายนี้ท่าทางจะหัวเสียสุดขีด

ซัวเรซออกอาการอย่างเห็นได้ชัด โดยเขาโยนเสื้อกั๊กของผู้เล่นสำรองที่ใส่อยู่ทิ้ง พร้อมกับบ่นให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ในซุ้มทันที  ซึ่งถ้าหากว่าวันนั้นเขาไม่มีชื่อในทีมจริงๆ ดูแล้วคงจะไม่มีใครบอกซัวเรซอย่างแน่นอน

“ผมไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจนะ เขาไม่ได้บอกอะไรกับผมเลย” ตาบาเรซกล่าวหลังเกม

หลุยส์ ซัวเรซ แสดงอาการหงุดหงิดบนซุ้มม้านั่งข้างสนาม

ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน

ท่าทางอะไรๆ ก็ไม่เข้าข้างทีมจอมโหดเลย เมื่อประธานสมาคมลูกหนังของพวกเขาออกมาตำหนิกรรมการในนัดที่พวกเขาพบกับทีมชาติเม็กซิโก โดยพวกเขากล่าวหาว่ากรรมการในวันนั้นเข้าข้างทีมจากโซนคอนคาเคฟรายนี้ จนเป็นสาเหตุให้พวกเขาแพ้ในวันนั้น อีกทั้งช่วงก่อนเกมจะเริ่มขึ้น ทางผู้จัดยังเปิดเพลงชาติของพวกเขาผิด โดยไปเปิดเพลงชาติของชิลีแทน ดูแล้วอะไรๆ ก็ไม่เป็นใจให้กับพวกเขาจริงๆ ด้วย

เจ้าของแชมป์ 15 สมัยรายนี้ยังต้องนั่งเครื่องบินระยะทางกว่า 4,300 ไมล์เพื่อเดินทางไปแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ในขณะที่เม็กซิโกและโคลอมเบียนั้นเดินทางไม่ถึงครึ่งหนึ่งของพวกเขาด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความล้มเหลวในเวทีนี้ของพวกเขาคงต้องเป็นความรับผิดชอบของนักเตะและสต๊าฟฟ์โค้ช แต่กลับกันในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก อุรุกวัยกำลังรั้งจ่าฝูงอยู่ นั่นทำให้อุุรุกวัยไม่ได้ต้องการรายการนี้ จนเป็นเหตุให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของตาบาเรซ กุนซือของทีมที่ตัดสินใจขนผู้เล่นชุดใหญ่มาเล่นรายการนี้ทั้งหมด ทั้งที่เจ้าตัวจะบอกเองว่า “ศึกแห่งทวีปครั้งนี้ ไม่ใช่ โคปา อเมริกาของจริง” แท้ๆ

แต่นี่แหละคือทีมชาติอุรุกวัย พวกเขาคือผู้ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จ การแข่งขันคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับพวกเขา อุรุกวัยออกสตาร์ทในฟุตบอลโลกได้อย่างยอดเยี่ยมราวกับเป็นทัวร์นาเมนต์ของพวกเขาเอง พวกเขาเล่นเพื่อชนะ เพื่อประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ชัยชนะมันอยู่ในสายเลือดของพวกเขาไปแล้วก็ว่าได้

ทีมจอมโหดอาจจะไม่ต้องการถ้วยแห่งทวีปใบนี้ แต่อย่างไรก็ตามถ้วยใบนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขาโดยไม่รู้ตัวไปแล้ว ดังที่ “เอล ออบเซิร์ฟเวอร์” กล่าวไว้เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ความพ่ายแพ้ของพวกเขานั้น เรียกได้ว่าเป็นการปลิดวิญญาณของพวกเขาเลยทีเดียว

Uruguay

อุรุกวัยต้องเตรียมเก็บของกลับบ้านเสียแล้วแม้ว่าเพิ่งจะเตะไป 2 นัดเท่านั้น