โอกาสครั้งที่ 2: อาจถึงเวลาที่ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ จะได้คุมทีมชาติอังกฤษเสียที?

หลังจากที่เมือวันก่อน คอลัมนิสต์คนหนึ่งของเราได้เลือก แซม อัลลาร์ไดซ์ ไปแล้ว วันนี้ จอน สเปอร์ลิ่ง คอมลัมนิสต์ของเราอีกราย ขอเลือกแคนดิเดตอันดับ 1 ในใจของเขาบ้าง ซึ่งก็คือ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์…

เร้ดแน็ปป์ห่างหายจากการทำงานบนเกาะอังกฤษไปถึง 18 เดือนเต็มๆ ทำให้การแต่งตั้งเขาเป็นกุนซือใหญ่ของทัพทรีไลอ้อนส์นั้น ก็คงจะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวเหมือนกับการฉีดโบท็อกซ์ยังไงยังงั้น

หลังจากที่ทัพทรีไลอ้อนส์พลาดท่าแพ้ให้กับไอซ์แลนด์จนตกรอบยูโร 2016 อย่างน่าอับอายทั้งๆ ที่พวกเขาสามารถครองเกมไว้ได้แทบจะทั้งหมด ทำให้อดีตกุนซือผู้ที่ผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาแล้วกับพอร์ทสมัธและท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ น่าจะเหมาะกับเก้าอี้กุนซือทีมชาติอังกฤษเพราะเขาคือคนที่น่าจะสามารถกระตุ้นทีมได้ทันที

Tottenham, 2009 League Cup final

เร้ดแน็ปป์ใช้เวลา 6 เดือนในการพาทีมไก่เดือยทองเข้าสู่รองชิงชนะเลิศลีกคัพ

ในสมัยที่เขาเข้ามาคุมทัพสเปอร์สในเดือนตุลาคม ปี 2008 ก่อนหน้านั้นทีมไก่เดือยทองสามารถเก็บได้เพียง 2 คะแนนเท่านั้นจากการลงสนาม 8 นัด ซึ่งในตอนนั้น แกเร็ธ เบล ก็ได้พูดถึงเร้ดแน็ปป์ว่า “ความอยากชนะมันมีกันทุกคนแหละ แต่ผมคิดว่าเร้ดแน็ปป์เป็นกุนซือที่กระตุ้นได้ยอดเยี่ยมเลยล่ะ เขาทำให้เรามีความมั่นใจและความกระตือรือร้นในการลงเล่น” นอกจากนี้ เลดลีย์ คิง กัปตันทีมของสเปอร์สยังกล่าวอีกว่า “เร้ดแน็ปป์ช่วยทำให้พวกเรารู้อีกครั้งว่า การเล่นฟุตบอลคือความสนุกอย่างหนึ่ง”

ทว่าสำหรับฟุตบอลทีมชาติ ครั้งล่าสุดที่นักเตะทีมสิงโตคำรามอยากรับใช้ทีมชาติ แทนที่จะเลือกไปรักษารากฟันนั้น มันคือเมื่อไหร่? เพราะจริงๆ แล้ว สิ่งนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น และน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

ยอดกุนซือของนักเตะ

กุนแจสำคัญของเร้ดแน็ปป์ก็คือการกระตุ้นลูกทีม ซึ่งบรรดานักเตะหัวแข็งหลายๆ คน อย่าง เปาโล ดิ คานิโอ (เวสต์แฮม), พอล เมอร์สัน (พอร์ทสมัธ) และเอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (สเปอร์ส) ต่างยอมรับว่า พวกเขาเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งภายใต้การคุมทีมของกุนซือรายนี้

ครั้งหนึ่งเร้ดแน็ปป์เคยกล่าวไว้ว่า “คุณอาจจะเถียงกันเรื่องแผนการเล่น แทคติก หรืออะไรก็ตามได้ตลอดไป แต่สำหรับผม ฟุตบอลมันเป็นเรื่องของนักเตะ”

ถึงแม้ว่ากุนซือวัย 69 ปี จะเคยกล่าวว่า “ผมไม่ใช่พวกกุนซือจอมแทคติกนะ” แต่ในตอนที่เจ้าตัวคุมทัพไก่เดือยทอง เขาก็ได้ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นไปพอสมควร จนสามารถรู้ถึงความสามารถที่ซ่อนอยู่ของ เบล, ลูก้า โมดริช และ ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ท ออกมาได้  ซึ่งดาวเตะเลือดดัตช์รายนี้ก็เคยพูดถึงเร้ดเน็ปป์ว่า “เขาไม่เคยใช้ไวท์บอร์ดหรือเลคเชอร์กับพวกนักเตะเลย ซึ่งพวกนี้มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมและเพื่อนๆ เบื่อมากๆ ตอนที่อยู่เรอัล มาดริด”

ดังนั้นมันจึงไม่แปลกอะไรถ้าจะบอกว่า กุนแจสำคัญของเร้ดแน็ปป์ก็คือการกระตุ้นลูกทีม ซึ่งบรรดานักเตะหัวแข็งหลายๆ คน อย่าง เปาโล ดิ คานิโอ (เวสต์แฮม), พอล เมอร์สัน (พอร์ทสมัธ) และเอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (สเปอร์ส) ต่างยอมรับว่า พวกเขาเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งภายใต้การคุมทีมของกุนซือรายนี้

ด้วยเหตุนี้ เร้ดแน็ปป์จึงเป็นคนที่เหมาะสมมากๆ ที่จะเข้ามาปลุกวิญญาณเพชฌฆาตของ แฮร์รี่ เคน และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ดูจะหายไปในศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมา รวมทั้งกระตุ้นบรรดาลูกทีมอีโก้สูงในห้องแต่งตัวของทีมชาติอังกฤษด้วย

England players depart for Euro 2016

แรงกระตุ้นจากเร้ดแน็ปป์น่าจะเป็นแรงที่สามารถปลดล็อกความสามารถของทีมชาติอังกฤษชุดนี้ได้

เร้ดแน็ปป์นั่นค่อนข้างมีความเข้าใจความคิดแบบฉบับนักเตะอังกฤษชุดนี้ ต่างจาก ดอน เรวี, ฟาบิโอ คาเปลโล่ หรือแม้กระทั่ง รอย ฮอดจ์สัน ที่เอาแต่ปรับแผนการเล่นไปๆ มาๆ

กุนซือรายนี้ไม่ใช่กุนซือที่ถนัดในการวิเคราะห์คู่แข่งแบบละเอียดยิบ แต่เขามักจะพยายามให้ทีมของเขา เข้าใจแผน เล่นง่ายและตรงๆ ไม่ต้องซับซ้อนอะไรมากมาย  ซึ่งนั่นก็ดูจะเหมาะกับบรรดาแข้งทรีไลอ้อนส์พอสมควร “ไม่ว่าจะเป็นยังไง ถ้านักเตะของผมเข้าใจแผนและรู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี ทุกอย่างก็จบ” เร้ดแน็ปป์สรุปแนวทางการทำทีมของตัวเองไว้เช่นนี้

นอกจากนั้น เร้ดแน็ปป์ยังไม่ใช่กุนซือที่เข้มงวดอะไรขนาดนั้นด้วย เขาไม่ใช่กุนซือที่จะห้ามไม่ให้ลูกทีมของตัวเองออกไปสังสรรยามค่ำคืนเป็นครั้งคราว เขาเป็นกุนซือที่ปล่อยให้นักเตะใช้ชีวิตทั่วๆ ไป มากกว่าจะเข้มงวดและควบคุมให้อยู่แต่ในแคมป์ฝึกซ้อมราวกับว่าลูกทีมของเขาเป็นหุ่นยนต์ยังไงยังงั้น ซึ่งการทำแบบนี้มันอาจจะดูไม่ค่อยดีและไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นักจากมุมมองคนภายนอก ซึ่งครั้งหนึ่ง เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ เคยกล่าวไว้หลังจากศึกยูโร 1996 ว่า “คุณจะไม่ได้อะไรเลยจากการที่เข้มงวดกับนักเตะเกินไป”

Harry Redknapp, Jordan manager

ล่าสุดที่ เร้ดแน็ปป์ คุมทีมชาติ ก็คือการคุมทัพจอร์แดน

การเข้ามาคุมทีมชาติอังกฤษจะทำให้เร้ดแน็ปป์ไม่ต้องหัวเสียกับบรรดาข่าวลือเรื่องการซื้อ-ขายตัวผู้เล่นอีกต่อไป และมันยังเปิดโอกาสให้เขาสามารถเดินทางไปดูเกมการแข่งขันต่างๆ ยามที่มีนักเตะอังกฤษลงเล่นได้อย่างสบายใจ รวมทั้งไปพูดคุยกับบรรดาสื่อต่างๆ ได้เต็มที่ ซึ่งสำหรับในตอนนี้ ดูเหมือนว่า สื่อต่างๆ ในลอนดอนก็ดูจะชื่นชอบเขาเป็นอย่างมาก

ด้วยวัย 69 ปี ทำให้เขาคงจะมีความสุขกับการพาทีมชาติอังกฤษประสบความสำเร็จให้ได้โดยเร็วที่สุด มากกว่า การคุมทีมสโมสรไปวันๆ

คืนความสุข

ในอีกไม่ถึง 2 เดือน ทีมชาติอังกฤษจะนั่งเครื่องบินไปสโลวาเกียเพื่อลงทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ซึ่งมีตั๋วสู่รอบสุดท้ายที่รัสเซียเป็นเดิมพัน

บรรดานักเตะของอังกฤษคงจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับเกมต่อไปให้มากที่สุด เพราะด้วยการจัดการอันยอดเยี่ยมของเร้ดแน็ปป์ รวมทั้งการกระตุ้นทีมของเขา และการมีบรรดาแข้งดาวรุ่งเลือดใหม่มากหน้าหลายตาคอยสนับสนุน มันสามารถช่วยให้ทัพทรีไลอ้อนส์กลับมายิ่งใหญ่ได้ภายในระยะเวลา 2 ปีก่อนจะถึงฟุตบอลโลกครั้งต่อไปได้อย่างแน่นอน