Analysis

โค้ชคีย์บอร์ดนี่เงียบกริบ : 10 นักเตะขัดใจแฟนที่ระเบิดฟอร์มเหลือเชื่อในฟุตบอลโลก

นี่คือ 10 นักเตะที่ติดทีมชาติไปฟุตบอลโลกแบบค้านสายตาแฟนบอลเพราะมีตัวเลือกที่ดีว่า ... แต่พวกเขาพิสูจน์ว่าโค้ชคีย์บอร์ดเหล่านั้น คิดผิด!

We are part of The Trust Project What is it?

เจฟ เฮิร์สท์

เจฟ เฮิร์สท์ แทบจะได้ชีวิตใหม่เลยทีเดียวหลังจากซัมเมอร์ปี 1966 เริ่มขึ้น

เขาเป็นกองหน้าทีมชาติอังกฤษในช่วงยุคของ เซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์ โดยก่อนหน้านี้เขาเพิงได้โอกาสเล่นให้ทีมสิงโตคำรามครั้งแรกในช่วง 4 เดือนก่อนฟุตบอลโลกที่อังกฤษจะเริ่มเท่านั้น

ณ ตอนแรกมีนักเตะ 28 คนถูกเรียกมาซ้อมกับทีมก่อน แตก็มี 6 นักเตะที่ถูกตัดชื่อไป ซึ่งดาวยิงชาวเวสต์แฮมรายนี้เอาชนะ จอห์น เบิร์น เพื่อนร่วมสโมสรของเขาทีถูกตัดชื่อออกไปในครั้งสุดท้าย

เฮิร์สท์ เริ่มจากเป็นแบ็คอัพของคู่หน้าตัวจริงอย่าง จิมมี กรีฟส์ และ โรเจอร์ ฮันท์ อย่างไรก็ตาม กรีฟส์ ได้รับบาดเจ็บในเกมรอบแบ่งกลุ่มเกมสุดท้าย ซึ่งทำให้ เฮิร์สท์ ได้ทำหน้าที่แทนก่อนที่เขาจะยิงประตูใส่ อาร์เจนตินา ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และปิดท้ายด้วยการยิงแฮตทริกในเกมนัดชิงชนะเลิศและกลายเป็นไอค่อนของวงการฟุตบอลอังกฤษทันทีในหลังจากนั้น

ยาน ยองโบลด์ (1974)

ในการเเข่งขันปี 1974 ยองโบลด์ ไม่ใช่นายทวารมือ 1 ของทีมชาติฮอลแลนด์แต่อย่างใด แต่เขาเป็นคนที่ลงเล่นให้สโมสรเล็กๆอย่าง เอฟซี อัมส์เตอร์ดัม มาถึง 17 ปี และการติดทีมชาติครั้งแรกของเขาต้องย้อนกลับไปในปี 1962 เลยทีเดียว

ในฟุตบอลโลกที่ เยอรมันตะวันตก เป็นเจ้าภาพ ยองโบลด์ วัย 33 ปี ได้รับเลือกก่อนหน้ารุ่นน้องอย่าง ปิเอ็ต ไชรจ์เวอร์ และ เอ็ดดี้ ไทรจ์เทล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ติดทีมชาติน้อยกว่าทั้งสองคนอีกด้วย

แม้ ไชรจ์เวอร์ และ ไทรจ์เทล จะตัวสูงกว่าแะมีสถิติการเซฟสูงกว่า แต่ ยองโบลด์ ได้รับเลือกจาก ไรนุส มิเชลส์ ให้เป็นมือ 1 ในทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าว และ ยองโบลด์ พาทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่น่าเสียดายที่ทีมเจ้าภาพพลิกสถานการณ์จากที่โดน  โยฮัน นีสเคนส์ ยิงจุดโทษให้ฮอลแลนด์ขึ้นนำ กลับมาคว้าชัย 2-1 ทำให้ทีมอัศวินสีส้มชุดนั้นเป็นราชาไร้บัลลังก์

อันโตนิโอ คาบรินี (1978)

เป็นเรื่องที่หาดูได้ยาก ณ ปัจจุบันสำหรับนักเตะที่ไม่เคยติดทีมชาติเลยแม้แต่หนเดียวแต่กลับติดทีมไปลุยฟุตบอลโลก โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหลังอยาง อันโตนิโอ คาบรินี่ ทีถูก เอ็นโซ่ แบร์ซ็อต เรียกติดทีมชาติอิตาลีชุดฟุตบอลโลก 1978

ดาวเตะวัย 20 ปี เป็นนักเตะตำแหน่งแบ็คซ้ายของ ยูเวนตุส โดย คาบรินี่ ได้ลงเล่นเกมนัดเปิดสนามในรอบแบ่งกลุ่มที่พบกับ อาร์เจติน่า หลังจากนั้น คาบรินี่ ก็ติดทีมชาติทุกเกมจนกระทั่ง อิตาลี ได้อันดับ 4 ของทัวร์นาเม้นต์โดยแพ้ บราซิล ในรอบชิงที่ 3

คาบรินี่ สร้างความประทับใจในทุกเกมที่ลงเล่นจนได้รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม และกลายเป็นกำลังหลักของทัพอัซซูรี่เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี จนกระทั่งเป็นนักเตะคนสำคัญในทีมชุดแชมป์โลก 1982

เปาโล รอสซี่ (1982)

ดาวยิงรายนี้เป็นเพื่อนสนิทของ คาบรินี่ จนถึงขั้นเป็นรูมเมตกันเลยทีเดียว

รอสซี่ เป็นตัวเลือกที่ถูกถกเพียงกันก่อนทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มหลังจากเขามีปัญหาเรื่องการพนันกับคดี “โตโตเนโร่” จนโดนแบนยาว กว่าจะกลับมาเล่นได้ก็เป็นช่วง 2-3 เกมสุดท้ายของฤดูกาล 1981-82 จึงถูกวิจารณ์ว่าเขาอาจจะไม่ฟิตพอสำหรับทัวร์นาเม้นต์สำคัญ

อย่างไรก็ตาม อิตาลี และโดยเฉพาะ เปาโล รอสซี่ ที่พยายามอย่างยิ่งสำหรับเกมในรอบแบ่งกลุ่ม จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจจาก เบียร์ซ็อต ก่อนที่เขากลับมายิงแฮตทริกในเกมรอบสองชนะ บราซิล ตามด้วยการยิงประตูในเกมกับ โปแลนด์ รอบ 4 ทีมสุดท้าย และที่ลืมไม่ได้เลยคือประตูล้างแค้น เยอรมันตะวันตก ในรอบชิงชนะเลิศ 3-1 ซึ่งหลังจากนั้น รอสซี่ ยังได้รางวัลดาวซัลโวของทัวร์นาเม้นต์อีกด้วย

โรเจอร์ มิลล่า (1990)

ดาวยิงวัย 38 ปี ประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้วจนถึงขั้นไปมีชีวิตเงียบสงบในหมู่เกาะแห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม พอล บิย่า ประธานาธิบดีของ แคเมอรูน โทรศัพท์ตามตัวเขามาติดทีมชาติลุยฟุตบอลโลกที่ อิตาลี ในปี 1990

ทั้งโค้ชและนักเตะของทัพหมอผีไม่ค่อยจะโอเคกับไอเดียนี้ในตอนแรก ทว่า มิลล่า พิสูจน์ตัวเองจนได้ในทุกคน และพาทีมคึกคักลุยไปจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยตัวเขานั้นลงมาเป็นตัวสำรองในเกมรอบแบ่งกลุ่มกับ โรมาเนีย และยิง 2 ประตูพาทีมเข้ารอบไปในที่สุด

มิลล่า ยังคงทำหน้าดาวยิงด้วยการระเบิดฟอร์มในเกมกับ โคลอมเบีย ในรอบที่ 2 อย่างไรก็ตามเส้นทางก็หยุดลงเพราะแพ้จุดโทษให้กับ อังกฤษ ในรอบแปดทีม 2-3  ... แม้จะต้องตกรอบแต่สุดท้าย มิลล่า ก็กลายเป็นดาวเด่นของฟุตบอลโลกทัวร์นาเม้นต์นี้จากลีลาฉลองประตูด้วยการโยกย้ายส่ายสะโพกที่มุมธงจนกลายเป็นท่าดีใจทีฮิตระเบิดระเบ้อภายในเวลาต่อมา