โคตรทีมมหากาฬ : 50 สโมสรยอดเยี่ยมแห่งวงการลูกหนัง อันดับที่ 30-21

FourFourTwo's 50 Best Football Teams Ever

หลังจากที่เรานำเสนอ 50 สโมสรยอดเยี่ยมแห่งวงการลูกหนังไปแล้ว 20 ทีม มาวันนี้ FFT จะพาแฟนๆชาวไทยไปติดตามในอันดับ 30-21กันต่อเลย…

ติดตามอันดับที่ 50-41 ได้ที่ โคตรทีมมหากาฬ : 50 สโมสรยอดเยี่ยมแห่งวงการลูกหนัง อันดับที่ 50-41

ติดตามอันดับที่ 40-31 ได้ที่ โคตรทีมมหากาฬ : 50 สโมสรยอดเยี่ยมแห่งวงการลูกหนัง อันดับที่ 40-31

30. ฟลาเมงโก้ 1980-83

ทีมชุดนี้คือทีมชุดที่ถล่ม ลิเวอร์พูล 3-0 ในศึกอินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ เมื่อปี 1981 ที่นำโดย ซิโก้

เจ้าของฉายา “เปเล่ขาว” คือ คีย์แมนสำคัญของทีมชุดนั้น พร้อมด้วยแบ็คขวาจอมบุกอย่าง เลอันโดร และตัวสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งแบ็คซ้ายและปีกซ้ายอย่าง จูเนียร์

อีกหนึ่งคนสำคัญที่จับคู่กับ ซิโก้ ได้อย่างลงตัวและเป็นคนแอสซิสต์ให้ ตำนานแซมบ้า ประจำก็คือ เจา บาติสต้า นูเนส ที่ทำสถิติยิง 93 ลูกจาก 195 เกม ซึ่งสองในนั้นคือเกมลั่นไกลใส่ “หงส์แดง” นั่นเอง

และด้วยส่วนผสมทั้งหมดทำให้ ฟลาเมงโก้ ลงตัวสุดๆ

29. น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1977-80

“เจ้าป่า” เกรียงไกลถึงขนาดได้แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพติดต่อกัน โดย ไบรอัน คลัฟ และ ปีเตอร์ เทย์เลอร์

ตำนานกุนซืออย่าง คลัฟ สร้างปรากฏการณ์ด้วยการพา ฟอเรสต์ คว้าแชมป์ลีกอังกฤษ ปี 1978 หรือฤดูกาลแรกที่เลื่อนชั้นมาอยู่ลีกสูงสุด แถมปีต่อมากลายเป็นแชมป์ยุโรป จากการชนะ มัลโม่ เอฟเอฟ ของสวีเดน 1-0 ก่อนป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ หลังเชือด ฮัมบูร์ก เอสเฟา จากเมืองเบียร์ 1-0 ในปีต่อมา

นอกจากนี้ พวกเขายังได้ถ้วย ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์คัพ ด้วยการปราบ บาร์เซโลน่า อีกด้วย

นักเตะยุคนั้นของทีมดังแห่งมิดแลนด์ก็มี ปีเตอร์ ชิลตัน, เทรเวอร์ ฟรานซิส, วิฟ แอนเดอร์สัน, มาร์ติน โอนีลล์, จอห์น แม็คโกเวิร์น, เคนนี่ เบิร์นส์, เอียน โบว์เยอร์ และ จอห์น โรเบิร์ตสัน

ก่อนที่ “เจ้าป่า” จะค่อยๆตกต่ำลงและยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา

28. บูดาเปสต์ ฮอนเวด 1950-55

ฮอนเวด 9-7 เอ็มทีเค คือ สกอร์ของเกมดาร์บี้แมตช์แห่ง บูดาเปสต์ เมื่อช่วงยุค 50

และตอนนี้ บูดาเปสต์ ฮอนเวด คือทีมที่คนทั้งโลกอยากชม โดยพวกเขามีนักเตะทีมชาติฮังการีหลายคนในชุดที่ถล่ม อังกฤษ คา เวมบลีย์ 6-3 หลายคน และคุมทีมโดย กุสตาฟ เซเบส ตำนานของประเทศ ผู้เป็นต้นแบบ โททัล ฟุตบอล ของ ไรนุส มิเชล ในเวลาต่อมา

การเคลื่อนที่ในขณะไม่มีบอล การเปลี่ยนตำแหน่ง และการผ่านบอลอย่างชาญฉลาด คือ จุดเด่นของทีมชุดนั้น ซึ่งมีดาวดังอย่าง “เดอะ ไมท์ตี้ แมกยาร์” เฟเรนซ์ ปุสกัส นำทัพ

โดยพวกเขาคว้าแชมป์ลีก 5 จาก 7 ปีในยุคสมัยของพวกเขา น่าเสียดายที่ ฮอนเวด ได้ลงเล่นยูโรเปี้ยน คัพเพียงครั้งเดียว เพราะในปี 1956 สงครามเย็นได้เริ่มขึ้น และพวกเขาก็ไม่ได้รับโอกาสนั้นอีกเลย

27. ทีมชาติฝรั่งเศส 1996-2000

หลังจากยุคของ มิเชล พลาตินี่ “ตราไก่” อกหักในเวทีระดับชาติมาตลอด ทั้งยังตกต่ำถึงขนาดไม่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโร ในปี 1988, 1990 และ 1994

ทว่า การมาของ ซีเนอดีน ซีดาน ก็ทำให้แฟนๆ “เลอ เบลอส์” เกิดความหวังใหม่ ผนึกกำลังด้วย ยูริ จอร์เกฟฟ์ กับ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์  ในแดนกลาง ขณะที่แนวรับมี โลร็องต์ บล็องก์, มาร์กแซล เดอไซญี่, บิเซนเต้ ลิซาราซู  และ ลิลิยอง ตูราม เป็นหัวใจ

ฝรั่งเศสชุดนั้น ไปไกลถึง รอบรองฯยูโร 1996 ก่อนไปคว้าแชมป์โลกที่บ้านตัวเองในอีกสองปีต่อมา และย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ยูโรในปี 2000

26. โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 1970-79

สิบปีเต็มที่ๆ “สิงห์หนุ่ม” ครองจ้าวเยอรมัน โดยพวกเขาได้แชมป์บุนเดสลีก้าในปี 1970,1971,1975, 1976 และ1977

แน่นอนว่าคู่ปรับตัวฉกาจของ กลัดบัด ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะที่นั่น บาเยิร์น มิวนิค ยิ่งใหญ่ตลอดกาลเสมอ

โดยพวกเขากลายเป็นทีมแรกในบุนเดสลีกาที่สามารถคว้าแชมป์ได้สองสมัยติดต่อกัน ในฤดูกาล 1969/70 และ 1970/71 แต่หลังจากนั้นก็ถูก “เสือใต้” ข่มกลับด้วยการคว้าแชมป์สามสมัยติดต่อกัน แต่ “สิงห์หนุ่ม” ก็เอาคืนด้วยการคว้าแชมป์สามสมัยติดในอีกสามฤดูกาลถัดมา

ทีมชุดนั้นประกอบด้วยตัวดังๆอย่าง จุปป์ ไฮย์เกส, กุนเทอร์ เน็ตเซอร์ และ เออร์วิน เครเมอร์ พร้อมกับเป็นตำนาน “สิงห์หนุ่มสุดมหัศจรรย์” มาจนถึงทุกวันนี้