โคตรทีมมหากาฬ : 50 สโมสรยอดเยี่ยมแห่งวงการลูกหนัง อันดับที่ 40-31

FourFourTwo’s 50 Best Football Teams Ever

หลังจากที่เรานำเสนอ 50 สโมสรยอดเยี่ยมแห่งวงการลูกหนัง อันดับ 50-41 ไปก่อนหน้านี้ มาวันนี้ FFT จะพาแฟนๆชาวไทยไปติดตามในอันดับ 40-31 กันต่อเลย…

ติดตามอันดับที่ 50-41 ได้ที่ โคตรทีมมหากาฬ : 50 สโมสรยอดเยี่ยมแห่งวงการลูกหนัง อันดับที่ 50-41

40. อาร์เซนอล 1930-35

“ปืนใหญ่” ภายใต้การนำของ เฮอร์เบิร์ต แชปแมน นำความยิ่งใหญ่มากมายมาสู่ถิ่น ไฮบิวรี่ ในช่วงต้นยุค 30

สไตล์บอลของพวกเขาคือ เร็ว แรง และไม่เคยหยุดยั้ง โดยพวกเขาตะเริ่มตั้งบอลที่ เซนเตอร์แบ็คชื่อ เฮอร์บี้ โรเบิร์ตส์ ก่อนถ่ายต่อให้กองกลางอย่าง อเล็กซ์ เจมส์ และให้ คลิฟฟ์ บาสติน จบสกอร์ หรือผ่านให้ เดวิด แจ็ค หรือ แจ็ค แลมเบิร์ต ช่วยลั่นไกล

โดยคนในสมัยนั้นเรียกว่า “แผนพิฆาต 8 วินาที” ซึ่งทั้งหมดฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วทำยากมาก

ทีมชุดนั้นได้แชมป์เอฟเอ คัพในปี 1930 ก่อนคว้าแชมป์ลีกในปีต่อมาและทำได้รวม 4 สมัยติดต่อกัน พร้อมกับจารึกชื่อในประวัติศาสตร์สโมสรตลอดกาล

39. อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม 1992-96

ก่อนหน้าที่ หลุยส์ ฟาน กัล เข้ารับตำแหน่งในปี 1991 นั้น ทีมดังแห่งเมืองกังหันได้แชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1987 ซึ่งนับเป็นถ้วยยุโรปถ้วยแรกตั้งแต่ปี 1970 ของสโมสรเลยทีเดียว

ทว่า หลังจาก “จอมปรัชญา” เข้ามา อาแจกซ์ฯ ได้แชมป์ยูฟ่า คัพในปี 1992 ทั้งๆที่เกือบจะโดนไล่ออกไปด้วยซ้ำ ก่อนที่อีกสามปีต่อมา ฟาน กัล จะพาทีมผงาดแชมป์แชมเปี้ยนลีกอย่างยิ่งใหญ่

ทีมชุดนั้นประกอบด้วย เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, แฟรงค์ ไรจ์การ์ด, เอ็ดการ์ ดาวิดส์, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, แพทริค ไคลเวิร์ต และสตาร์ที่ตอนนั้นยังเป็นดาวรุ่งอีกมากมาย

โดย “อ.หลุยส์” มักใช้ระบบ 3-4-3 หรือ 3-1-2-3-1 พร้อมกับนำสไตล์โททัล ฟุตบอล กลับมาเล่น ก่อนประกาศศักดาในเวทียุโรปจนเป็นที่จดจำตลอดมา

38. ทีมชาติบราซิล 1982

นี่คือทีมที่ดีที่สุดที่ไม่เคยได้แชมป์ฟุตบอลโลก คือ คำนิยามที่หลายคนยกย่องทีมชุดนั้น

ขุนพลแซมบ้าชุดนั้นนำโดย ซิโก้ เจ้าของฉายา “เปเล่ขาว”, จูเนียร์ ฟัลเกา เพลย์เมคเกอร์จาก โรม่า ,ซ้ายอันตราย อย่าง เอเดอร์ และ ยอดคุณหมออย่าง โซเครติส ที่ครั้งหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์กับ FFT ว่า “การเล่นฟุตบอลก็เหมือนกับการออกเดทกับผู้หญิงที่คุณตกหลุมรัก”

ในฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปนนั้น พวกเขาผ่านรอบแรกอย่างสบายๆด้วยการชนะสามเกมรวด พร้อมกับสไตล์การเล่นที่สวยงามราวกับอยู่ในจินตนาการ

ทว่า ทุกอย่างมันพังทลายลงในรอบแบ่งกลุ่มรอบ 2 โดยพวกเขาชนะ อาร์เจนติน่า ได้ 3-1 แต่กลับแพ้ต่อ อิตาลี 2-3 จนต้องตกรอบไป

“นี่คือวันที่ฟุตบอลตาย” ซิโก้ กล่าวหลังเกม แต่ในหนังสือ Inverting the Pyramid ของ โจนาธาน วิลสัน กลับบอกว่า “มันคือวันที่ฟุตบอลแสดงเห็นว่า นักเตะที่ดีที่สุดหลายคนก็ไม่อาจจะชนะทีมที่มาด้วยระบบได้ นี่คือวันที่ระบบการเล่นชนะพวกเขาต่างหาก”

37. แมนฯ ยูไนเต็ด 1965-68

สิบปีหลังเหตุการณ์อันน่าเศร้าที่ มิวนิค “ปีศาจแดง” ภายใต้การนำของ เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรและวงการฟุตบอลผู้ดี

โดยทีมชุดนั้นของ “ยูไนเต็ด” ประกอบด้วยสามทหารเสืออย่าง บ็อบบี้ ชาล์นตัน ผู้รอดตายจากสิบปีที่แล้ว, เดนิส ลอว์ และ จอร์จ เบสต์ ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นตำนานของทีมมาจนถึงวันนี้ นอกจากนี้ พวกเขายังมี น็อบบี้ สไตล์ส และ แพ็ดดี้ ครีแรนด์ คุมแดนกลางอีกด้วย

จุดเด่นของทีมชุดนั้น คือ เกมรุกอันดุดันและซุปเปอร์สตาร์อย่าง เบสต์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลดาราคนแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกทีเดียว

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนานบทแรกแห่งกองทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเวทียุโรป

36. เฟเยนูร์ด 1968-71

เมื่อพูดถึงสโมสรในฮอลแลนด์ เรามักคิดถึงฟุตบอลของ อาแจกซ์ ที่มี ไรนุส มิเชล และ โยฮัน ครัฟฟ์ บุกเบิกไว้ แต่ว่า คู่แค้นอย่าง เฟเยนูร์ด ก็ทำได้ดีไม่เบาเช่นกัน

โดยทีมชุดนั้นนำโดนโค้ชอย่าง แอร์นส์ ฮัปเปิล ซึ่งเกมที่น่าสนใจคือ เกมดัตช์ คัพ ระหว่างพวกเขากับ อาแจกซ์ ในปี 1970 เกมนั้น เฟเยนูร์ด ออกนำไปก่อน 3-1 ก่อนที่ อาแจกซ์ จะตีเสมอได้ และพลิกชนะไปในท้ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ฮัปเปิล แก้เกมด้วยการถอยกองหน้าลงมาเล่นกองกลาง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เกิดสิ่งนี้ในวงการลูกหนังดัตช์

“กองกลางเราไม่ไหลลื่นเลย” อดีตกุนซือชาวออสเตรียให้เหตุผลหลังเกมนั้นที่เปลี่ยนแท็คติคฟุตบอลไปตลอดกาล

แม้จะชวดแชมป์บอลถ้วย แต่เวทีในลีกนั้น พวกเขาก็ไปได้สวย โดย เฟเยนูร์ด ได้แชมป์ลีกถึง 2 ครั้งในสามปี และยังคว้าถ้วยยูโรปี้ยน คัพ ในปี 1972 ได้อีกด้วย

ติดตามอันดับที่ 35-31 ได้ที่หน้าต่อไป