โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ : (ว่าที่)ดาวยิงมหาประลัยคนต่อไป

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยิงไปแล้ว 10 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และ ไมเคิ่ล ค็อกซ์ คอลัมนิสต์ของเราจะมาอธิบายว่า ทำไม ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ถึงกำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งในยอดดาวยิงของโลก..

ประตูที่ ชิรูด์ ซัดใส่ แมนฯซิตี้ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ถือว่าซัดได้สวยงามและคมกริบมาก ซึ่งการยิงจากมุมนั้นของสนาม ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะใส่สกอร์ได้

ต้องยอมรับว่า หัวหอกหน้าหล่อ พัฒนาขึ้นมาจากสามปีที่แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องการจบสกอร์เท่านั้น แต่การเคลื่อนที่ ความเข้าใจเกม การมีส่วนร่วมของเกม ฯลฯ ชิรูด์ ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

กลบจุดอ่อน

หัวหอกเลือดเฟรนช์ ย้ายมาสู่ถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ตั้งแต่ปี 2012 โดยปีก่อนหน้านั้น ชิรูด์ ยิงให้ มงต์เปลลิเยร์ ในลีกเอิงไปถึง 21 ลูก จนทำให้ อาร์แซน เวงเกอร์ ตัดสินใจคว้าเขามาร่วมทีม

ชิรูด์ เป็นกองหน้าประเภทที่อาร์เซนอลไม่เคยมีมาก่อน ดาวเตะหมายเลข 12 นั้นรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งไม่เหมาะกับสไตล์การเล่นบนพื้นของ เวงเกอร์ เท่าไร และนั่นก็ทำให้เขามีปัญหาในการปรับตัวกับระบบของทีมในช่วงแรก

นอกจากนี้ ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ยังไม่ใช่ศูนย์หน้าแบบ “เดอะ คิง อองรี” หรือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ซึ่งสามารถถ่างออกไปเล่นด้านกว้างได้ทุกเมื่อ หรือการวิ่งตัดเข้าในอย่างรวดเร็วเพื่อหาโอกาสยิงประตูหรือสร้างสรรค์เกมให้กับทีม

ทั้งหมดเป็นเพราะ ชิรูด์ ไม่ใช่คนที่มีความเร็วอะไรมากมาย ซึ่งนั่นเป็นจุดอ่อนของเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทว่า ตอนนี้ ดาวเตะหน้าหล่อ หาบางสิ่งมาชดเชยจุดด้อยตรงนั้นได้แล้ว..

ชิรูด์ ใช้การเคลื่อนที่และความเข้าใจเกมในการช่วยพัฒนาฟอร์มของตัวเอง อย่างในเกมกับ “ซิตี้” ดาวเตะเมืองน้ำหอม มักจะถ่างออกซ้ายบ่อยครั้ง เพื่อดวลลูกกลางอากาศกับ บาการี่ ซานญ่า อดีตเพื่อนร่วมทีมที่ตัวเล็กกว่าเขามาก ซึ่งทำให้ ชิรูด์ สามารถโหม่งเช็ดให้เพื่อนสร้างเกมรุกต่อไปได้

เวลาเปลี่ยน ชิรูด์เปลี่ยน

หากเราเปรียบเทียบกับซีซั่นแรกของเขากับ อาร์เซนอล จะพบว่า ชิรูด์ กำลังเปลี่ยนไปจริงๆ

จาก Stats Zone ด้านบน จะเห็นได้ว่า ในเกมกับ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส(ขวา) เมื่อสามปีที่แล้ว จะพบว่า ชิรูด์ มักจะยืนอยู่ในกรอบเขตโทษเท่านั้น และไม่ขยับไปด้านข้างเลย ซึ่งลองเทียบกับเกมล่าสุดกับ “เรือใบสีฟ้า”(ซ้าย) จะเห็นได้ชัดว่า ดาวยิงหมายเลข 12 ฉีกไปเล่มด้านกว้างบ่อยกว่าอยู่ในกรอบเขตโทษด้วยซ้ำไป

อีกทั้งเขายังรักษาจุดเด่นในเรื่องลูกกลางอากาศได้อย่างดี เมื่อ ชิรูด์ ชนะการโหม่งถึง 7 จากทั้งหมด 8 ครั้ง อย่างไรก็ตาม จุดที่เขายังต้องปรับปรุงต่อไป คือ การผ่านบอล ที่ ชิรูด์ ยังจ่ายพลาดอยู่หลายครั้ง

และส่วนหนึ่งเราต้องยกเครดิตให้กับ โอซิล ผู้เข้ามาช่วยฉายแสงให้ ชิรูด์ การจ่ายบอลของเพลย์เมคเกอร์ตาโปน ทำให้ไอเดียในการเล่นของทีมมีหลากหลายขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะสั้นหรือยาว โอซิล ทำได้อย่างสุดยอด

ก่อนหน้านี้ “ราชาแอสซิสต์” เคยเล่นกับกองหน้าสไตล์เดียวกับ ชิรูด์ มาแล้วในสีเสื้อ เรอัล มาดริด นั่นคือ กอนซาโล่ อิกวาอิน นั่นเอง ซึ่งทำให้ โอซิล รู้ดีว่า จะช่วยเพื่อนร่วมทีมให้เค้นฟอร์มเก่งได้อย่างไร

พาทีมล่าแชมป์

จากอาการบาดเจ็บของ อเล็กซิส ซานเชส ทำให้จากนี้ไป ชิรูด์ และ โอซิล จะต้องเล่นด้วยกันมากขึ้น ซึ่งหาก อาร์เซนอล ต้องการประสบความสำเร็จ พวกเขาต้องคาดหวังไว้ที่ทั้งสองคน

นอกจากนี้การที่สองคนเข้าขากัน ทำให้ แอรอน แรมซีย์ สามารถกลับไปเล่นตำแหน่งที่ถนัดอย่าง กองกลางตัวคุมเกมได้ ซึ่งนั่นจะให้อิสระแก่ ดาวเตะทีมชาติเวลส์ ในการเติมเกมพร้อมกับช่วยเกมรับได้

แน่นอนว่าตอนนี้ ชิรูด์ อาจจะยังไม่ถึงขั้นระดับโลก แต่ตอนนี้ ดาวเตะเลือดเฟรนช์ กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เขาสามารถลบจุดอ่อนที่เคยมี ด้วยการแทนที่อีกสิ่งหนึ่งเข้าไป นอกจากนี้ จุดเด่นที่เคยมีทั้ง ลูกกลางอากาศและการยิงประตูที่เฉียบคม(พอสมควร ฮา) ก็ยังอยู่ครบ ทำให้หลังจากนี้ เราต้องจับตาดูเขาให้ดีว่าจะพัฒนาได้ไปถึงขั้นไหน

และต่อจากนี้ เหล่า “กูนเนอร์” คงได้แต่หวังว่า ชิรูด์ จะไม่กลับไปเป็น ชิรูด์ คนเดิมอีกตลอดไป..(ฮา)