โอมาร์ อับดุลราห์มาน: พ่อมดยูเออี

John Duerden เชื่อว่าผลงานโดดเด่นของโอมาร์ อับดุลราห์มาน หมายถึงความภาคภูมิใจของวงการฟุตบอลเอเชียที่เป็นแหล่งกำเนิดนักเตะฝีเท้าเยี่ยม  

4 ใน 5 อันดับท็อปของ 50 สุดยอดนักเตะเอเชียของ FourFourTwo ต่างเป็นนักเตะประสบการณ์สูงที่เคยผ่านเวทีใหญ่อย่างฟุตบอลโลกและลีกใหญ่ในทวีปยุโรป บางคนเคยไปโลดแล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก แต่สำหรับนักเตะอันดับ 5 โอมาร์ อับดุลราห์มาน ดาวรุ่งพรสวรรค์ที่แม้จะยังไม่เคยได้วาดลวดลายในเวทีระดับโลก แต่วงการฟุตบอลก็ไม่สามารถปฏิเสธความสามารถโดดเด่นของมิดฟิลด์ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายนี้

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย หรือเอเชี่ยน คัพ 2015 เป็นเวทีพิสูจน์ความสามารถของโอมาร์ อับดุลราห์มานในฐานะอันดับ 5 ของเอเชีย ผมได้เข้าไปชมเกมแรกที่โอมาร์ได้ลงสนามที่แคนเบอร์รา ในช่วงการแถลงข่าวก่อนเกมสำคัญกับกาตาร์ คำถามแรกที่โค้ชทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาห์ดี้ อาลี ถูกสื่อถามไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับเป้าหมายของทีมชาติในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่เป็นคำถามถึงสภาพร่างกายและความฟิตของมิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 23 ปี สื่อกีฬาทั้งจากออสเตรเลียและหลายประเทศมาที่นี่เพื่อรอชมลีลาของโอมาร์

และมิดฟิลด์ตัวเก่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ในเกมที่สื่อยกให้เป็นการสู้กันของเพลย์เมคเกอร์ คาลาฟาน อิบราฮิมและโอมาร์ (หรือที่เพื่อนร่วมทีมเรียกว่า “อามูรี่”) เป็นเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจ คาลฟาน อิบราฮิมเป็นฝ่ายออกหมัดแรกด้วยการยิงสุดสวยในช่วงกลางครึ่งแรกบอลลอยข้ามนายประตูยูเออีเข้าไปตุงตาข่าย แต่ในที่สุดกลับเป็นดาวรุ่งหัวฟูที่ครองเกมตลอดช่วงเวลาในสนาม

เพียงไม่กี่วินาทีหลังเขี่ยบอล มิดฟิลด์จากสโมสรอัล-เอน โชว์ฟอร์มฉีกหนีตัวประกบก่อนจะเอาบอลเลาะหลบเข้าไปหาประตูกาตาร์ ก่อนจะปาดบอลใส่พานให้ อาลี มาบคูตสับไกยิงออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ตลอดทั้งเกมที่เหลือ โอมาร์ แหวกแนวรับและสร้างโอกาสการทำประตูให้กับเพื่อนร่วมทีมชุดขาวจนทีมชาติยูเออีสามารถถล่มเอาชนะกาตาร์ท่วมท้น 4-1

ในการลงสนามเกมถัดมาของยูเออีที่แคนเบอร์รา ระหว่างที่เราผ่านการตรวจสัมภาระก่อนเข้าสนาม ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นฝีเท้าของโอมาร์อีกครั้ง “ผมไม่ค่อยรู้เรื่องฟุตบอลหรอกนะ” ทีมงานรายหนึ่งกล่าว “แต่ผมดูแล้วก็ยังพอจะรู้เลยว่าคนนี้เก่งสุดยอดมาก” และเช่นเดียวกับในเกมแรก โอมาร์โชว์ลีลาฉีกกับ พาบอลโฉบไปบนผืนหญ้าของสนามแคนเบอร์ราในเกมที่ยูเออีเอาชนะบาห์เรนและผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ตั้งแต่ยังแข่งไม่ครบทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ฝีเท้าของโอมาร์ทำให้การเล่นผ่านเข้ารอบเป็นเรื่องง่ายสำหรับยูเออี

“ฟุตบอลเป็นงานอดิเรกของผมมาตั้งแต่เด็กๆ” โอมาร์ กล่าว “ผมใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากเป็นนักฟุตบอล ผมจะเล่นฟุตบอลกับพี่น้องของผม แต่อาห์เหม็ดกับพ่อเป็นคนที่คอยดูแลผม คอยให้ความสนใจและช่วยผมพัฒนาความสามารถของผม ที่จริงแล้วครอบครัวของผมทุกคนสนับสนุนผมเต็มที่ ทุกคนมีส่วนอย่างมากกับอาชีพนักฟุตบอลของผม ผมเชื่อว่าผมมาถึงจุดนี้ได้เพราะครอบครัวและทุกคนที่สวดขอพรให้ผมและความพยายามของผม”

ชีวิตในวัยเด็กที่เมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย โอมาร์ได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ ฮัล ฮิลาล ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พร้อมกับครอบครัวก่อนที่ในเวลาต่อมา จะเซ็นสัญญากับสโมสรอัล-เอน หนึ่งในสโมสรชั้นนำของประเทศและแชมป์เอเชียปี 2003 และรองแชมป์ 2005 โอมาร์แสดงฝีเท้ายอดเยี่ยมจนสามารถฉายแววเติบโตขึ้นมาในสโมสรและทีมชาติ และกลายเป็นที่จับตามองหลังจากโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก 2012 กับทีมชาติอุรุกวัยที่สนามโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งทำให้โอมาร์ได้รับคำเชิญไปทดสอบฝีเท้ากับแมนเชสแตอร์ซิตี้ก่อนที่จะได้รับข้อเสนอสัญญา 4 ปีกับเรือใบสีฟ้า ก่อนที่ดีลจะล่มเพราะปัญหาใบอนุญาตทำงานในอังกฤษตามรายงานข่าวที่เปิดเผยออกมา

แต่ข่าวความเชื่อมโยงระหว่างโอมาร์และสโมสรยุโรปยังไม่เคยเงียบหายไป เช่นเดียวกับพรสวรรค์และฝีเท้าโดดเด่นของโอมาร์ที่นับวันจะยิ่งพัฒนามากขึ้น โอมาร์คว้าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าด้วยการพาทีมชาติยูเออีคว้าแชมป์ในฟุตบอลกัล์ฟ คัพ 2013 ที่ประเทศบาห์เรน ที่จัดขึ้น 2 ปีครั้ง ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองของฟุตบอลยูเออีที่มีนักเตะอย่างมาบคูท, อาห์เหม็ด คาลิล, คามิส เอสมาเล ที่เริ่มส่องประกายโดดเด่น โดยมีโอมาร์ อับดุลราห์มานเป็นเพชรเม็ดงามของทีม

“แฟนฟุตบอลตั้งฉายานี้ให้เรา เพราะในการแข่งขันแต่ละครั้งเราจะสร้างชื่อและให้เกียรตประเทศและผู้คนของประเทศ และเราเชื่อว่าเราจะสามารถเอาชนะไปเรื่อยๆ แล้วทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ? เรายึดมั่นอยู่กับสปิริตภายในทีม มันไม่ใช่เพียงแต่ชื่อทีมเท่านั้นแต่เป็นการทำงานร่วมกันของทีม นั่นคือสิ่งที่ทำให้ยุคของเรามีความพิเศษ” โอมาร์ กล่าว

แม้การคว้าแชมป์กัล์ฟ คัพจะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ แต่เมื่อถึงเวลาที่ประเทศชาติและนักเตะดาวดังของทีมจะได้สร้างชื่อในเวทีใหญ่ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย หรือเอเชี่ยนคัพจึงเป็นโอกาสที่เหมาะสม ยูเออีเริ่มต้นอย่างสวยงามด้วยการเอาชนะกาตาร์และบาห์เรน ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับทีมชาติญี่ปุ่น ทีมแชมป์ของกลุ่มที่กำลังพยายามคว้าแชมป์ที่ 5 ใน 7 ทัวร์นาเมนต์ที่ลงสนาม และนั่นก็อาจจะเป็นการจบเส้นทางในเอเชี่ยนคัพของยูเออี

คงไม่มีคู่แข่งทีมไหนที่แข็งแกร่งไปกว่านี้อีกแล้วในสายตาของโค้ชอาลีและลูกทีม แต่หลังจากผ่านไป 120 นาทีและผลการแข่งขันยังคงเสมอกัน 1-1 ทีมจากภูมิภาคอาหรับก็สามารถเอาชนะไปได้ด้วยการยิงจุดโทษตัดสินที่โอมาร์ อับดุลราห์มาน ยิงจุดโทษด้วยการยกบอลข้ามตัวนายประตูเข้าไปอย่างสวยงามในเกมซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเกมสำคัญที่สุดของชีวิตวัย 23 ปี และท่ามกลางความผิดหวังของยักษ์ใหญ่เอเชียอย่างทีมชาติญี่ปุ่น ทีมชาติยูเออีก็ได้ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ

การแข่งขันรอบรองชนะเลิศพบกับเจ้าบ้านออสเตรเลียที่ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์เป็นเกมที่สู้กันอย่างน่าตื่นเต้นและจบลงด้วยความพ่ายแพ้ที่เป็นการปิดฉากเส้นทางเอเชี่ยนคัพของยูเออีด้วยอันดับ 3 แต่หากยูเออีสามารถเอาชนะออสเตรเลียเข้าไปคว้าแชมป์ ก็คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าโอมาร์ อับดุลราห์มาน น่าจะกลายเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์นี้

และเวทีใหญ่ยังคงรอคอยโอมาร์ “ผมพร้อมแล้ว ผมอยากจะแสดงให้โลกได้เห็นว่านักเตะเอมิเรตส์ก็สามารถเล่นในลีกใหญ่ๆ ได้ ผมอยากทำให้ประเทศของผมและชีคของผมได้ภาคภูมิใจ” มิดฟิลด์หัวฟูกล่าวทิ้งท้าย

หากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง ก็คงไม่มีใครหยุดโอมาร์ อับดุลราห์มานได้อีกแล้ว ทั้งในฐานะนักเตะและเจ้าของอันดับสุดยอดนักเตะของ FourFourTwo

อ่านและพูดคุยกับเรา #FFTASIA50

50 สุดยอดนักเตะเอเชีย ร่วมนำเสนอโดย Samsung Sports Flow ข้อมูลกีฬาที่ครบถ้วนและครอบคลุมมากที่สุดในแอพเดียว ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ที่นี่ที่เดียว