Analysis

โปรยเงินเล่น : จัดอันดับ 10 การเซ็นสัญญาสุดงงของทีมพรีเมียร์ลีกในปี 2018

การซื้อตัวนักฟุตบอลมีขึ้นเพื่อให้ทีมต่างๆ ได้ดึงนักเตะมาเสริมจุดอ่อน หรือยกระดับทีม แต่กับบางดีล เราก็ไม่รู้ว่าสโมสรจะดึงตัวนักเตะคนนั้นมาทำไม และนี่ก็คือ 10 ดีลสุดไร้ประโยชน์ของทีมในพรีเมียร์ลีก ที่เกิดขึ้นในปี 2018

We are part of The Trust Project What is it?

10. เอเมอร์สัน (โรม่า ไป เชลซี, 17.6 ล้านปอนด์)

หนึ่งในปัญหาหลักๆ ที่เกิดขึ้นกับเชลซีในยุคของอันโตนิโอ คอนเต้ คือการที่พวกเขาไม่ค่อยมีนักเตะหมุนเวียนในทีม โดยเฉพาะตำแหน่งวิงแบ็ค และนั่นก็ทำให้เราพอเข้าถึงสาเหตุที่ทัพสิงห์บลูส์คว้าตัวแบ็คซ้ายทีมชาติอิตาลีมาจากโรม่า ในตลาดหน้าหนาวของฤดูกาลที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เอเมอร์สันเป็นแค่เพียงตัวสำรองของมาร์กอส อลอนโซ่ แต่ในยุคของคอนเต้ เขาก็ยังได้รับโอกาสบ้าง ทว่าในยุคของเมาริซิโอ ซาร์รี่ อดีตดาวเตะของโรม่านั้นแทบจะไม่ได้ลงสนามให้ทีมเลย แม้ว่าอลอนโซ่จะทำผลงานได้ไม่ดีนัก ในฤดูกาลนี้เอเมอร์สันเพิ่งจะได้ลงสนามเฉพาะเกมบอลถ้วยเท่านั้น ส่วนในลีก เจ้าตัวยังไม่ได้ลงไปเหยียบพื้นหญ้าแม้แต่นาทีเดียว

9. เฟร็ด (ชัคเตอร์ โดเนสต์ ไป แมนฯ ยูไนเต็ด, 52 ล้านปอนด์)

การมาของเฟร็ดในช่วงซัมเมอร์ ทำให้แฟนบอลของเรด เดวิลส์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าสโมสรพยายามจะปรับปรุงทีมให้ดีขึ้น ทว่ากองกลางทีมชาติบราซิลกลับได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมน้อยมาก

“เมื่อทีมเรามีเกมรับที่แข็งแกร่งขึ้น ผมก็คิดว่าเฟร็ดจะได้รับโอกาสมากขึ้น” นี่คือสิ่งที่มูรินโญ่ให้คำตอบ จากคำถามที่ว่าเมื่อไรดาวเตะแซมบ้าจะได้รับโอกาสมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเสียไป 26 ประตู จากการลงเล่นในลีก 16 เกม ก็น่าจะพอเป็นคำตอบให้เฟร็ดได้ว่า คงอีกนานที่เขาจะได้เล่นอย่างสม่ำเสมอ

8. กุยโด คาร์ริลโญ่ (โมนาโก ไป เซาธ์แฮมป์ตัน, 19 ล้านปอนด์)

หลังผ่านไปครึ่งฤดูกาล 2017/18 ดูเหมือนเซาธ์แฮมป์ตันจะรู้ว่าพวกเขามีปัญหากองหน้าปืนฝืด และนั่นก็ทำให้พวกเขาทุ่มเงิน 19 ล้านปอนด์ เพื่อดึงคาร์ริลโญ่มาร่วมทีม และเมาริซิโอ เปเญกริโน่ ก็คาดหวังว่า ดาวยิงเลือดฟ้าขาวจะช่วยแก้ปัญหาเกมรุกของทีมได้

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้เลย อดีตดาวยิงโมนาโกถูกดรอปเป็นตัวสำรองหลังย้ายมาแค่ 2 เดือน และตอนนี้ เจ้าตัวก็ถูกปล่อยยืมตัวไปอยู่กับเลกาเนส ในศึกลา ลีก้า  ทั้งที่ทัพนักบุญเองก็ยังต้องการนักเตะในแนวรุกเพิ่มเติมอยู่

7. เลอันเดอร์ เดนดองค์เกอร์ (อันเดอร์เลชท์ ไป วูล์ฟสฯ, ยืมตัวพ่วงออพชั่นซื้อขาด 12 ล้านปอนด์)

ในทางทฤษฎี ตอนนี้เดงดองค์เกอร์อาจจะเป็นนักเตะที่อยู่ในสัญญายืมตัวกับวูล์ฟสฯ แต่ด้วยเงื่อนไข้ในสัญญาที่เจรจากันในช่วงซัมเมอร์ ที่บังคับให้ทัพหมาป่าต้องเซ็นสัญญาซื้อขาดเขาด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ก็ทำให้ตอนนี้ มันก็เหมือนกับว่าดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมรายนี้เป็นนักเตะของวูล์ฟสฯ ไปแล้ว

เดงดองค์เกอร์ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองของเบลเยี่ยม แต่เจ้าตัวเพิ่งจะได้ลงสนามให้วูล์ฟสฯ ในลีกไปเพียง 9 นาทีเท่านั้น อย่าไรก็ตาม ด้วยอายุ 23 ปี ทำให้เขายังมีโอกาสอีกมากมายในอนาคต แต่ตอนนี้ เราก็อยากจะถามวูล์ฟสฯเหมือนกันว่า ดึงตัวเขามาร่วมทีมทำไม?

6. ชากลาร์ โซยุนชู (ไฟร์บวร์ก ไป เลสเตอร์, 19 ล้านปอนด์)

เลสเตอร์มีปราการหลังสุดแกร่งอย่างแฮร์รี่ แมคไกวร์ อยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ต้องการคนมาแทนที่เวส มอร์แกน กัปตันทีมที่โรยราลงไปเรื่อยๆ ฉะนั้นแล้วการเซ็นสัญญากับโซยุนชู ในช่วงซัมเมอร์ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ที่เราไม่เข้าใจคือ ทำไมพวกเขาถึงยังเลือกใช้จอนนี่ อีแวนส์ สลับกับเวส มอร์แกน ในการเป็นคู่หูของแมคไกวร์อยู่ โดยปล่อยปราการหลังชาวเติร์กไว้ที่ม้านั่งสำรอง ทั้งที่โซยุนชูถือเป็นกองหลังดาวรุ่งแววดี และทัพจิ้งจอกเองก็ทุ่มเงินถึง 19 ล้านปอนด์ เพื่อปิดดีลนี้