โรเบิร์น เลวานดอฟสกี้ : หัวหอกผู้เปลี่ยนสไตล์ตัวเอง

ติดตามกันต่อสำหรับการจัดอันดับ 100 นักเตะของโลก โดย โฟร์โฟร์ทู ไปดูกันว่าทำไม โรเบิร์น เลวานดอฟสกี้ ถึงเข้าป้ายมาในอันดับที่ 7 

ในปี 2015 น่าจะเป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเลวานดอฟสกี้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเป็นปีที่เขาพลาดชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกไปแค่ถ้วยเดียว ซึ่งมันคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้วแหละ

ปี 2016 ที่ผ่านเข้ามาก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก เลวานดอฟสกี้ยังคงถล่มประตูอย่างต่อเนื่อง ช่วยบาเยิร์นความแชมป์บุนเดสลีกา ด้วยการยิงเพิ่มไปอีก 15 ประตูในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งมันทำให้เขาจบซีซั่นด้วยตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด หลังซัดไปคนเดียว 30 ประตูจาก 80 ประตูที่พี่เสือยิงได้ทั้งหมดในฤดูกาลนั้น โดยเฉพาะความพยายามของเขาในเกมนัดที่ 23 กับโวล์ฟบวร์ก (ทีมเดียวกับที่เขายิง 5 ประตูใน 9 นาทีเมื่อปีก่อน) ที่นักเตะโปแลนด์แสดงให้เห็นถึงความไว้ใจได้บนสนามฟุตบอล

หลังจบเกมดังกล่าว เลวานดอฟสกี้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมอยากยิงประตูอย่างเป็นระบบ” ถึงแม้เขาจะทำแบบนั้นได้ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถสร้างปรากฏการณ์แบบเดียวกันได้ในเวทีระดับชาติ โปแลนด์อาจจะเข้ารอบลึกถึงควอเตอร์ไฟนอลในยูโร 2016 แต่ดาวยิงรายนี้กลับยิงได้แค่ลูกเดียวเท่านั้น

บางทีความเป็นวีรบุรุษของประเทศคงหมดไปจากตัวเขา พร้อมกับแก๊สที่เหลือติดก้นถังอยู่นิดหน่อยในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ทั้งที่ในความเป็นจริง 10 ประตูของโปแลนด์ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 4 เกมแรกเลวอนดอฟสกี้ช่วยยิงไปถึง 7 ประตู ซึ่งดูเหมือนเป็นการบอกเป็นนัยว่า เขากลับมาจากการรักษาอาการบาดเจ็บในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เป็ป กวาร์ดิโอล่ามีส่วนช่วยในการพาเลวานดอฟสกี้ให้ก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดนักเตะระดับโลก และเฮ้ดโค้ชคนใหม่อย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ก็เชื่อมั่นในตัวเขาว่าเป็น 1 ใน 3 กองหน้าระดับท็อปของโลก

การให้สัมภาษณ์กับ SüddeutscheZeitung เมื่อไม่นานมานี้ เลวานดอฟสกี้ยอมรับว่า เขาปรับปรุงฝีเท้าตัวเองหลายจุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะว่า "(ตอนนี้) ผมสามารถประสานงานกับนักเตะคนอื่นๆ ได้ดีขึ้น"

ดูเหมือนว่าฤดูกาลใหม่นี้ เลวานดอฟสกี้ต้องเจองานหนักขึ้น เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับการรุมล้อมจากเกมรับที่วางกองหลัง 5 ตัวอยู่บ่อยๆ ในการสัมภาษณ์ครั้งเดียวกัน กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ยอมรับว่า อันเชล็อตติอยากให้เขาเป็นมากกว่ากองหน้าแบบดั้งเดิม ประเภทล่าประตูด้วยสัญชาตญาณ

ช่วงเริ่มต้นฤดูกาล มีการแสดงให้เห็นการพังประตูด้วยสัญชาตญาณอยู่หลายหน ในนัดเปิดสนามเขาทำเเฮตทริกได้ในเกมกับเวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเป็นนักฉวยโอกาสของเขาได้เป็นอย่างดี ส่วนในเกมที่ตึงเครียดกับชาลเก้ เลวานดอฟสกี้พาบอลเข้าไปในแดนคู่แข่งในช่วง 10 นาทีสุดท้ายด้วยความนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งมันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่ใช้อธิบายความแตกต่างในสไตล์ที่เขาเป็น

การยิงประตูไม่ได้คือความกังวลของกองหน้าทุกคน และเลวานดอฟสกี้ก็เคยถูกย้ำเตือนให้รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ระหว่างนัดที่ 4-8 ของฤดูกาลใหม่ เขาล้มเหลวในการหาบอลไปสู่ก้นตาข่าย แต่ฟอร์มการเล่นของเลวานดอฟสกี้ที่พบกับแอตเลติโก มาดริด ในแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อไม่นานมานี้ ได้แสดงให้เห็นว่าเขาคือศูนย์หน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคใหม่ ที่สามารถเอาตัวรอดได้เมื่อต้องเจอกับแนวรับชั้นดี

เส้นทางอาชีพของนักเตะวัย 28 รายนี้ ยังคงเปิดกว้าง แม้จะมีรายงานเกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องอยู่กับบาเยิร์นเสมอไป ถึงแม้เลวานดอฟสกี้จะเหลืออีกเพียง 19 ประตูก็จะยิงครบ 100 ประตูให้สโมสรก็ตาม ซึ่งยอดทีมจากบาวาเรี่ยนคงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากองหน้ารายนี้พาพวกเขาได้แชมป์ยุโรป