โรเบิร์ต โปรซิเนชกี้: ซุป’ตาร์ตกสวรรค์ที่ปอมปีย์

จอมทัพชาวโครเอเชียได้รับการเสนอชื่อให้เป็นฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของพอร์ทสมัธจากทีมงานโฟร์โฟร์ทู โดย ริชาร์ด เอ็ดเวิร์ดส์ จะมารำลึกความหลังถึงตอนที่สตาร์จากศึกฟุตบอลโลกปี 1998 มาค้าแข้งที่แฟร็ตตัน พาร์ค แบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน…

ซึ่งถ้าเปรียบเรื่องนี้กับแวดวงดนตรีแล้ว คงจะเทียบได้กับการที่ไปขอร้องให้ Jedward แฝดจอมเกรียนไปตามดูทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกของอเดลเป็นเวลา 9 เดือนอะไรทำนองนั้น แต่กับตำนานทีมชาติโครเอเชียอย่าง โรเบิร์ต โปรซิเนชกี้ แล้ว เขาทำได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องมีการบังคับขู่เข็ญตลอดระยะเวลา 1 ฤดูกาลอันยิ่งใหญ่ของเขากับทีมในแดนใต้

หลังรอดพ้นจากการตกชั้นในดิวิชั่น 1 (เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในปัจจุบัน) ตอนวันสุดท้ายของฤดูกาลก่อนหน้า จากการถล่มบาร์นสลี่ย์ 3-0 ต่อหน้าแฟนบอล 13,000 คน ก็แทบไม่น่าเชื่อว่าแฟร็ตตัน พาร์ค จะกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางของนักเตะคนหนึ่งที่เคยฝากผลงานอันน่าตกตะลึงไว้ในศึกเวิลด์ คัพ เมื่อ 3 ปีก่อน

ของขวัญแด่แฟนๆ

ต้องยอมรับว่าด้วยวัย 32 ปี กองกลางสิงห์อมควันรายนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้งอีกต่อไป ทำให้เมื่อ มิลาน แมนดาริช เผยว่าโปรซิเนชกี้เป็นเหมือนกับ “ของขวัญที่เขามอบให้กับแฟนบอลพอร์ทสมัธ” บรรดาสาวกที่ติดตามทีมด้วยความเจ็บปวดมาอย่างยาวนานจึงไม่ได้รู้สึกคล้อยตามเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามนี่คือนักเตะที่เคยเล่นให้กับทั้งบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด มาแล้วเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า และยิ่งเปรียบเทียบกับ ไนเจล ควอชี่ และ สเตฟานี่ มิโญรานซี่ ซึ่งคนหลังเป็นชาวบราซิเลียนแท้ๆ แต่กลับยิงประตูได้น้อยมาก ทำให้โปรซิเนชกี้ดูมีเกรดขึ้นมาทันที

Prosinecki

โปรซิเนชกี้ในเครื่องแบบปอมปีย์หลังจากที่เคยเล่นให้กับทั้งมาดริดและบาร์ซ่า

“ผมยังแปลกใจอยู่เลยตอนที่เราได้ตัวเขามา” เกรแฮม ริกซ์ กุนซือที่เข้ามาแทน สตีฟ คลาริดจ์ เฮดโค้ชชั่วคราวในเดือนกุมภาพันธ์ 2001 กล่าวแบบติดตลก “เขาไม่ใช่คนที่ผมคิดไว้ว่าจะอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองเลยจริงๆ”

ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดแบบนี้คนเดียว และตอนที่บรรดานักเตะดาดๆของปอมปีย์กลับมาซ้อมในช่วงปรีซีซั่น พวกเขาคาดหวังแค่การอุ่นเครื่องในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเท่านั้น แต่กลับต้องมาเจอกับบรรดากองทัพสื่อจากการเซ็นสัญญาของแมนดาริช

“การย้ายทำนองนี้มันทำให้เกิดการเยาะเย้ยถากถางได้นะ” ลินวอย ไพรมัส อดีตกองหลังปอมปีย์และเพื่อนร่วมทีมของโปรซิเนชกี้กล่าวกับ FFT “บางทีบางคนอาจจะคิดว่า ‘นานแค่ไหนกว่าที่มันจะจบ?’ และเราก็ได้รับคำตอบทันทีที่ฤดูกาลเริ่มต้นขึ้น”

“แฟนๆปอมปีย์ไม่ชอบนักเตะที่ไม่ทุ่มเทแต่เขาไม่ใช่แบบนั้น ทันทีที่เขาเริ่มเล่นคุณจะเห็นได้เลยว่าเขาจริงจัง ไม่ได้เหยาะแหยะแต่อย่างใด”

เริ่มต้นอย่างสวยหรู

ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เพลิดเพลินจำเริญใจเหมือนไปปิกนิกสำหรับกองหลังที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาเลยแม้แต่น้อย และดูเหมือนว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความรักที่น่าจะโรแมนติกสุดๆในตอนท้ายด้วย

“เราออกสตาร์ทได้อย่างน่าทึ่ง” ริกซ์กล่าว “เราแพ้นัดแรกในบ้าน (ในเกมกับแบร็ดฟอร์ด) แต่จากนั้นก็มาชนะ 4 จาก 5 นัดซึ่งฟอร์มกำลังร้อนแรงเลยทีเดียว ผมจำได้ว่าเราเล่นกับบาร์นสลี่ย์ที่โอ๊คเวลล์ตอนสิ้นเดือนกันยายน และเขาก็สุดยอดเอามากๆ ผมถอดเขาออกตอน 5 นาทีสุดท้ายเพื่อให้เขาได้รับการต้อนรับอย่างที่เขาสมควรจะได้จากแฟนๆ แต่เขาดูหงุดหงิดมาก เพราะเขาแค่ต้องการลงเล่นเต็มเวลาในทุกๆเกมเท่านั้น”

Prosinecki

จอมทัพชาวโครแอตไม่ได้มาแฟร็ตตันพาร์คแบบเล่นๆ

โปรซิเนชกี้ได้รับคำสรรเสริญจากทุกสารทิศจากการที่เขาหลอกกองหลังจนหัวปั่น และทรมานทรกรรมผู้รักษาประตูด้วยลูกเซ็ตพีซอันแม่นยำ เป็นผลให้ ปีเตอร์ เคร้าช์ ในวัยหนุ่มยิงได้ 19 ประตูซีซั่นนั้น โดยส่วนใหญ่เป็นการแอสซิสต์จากโปรซิเนชกี้ทั้งสิ้น

ซึ่งเวทมนตร์ที่เขาร่ายใส่ร็อตเธอร์แฮมที่มิลล์มัวร์ตอนกลางเดือนตุลาคมยิ่งทำให้แฟนๆ รักเขามากขึ้นไปอีก จากจังหวะที่เจ้าตัวส่งกองหลัง “เดอะ มิลเลอร์ส” คนหนึ่งไปกองกับพื้น ก่อนที่จะรอให้ลุกขึ้นมาเพื่อหลอกให้หลังหักอีกรอบ

วันแมนโชว์

มันไม่ใช่แค่แฟนบอลทีมตัวเองที่นั่งเชียร์อยู่บนอัฒจันทร์ในสนามซึ่งดูเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับชื่อเสียงของเขาจะสนุกสนานไปกับลีลาอันยอดเยี่ยมเท่านั้น เพราะแม้แต่คู่ต่อสู้ของปอมปีย์บางรายยังเป็นปลื้มที่ได้กระทบไหล่เขาเช่นกัน

“ตอนนั้นเราอยู่ในอุโมงค์นักเตะเพื่อเตรียมจะลงสนามในเกมกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แล้ว มาร์ลอน แฮร์วู้ด ก็เข้ามาหาเขา” ไพรมัสกล่าว “เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า ‘นายนี่มันตำนานของจริงว่ะ’ ผมคิดว่านั่นเป็นตัวบอกอะไรได้ค่อนข้างเยอะเลยนะ”

ปัญหาของโปรซิเนชกี้และพอร์ทสมัธด้วยก็คือทุกสิ่งทุกอย่างมากระจุกที่คนๆเดียว จริงอยู่ที่คนๆหนึ่งสามารถพาทีมชนะได้เพียงลำพัง แต่ไม่ใช่ว่าจะพึ่งไปตลอดทั้ง 46 แมตช์ และนัดที่ปอมปีย์เสมอกับบาร์นสลี่ย์ 4-4 ในแฟร็ตตันพาร์คเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นชัดเจน

“มันเหมือนกับว่าเขาเล่นกับฝั่งตรงข้ามคนเดียว” ไพรมัสเผย “เขาซัดแฮตทริกและเราขึ้นนำ 4-2 ขณะที่เหลืออีก 10 นาที จากนั้นผมก็โดนไล่ออก ผมจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่มั่นใจว่ามันรุนแรง แล้วเกมก็จบลงด้วยการที่บาร์นสลี่ย์ตีเสมอ 4-4”

ความทรงจำอันสวยงาม

และไม่กี่นาทีหลังจากที่จบเกมดังกล่าวในแฟร็ตตัน พาร์ค โปรซิเนชกี้ก็วอล์คเอ้าท์จากห้องแต่งตัวไปด้วยความฉุนเฉียวกับผลงานของทีมพร้อมเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยโคลน แต่ถ้าโปรซิเนชกี้ต้องถูกขับออกจากสโมสรเพราะการกระทำดังกล่าวแล้วล่ะก็ มันก็คงเป็นตัวแมนดาริชเสียเองที่ต้องประสบกับฤดูกาลที่ล้มเหลวอีกครั้ง

ซึ่งก็คาดเดาได้ว่าหวยต้องออกไปที่ตัวกุนซืออย่างริกซ์ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งตอนสิ้นเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตามเจ้าตัวไม่ได้เหมือนผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงอิทธิพลที่มีจนเกินงามของนักเตะชื่อดังประจำสโมสรแต่อย่างใด

“แน่นอนว่าผมคงกล่าวโทษร็อบบี้ไม่ได้เลยในซีซั่นนั้น” ริกซ์ที่ตอนนี้เป็นบอสของเอเอฟซี พอร์ทเชสเตอร์ ทีมในเวสเซ็กซ์ลีก พรีเมียร์ ดิวิชั่น กล่าว

“เขาอาจไม่ใช่คนที่ซ้อมหนักที่สุดที่ผมเคยร่วมงานด้วย แต่ในสนามเขาคือนักเตะระดับท็อปคลาส เขาไม่ใช่คนที่วิ่งเยอะ แต่ผมก็มีนักเตะหนุ่มๆอย่าง แกรี่ โอนีล และ นีล บาร์เร็ตต์ คอยทำหน้าที่ไล่บอลแทนเขา ผมให้อิสระแก่เขา และบอกเขาว่าให้เดินเกมขึ้นหน้าและสร้างสรรค์โอกาส ซึ่งแน่นอนว่าเขาทำได้”

ไม่ได้แฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในหนัง

ปอมปีย์มีลุ้นพื้นที่เลื่อนชั้นจนกระทั่งคริสต์มาส ก่อนจะมาสะดุดลงด้วยการตัดสินใจซื้อแข้งต่างชาติโปรไฟล์ดีอย่าง โยชิคัตสึ คาวางูจิ เข้ามาอีกคน แต่นายด่านชาวญี่ปุ่นไม่ได้ทำผลงานให้เป็นที่น่าจดจำใกล้เคียงกับเพื่อนร่วมทีมชาวโครแอตเลยแม้แต่น้อย

โดยนายด่านกาลกิณีที่ภายหลังได้เป็นกัปตันทีมชาติญี่ปุ่นและติดทัพ “ซามูไรบลู” ไป 166 นัดได้แย่งตำแหน่งไปจาก เดฟ บีเซนต์ มือกาวตัวเก๋า ก่อนจะเสียถึง 25 ประตูจาก 13 นัดแรกที่ลงสนามทำให้ความหวังของปอมปีย์ที่จะได้เลื่อนชั้นต้องมืดมัวลง ซึ่งถ้าโปรซิเนชกี้สวมถุงมือลงเฝ้าเสาได้คงทำไปแล้ว

Prosinecki

โปรซิเนชกี้มีอิทธิพลอย่างมากกับนักเตะดาวรุ่งในสโมสร

“เขาอาจรู้สึกผิดหวังอยู่หลายครั้งในฤดูกาลนั้น แต่ก็ยังมีความเป็นมืออาชีพอยู่” ไพรมัสกล่าว “ภาษาอังกฤษของเขาอาจจะไม่ดีมากนัก แต่เขาเป็นคนที่ถ่อมตัวมากและปฏิบัติต่อนักเตะหนุ่มๆ อย่างยอดเยี่ยม แม้เกือบทุกคนแทบไม่อยากเชื่อว่าจะได้เล่นเคียงข้างเขา แต่เขาก็ไม่เคยโอ้อวดถึงความสำเร็จที่เคยได้รับเลย หนำซ้ำเขายังให้ความสนใจกับนักเตะดาวรุ่งมากพอๆ กับที่นักเตะดาวรุ่งสนใจเขาด้วย”

แม้ปอมปีย์จะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 17 แต่สำหรับแฟนๆที่ติดตามโปรซิเนชกี้อย่างใกล้ชิดก็จะรู้ว่าไม่ได้เป็นเพราะเขาเลย ถึงจะเป็นการเล่นให้ช่วงสั้นๆ แต่มันก็นานพอที่จะให้สตาร์ทีมชาติโครเอเชียสถาปนาตัวเองเป็นตำนานของสโมสรได้อย่างไม่ยากเย็นนัก