โรนัลโด้ 2 / เจ็บหนัก / ติดยา : โชนาธาน เรส์ คู่หอกชนาคุงแห่งซัปโปโร

ครั้งหนึ่ง เขาเคยได้รับการคาดหมายว่าจะเจริญรอยตาม โรมาริโอ และ โรนัลโด้ 2 รุ่นพี่ชาวบราซิเลียนที่เคยแจ้งเกิดกับพีเอสวี ก่อนจะสร้างชื่อเสียงระดับโลก

แต่ด้วยโชคชะตาที่พลิกผัน เพราะเหตุใด ทำให้เขาต้องระเห็จมาค้าแข้งที่ญี่ปุ่น จนได้มาเล่นร่วมกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ติดตามอ่านได้ที่นี่!

ตามรอยโรนัลโด้

“เขาได้แสดงให้เห็นถึงทักษะตั้งแต่อายุยังน้อย และมีศักยภาพที่จะเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในอนาคต” โรนัลด์ คูมัน กุนซือพีเอสวีในขณะนั้น กล่าวถึงดาวรุ่งวัย 17 ปี ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจาก แอตเลติโก มิเนโร่ เพื่อทดสอบฝีเท้า ก่อนได้เซ็นสัญญา 5 ปี ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านยูโร ในปี 2007

โชนาธาน เรส์ ก็เหมือนเด็กที่เกิดในบราซิลทั่วไปที่เติบโตท่ามกลางสลัม แต่ด้วยฝีเท้าที่จัดจ้านเกินอายุ ทำให้เจ้าตัวได้เข้าสู่อะคาเดมี่ของ แอตเลติโก มิเนโร่ ตั้งแต่อายุ 15 ก่อนจะได้ค้าแข้งในยุโรปอีก 2 ปีต่อมา

เขามีศักยภาพที่จะเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในอนาคต

- โรนัลด์ คูมัน

โดยตอนแรกทีมยักษ์ใหญ่ลีกดัตช์หวังจะฟูมฟักเขาในทีมเยาวชนก่อน แต่ด้วยฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจในแทร์บอร์ก ทัวร์นาเม้นต์ ที่หักด่าน เชลซี และ อาหยักซ์ อีกหนึ่งทีมที่เคยเทสต์แข้ง ก่อนจะซัด 2 ลูกช่วยให้ทีมชนะ โบคา จูเนียร์ส 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ จนถูกดันขึ้นไปเล่นทีมชุดใหญ่ในอีกไม่กี่เดือนถัดมา

และการประเดิมสนามเกมลีกของโชนาธานก็ถือว่าไปได้สวย เมื่อลงมาเป็นซูเปอร์ซับในช่วง 15 นาทีสุดท้าย จ่ายให้ อิบราฮิม อเฟลลาย ยิงปลดล็อคให้พีเอสวี ก่อนที่ ไมค์ ซอนเนเฟลด์ จะซัดปิดกล่องเอาชนะเฮราเคลสไป 2-0

แต่ที่เป็นไฮไลท์ของเขาฤดูกาลนั้นก็คือการได้ลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรกของชีวิตที่ฟิลิปป์ส สตาดิโอน เจอกับยอดทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน โดยในเกมนั้นพีเสวีต้องชนะสถานเดียว และแช่งให้เฟเนรบาห์เช่ไม่ชนะซีเอสเคเอ มอสโก เพื่อที่จะเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์

“อินเตอร์ตอนนั้นมีนักเตะระดับท็อปอย่าง ชูลิโอ เซซ่าร์, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เอร์นาน เครสโป การได้ยินเพลงแชมเปี้ยนส์ ลีก มันทำให้ผมขนลุก ผมตื่นเต้นมากที่ได้เล่นในรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มันคือความฝันของนักเตะทุกคนเลยทีเดียว” โชนาธานให้สัมภาษณ์กับ ESPN

น่าเสียดายที่พีเอสวีพ่ายคาบ้านต่อทีม “งูใหญ่” 1-0 จากประตูของ ฮูลิโอ ครูซ ทำให้ต้องหล่นไปเล่นยูฟ่า คัพ แทน ด้วยศักยภาพ ณ ตอนนั้นเชื่อว่าเขาคงได้กลับมาเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่อีกครั้ง แต่ใครจะรู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ…

ต่ำตมไม่หยุด

“ผมเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งได้อย่างสวยงามที่พีเอสวี และกลายเป็นที่สนใจ จากนั้นเงินก็เริ่มไหลเข้ามา ผมไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง” โชนาธานยอมรับในภายหลัง

โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2008 เขาได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตกระหว่างซ้อม และได้รับอนุญาตให้กลับบราซิล แต่มันคงไม่เป็นเรื่องใหญ่หากเจ้าตัวไม่เลือกที่จะถอดเฝือกก่อนกำหนดจนทำให้เจ็บซ้ำภายหลังและไม่ได้ร่วมซ้อมปรีซีซั่นกับทีม

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ ฮูบ สตีเฟ่นส์ ที่เป็นนายใหญ่ของพีเอสวีฉุนมากจนลดชั้นโชนาธานไปเล่นในทีมสำรอง และกล่าวโทษ วลาโด้ เลมิช เอเย่นต์ชาวเซอร์เบียนของเขาว่าให้ท้ายจนใจแตก

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะเจ้าตัวดันกลับไปยังบราซิลอีกครั้งเพื่อเข้าร่วมพิธีฝังศพคุณย่าโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวกับทางสโมสร ดูเหมือนว่าอนาคตของโชนาธานในถิ่นฟิลิปป์ สตาดิโอน จะดับวูบลงเสียแล้ว เมื่อสตีเฟ่นส์ไม่มีทีท่าว่าจะยกโทษให้กับเขาเลย

ผมเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งได้อย่างสวยงามที่พีเอสวี จากนั้นเงินก็เริ่มไหลเข้ามา ผมไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง

ทั้งที่มีความสนใจจาก โรด้า เจซี, อูเทร็ชท์ และ วิตอเรีย เซตูบัล เข้ามา ทว่าสุดท้ายแล้ว เจ้าตัวก็ขออยู่สู้ต่อ ก่อนจะถูกส่งให้ตูปิ ทีมบ้านเกิดใช้งานแบบยืมตัวในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง และเป็นอีกครั้งที่โชนาธานเริ่มต้นอย่างเฉิดฉายและทำประตูได้ทันทีในนัดเปิดตัว

แต่ด้วยพฤติกรรมนอกสนามที่เมาหยำเปออกท่องราตรีแทบทุกคืน แถมยังกลับมารายงานตัวกับสโมสรแม่ช้ากว่ากำหนดถึง 5 วัน ทำให้เส้นทางการค้าแข้งในยุโรปของเขาดูจะกลายเป็นเส้นขนานไปเสียแล้ว

ติดยา

โชคยังดีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือ เมื่อ เฟร็ด รุทเท่น เข้ามารับไม้ต่อจากสตีเฟ่นส์ที่ลาออกไป โชนาธานจึงได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฤดูกาล 2009/10 เขาจัดการกดไป 8 ประตูจาก 20 นัดในครึ่งฤดูกาลแรกทั้งที่ลงเล่นเป็นตัวจริงไม่ถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ

ผมเล่นยาหนักมาก แต่ผมก็ตาสว่างเมื่อเพื่อนของผมที่ค้ายาถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา

อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ทุกอย่างดูเหมือนจะซ้ำรอยเดิม เมื่อพบว่าเขาใช้สารเสพติดประเภทโคเคน ทำให้พีเอสวีจัดการยกเลิกสัญญาเขา ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าหากยอมเข้ารับการบำบัด ก็จะได้กลับมาเซ็นสัญญาต่อ แม้ว่าในตอนแรกเจ้าตัวจะปฏิเสธ แต่ก็เข้ารับการรักษาแต่โดยดีในเวลาต่อมา

“ผมเล่นยาหนักมาก และเล่นหลายตัวเลยทีเดียว แต่ผมก็ตาสว่างเมื่อเพื่อนของผมที่ค้ายาถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา” โชนาธานกล่าวภายหลัง

เขาได้เซ็นสัญญากับทีมอีกครั้งด้วยสัญญา 1 ปี พร้อมออปชั่นพ่วงอีก 3 ปี อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะยังไม่เข็ด เมื่อโชนาธานถูกจับได้ว่าขับรถขณะมึนเมา โดยมีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 7 เท่าจากที่กฎหมายอนุญาตสำหรับผู้แรกเริ่มหัดขับรถ ว่ากันว่าขณะที่ตำรวจเรียกให้หยุดรถนั้น เจ้าตัวถึงกับคุยกับเจ้าหน้าที่ไม่รู้เรื่องจนต้องพาไปตรวจซ้ำที่สถานีและยึดใบขับขี่เลยทีเดียว

แน่นอนว่าพีเอสวีไม่นิ่งเฉย จัดการปรับเงินพร้อมกับคาดโทษเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งโชนาธานก็สำนึกผิดพร้อมกับเค้นฟอร์มเก่งด้วยการทำไป 10 ประตูจาก 14 นัดรวมทุกรายการ หนึ่งในนั้นคือการซัดแฮทริกในเฟเยนอร์ด เมื่อวันที่ 24 มกราคม อันเป็นความปราชัยครั้งยับเยินที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย

แต่โชคชะตาก็เหมือนจะกลั่นแกล้ง เมื่อเจ้าตัวเกิดได้รับบาดเจ็บหนักจากการปะทะกับ เพรมิสลาฟ ไททอน นายด่านโรด้า เจซี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม จนทำให้ต้องบินไปผ่าเข่าถึงสหรัฐอเมริกากับหมอเทวดา ริชาร์ด สเตดแมน ถึง 2 ครั้ง 2 คราด้วยกัน

โอกาสหายแค่ 5%

“ผมเสียใจด้วย โอกาสที่จะกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งมีแค่ 5 เปอร์เซ็นต์” คำพูดของคุณหมอ ยังคงก้องอยู่ในหัวของโชนาธานเสมอ

“เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสจริงๆ เพราะทุกวัน ผมต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7 ชั่วโมงในการทำกายภาพบำบัด มันเป็นอย่างนั้นทุกวันตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็มๆ” โชนาธานรำลึกความหลัง

วันแล้ว วันเล่า วันแล้ว วันเล่า อาการดีขึ้นเป็นลำดับ จนรุทเท่นเองรู้สึกพึงพอใจกับความก้าวหน้าของเขา ติดตรงเงื่อนไขของเวลาที่ใกล้จะหมดสัญญาลงทุกที แม้เจ้าตัวจะหวังคืนสนามกับพีเอสวี แต่ดูเหมือนว่าทางต้นสังกัดไม่อยากเดิมพันกับตัวเขาอีกต่อไปแล้ว

ผมเสียใจด้วย โอกาสที่จะกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งมีแค่ 5 เปอร์เซ็นต์

นั่นทำให้โชนาธานกลายเป็นนักเตะไร้สังกัดไปครึ่งปี จนกระทั่งวิเทสส์ยื่นข้อเสนอมาให้ในช่วงเดือนธันวาคม 2011 และได้ประเดิมสนามให้กับต้นสังกัดใหม่ในเกมที่บุกไปพ่ายไนจ์เมเก้น 1-0 ก่อนจะบุกเยือนถิ่นเก่าในอีก 5 วันให้หลัง

ณ ถิ่นฟิลิปป์ สตาดิโอน นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขามาในฐานะศัตรู และเมื่อโชนาธานลงสนามในนาทีที่ 66 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้ให้การต้อนรับเขาด้วยการโยนถุงน้ำตาลป่นลงมาในสนาม โดยอนุมานว่าเป็นถุงโคเคนล้อเลียนเจ้าตัวที่เคยเสพย์ยาสมัยเป็นนักเตะพีเอสวีนั่นเอง

อนิจจา ที่ชีวิตไม่ได้เป็นเหมือนหนัง การกลับมาครั้งนี้ของโชนาธาน ไม่มีฉากหักมุม ไม่มีการแสดงฝีเท้าตบหน้าสาวกเจ้าถิ่นผู้อวดดี  วิเทสส์แพ้ให้กับเจ้าถิ่นโดยดุษฎี 3-1 แม้จะมีฮึดเล็กๆในช่วงท้ายเกมก็ตาม

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเป็นอยู่อย่างสม่ำเสมอก็คือความไม่เป็นมืออาชีพจนต้นสังกัดเอือมระอา บวกกับอาการบาดเจ็บทำให้สโมสรตัดสินใจยกเลิกสัญญาในเดือนพฤศจิกายน 2013 โชนาธานกลับสู่บ้านเกิดอีกครั้ง ด้วยการเซ็นสัญญากับบาเญีย แต่ก็อยู่ได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็ออกจากทีม เนื่องจากไม่สามารถตกลงเงื่อนไขที่ว่า จะต้องถูกทำโทษหากออกนอกลู่นอกทางแบบสมัยที่อยู่กับพีเอสวีอีก ขณะที่เจ้าตัวอ้างว่า การซ้อมที่บาเญียทำให้รู้สึกปวดที่หัวเข่า

จากแชมเปี้ยนส์ลีกสู่ลีกสมัครเล่น

“ผมรู้สึกท้อแท้มากหลังออกจากบาเญีย ผมคิดว่าตัวเองคงจะเลิกเล่นแล้ว แต่ครอบครัวของภรรยาซึ่งอยู่ที่บรูมาดินโญ่โทรมาบอกผมให้ไปเล่นให้ ผมรู้สึกประหลาดใจมากเพราะอิตาเตียญา คัพ (รายการฟุตบอลถ้วยสำหรับทีมระดับสมัครเล่นในเมืองเบโล ฮอริซอนเต้) มีมาตรฐานที่สูงมาก! และมีอดีตนักเตะอาชีพอยู่ในทีมด้วย” โชนาธานกล่าว

เขายิงไป 9 ประตูช่วยให้ทีมคว้าแชมป์รายการนี้ ซึ่งแน่นอน เป้าหมายของเขาคือการกลับไปเล่นระดับอาชีพอีกครั้ง และด้วยผลงานที่เข้าตา ทำให้โชนาธานได้กลับสู่ระดับอาชีพอีกครั้งกับทีมเล็กๆ ในบ้านเกิดอย่าง ตอมเบนเซ่, คัมโปลิน่า และ ซานตา ครูซ

เมื่อคุณมีเงิน คุณจะมีเพื่อนมากมายรายล้อม พวกเขาต้องการแค่เงินของคุณ

แต่ถึงอย่างนั้นชีพจรก็ยังคงลงเท้า เพราะหลังจากไปทดสอบฝีเท้าที่คาซัคสถานและตูนิเซีย เขาก็เซ็นสัญญากับโบลูสปอร์ทีมลีกรองตุรกี แต่ก็อยู่ได้ไม่ถึงปีทางสโมสรก็ไม่ต่อสัญญา เนื่องจากไม่ฟิตและน้ำหนักตัวเกิน

นั่นทำให้โชนาธานต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมในเจทูขณะนั้นคือสถานีต่อไปของเขา ซึ่งเจ้าตัวทำไป 7 ประตูกับ 2 แอสซิสต์จาก 24 นัดพาต้นสังกัดเลื่อนชั้นในที่สุด

จนถึงตอนนี้เขายิงไป 2 ประตูจาก 5 เกม และดูเหมือนว่าจะไม่ออกนอกลู่นอกทางอีก “เมื่อคุณมีเงิน คุณจะมีเพื่อนมากมายรายล้อม พวกเขาต้องการแค่เงินของคุณ แต่พอคุณล้มเหลว ทุกคนก็หนีหายไปหมด” โชนาธานพูดถึงบทเรียนที่ได้รับ

“ผมอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ผมหยุดเรียนเพื่อที่จะมาเล่นฟุตบอล ถึงผมจะทำผิดพลาด แต่ผมก็อยากเป็นนักฟุตบอลมาตลอด ไม่มีทางเป็นอื่น”

“ดังนั้น ขณะที่คุณยังเป็นดาวรุ่ง จงใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง อย่าคิดถึงเรื่องความสำเร็จที่ยังมาไม่ถึงเด็ดขาด” เขากล่าวปิดท้าย