Analysis

โทรฟี่ไม่ยุ่งมุ่งปลุกปั้น : 10 สโมสรที่ปั้นนักเตะขายเก่งกว่าผลงานในสนาม

การปั้นนักเตะดาวรุ่งขายคืออะไรที่น่าเสียงไม่น้อย เพราะหากดาวเตะเหล่านั้นเจิดจรัสขึ้นมาพวกเขาก็สามารถสร้างเม็ดเงินให้กับสโมสรได้อย่างมหาศาล แต่การเลือกที่จะขายนักเตะดีๆ ออกจากทีมก็อาจจะกลายเป็นดาบสองคมที่จะทำให้สโมสรยากที่จะเข้าใกล้ความสำเร็จได้เช่นกัน ... และวันนี้ FFT ขอเสนอ 10 สโมสรที่ปั้นนักเตะขายเก่งกว่าการทำผลงานในสนาม ... ไปติดตามกันครับ

We are part of The Trust Project What is it?

1. เซาธ์แฮมป์ตัน

หากมีการรวมทีมศิษย์เก่าของ นักบุญแดนใต้ ในเวลานี้พวกเขาคงกลายเป็นทีมระดับท็อปของพรีเมียร์ลีกได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

เซาธ์แฮมป์ตัน มีศูนย์ฝึกเยาวชนที่ทรงประสิทธิภาพ พวกเขาปั้นสตาร์ขึ้นมาประดับทีมได้เสมอไม่ว่าจะกี่ปีต่อกี่ปี แต่น่าเสียดายที่เหล่านักเตะที่เติบโตและมีชื่อเสียงจากสโมสรแห่งนี้มักจะไม่ค่อยอยู่โยงกับทีมนานเท่าไรนัก

ดาวรุ่งคนแรกที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ขายออกมาและทำเงินได้ก้อนโตคือ ธีโอ วัลค็อตต์ ที่อาร์เซน่อลยอมจ่ายค่าตัวมากถึง 10 ล้านปอนด์ ซึ่ง ณ เวลานั้นวัลค็อตต์ มีอายุเพียงแค่ 16 ปีเศษๆเท่านั้นเอง ก่อนที่ไม่กี่ปีต่อมาพวกเขาจะขาย แกเรธ เบล ให้กับสเปอร์สอีก 10 ล้านปอนด์

จากนั้นก็นักเตะดาวรุ่งของ นักบุญ ยังคงเป็นที่ต้องการตลาดเรื่อยมาไม่ว่าจะเป็น อดัม ลัลลาน่า 25 ล้านปอนด์, นาธาเนียล ไคลน์ 12 ล้านปอนด์ ที่ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล และในส่วนที่ย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล ได้แก่ อเล็กซ์ อ็อกเลด แชมเบอร์เลน ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ (ก่อนกลายเป็นสมาชิกใหม่ของลิเวอร์พูลในซัมเมอร์ที่ผ่านมา) และ คัลลั่ม แชมเบอร์ส ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ และยังมี 2 แข้งที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ปั้นมากับมือก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะซื้อไปร่วมทีมได้แก่ ลุค ชอว์ เจ้าของค่าตัว 30 ล้านปอนด์และ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน อีก 25 ล้านปอนด์

ปัจจุบัน เซาธ์แฮมป์ตัน เตรียมฟันกำไรเละเทะจาก เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ กองหลังที่พวกเขาซื้อมาจาก เซลติก ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ และเพิ่มมูลค่าสูงขึ้นอีกหลายเท่าในซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้พลาดย้ายทีม แต่ใครจะรู้ว่า ตลาดหน้าหนาวอีก 3 เดือนข้างหน้า เขาจะไม่ตกเป็นเป้าหมายไล่ล่าอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากแนวรับอันหละหลวมของลิเวอร์พูล บางที มกราคมนี้ ปราการหลังเลือดดัตช์อาจถึงคราวเปลี่ยนสีเสื้อ

แม้ปั้นนักเตะดีๆ ขึ้นมาทดแทนได้ตลอด ทว่าพวกเขาก็แทบไม่ได้ใช้นักเตะที่ตนเองปั้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไรนัก นอกจากนี้ ผลงานของทีมก็ยังห่างไกลจากธุรกิจการปั้นนักเตะขายอยู่หลายช่วงตัวเพราะ เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่ได้แชมป์ในรายการระดับเมเจอร์เลยนับตั้งแต่ปี 1984 เป็นต้นมา

2. กลัดบัค

ว่าไปแล้วจะตกใจเพราะ 2 กัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่ของ บาเยิร์น มิวนิค อย่าง โลธาร์ มัทเธอุส และ สเตฟาน เอฟเฟนแบร์ก ต่างก็เพชรเม็ดงามที่ กลัดบัค ปั้นมากับมือ

มัทเธอุส อยู่กับกลัดบัคมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นก่อนโชว์ฟอร์มเด่นจน บาเยิร์น ซื้อตัวไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ ตั้งแต่ปี 1984 เลยทีเดียว หลังจากนั้น "จอมห้าวหัวเสือ" ก็เป็นอีกคนที่ถูกขายให้กับเสือใต้ในปี 1998 ด้วยค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์ นั่นชัดเจนเเล้วว่า กลัดบัค เป็นทีมที่ขายนักเตะดาวรุ่งมาประดับวงการฟุตบอลมากมาย

มาร์โก้ มาริน หรือ เมสซี่ เยอรมัน โดนขายให้กับ เบรเมน ในปี 2009 ด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ จากนั้นเป็น มาร์โก รอยส์ ที่ย้ายกลับไปอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ตามด้วย มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น นายทวารมือกาวที่ขายให้กับ บาร์เซโลน่า อีก 12 ล้านปอนด์ ในปี 2014 และปิดท้าย มักซ์ ครูเซ่ ที่ย้ายไปอยู่กับ โวล์ฟสบวร์ก ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ในฤดูกาลที่แล้วเป็น กรานิต ชาก้า ที่พวกเขาดึงตัวมาจาก บาเซิ่ล และปั้นจนแข็งแกร่งก่อนโดนอาร์เซน่อลทุ่มเงินกว่า 38 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวไปร่วมทีม ซึ่งการซื้อขายครั้งนี้ก็เป็นดีลการขายนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีม "สิงห์หนุ่ม" อีกด้วย

หลังจบฤดูกาล 2016-17 สิงห์หนุ่ม ขายนักเตะดาวรุ่งอย่าง มาห์มูด ดาฮูร์ด ไปให้ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัวราว 15 ล้านปอนด์ โดยที่พวกเขาได้ตัวมาฟรีๆ จากดุสเซลดอร์ฟเมื่อ 3 ปีก่อน 

ส่วนผลงานของ กลัดบัค ในแง่ของความสำเร็จนั้นนับตั้งแต่การขาย มัทเธอุส ในปี 1984 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาได้แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสแชมป์ระดับเมเจอร์อีกเลย

Pages