ปาดน้ำตาหลังเกมคิงส์คัพ: ช้างศึกไทยหลังชนฝา

มองหลังเกมคิงส์ คัพ สุดช็อค อุซเบกิซสถานถล่มเอาชนะทีมชาติไทย 5-2 

แฟนบอลไทยช็อคทั้งประเทศเมื่อช้างศึกทีมชาติไทยเสียศูนย์ท้ายเกม ถูกอุซเบกิสถานยิงถล่ม 3 ประตูรวดช่วงไม่ถึง 15 นาทีสุดท้าย ทำให้ความหวังคว้าแชมป์ของทีมชาติไทยเริ่มริบหรี่เมื่อต้องชนะเกาหลีใต้ด้วยผลต่างประตูอย่างน้อย 3 ลูก

แม้จะพูดได้ไม่เต็มปากว่าพลาดท่าแพ้ เพราะนักเตะอุซเบกิซสถานทำเกมบุกดุดันและจบสกอร์ได้เฉียบขาดจนแม้จะเป็นทีมชาติชุด U-22 ก็ยังเล่นได้อย่างน่ากลัวชนิดที่ลบคำสบประมาทที่หลายคนเคยออกปากไว้ว่าเป็นแค่ทีมเด็กเท่านั้น และทีมเด็กทีมนี้เองก็แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของฟุตบอลอุซเบกิสถานที่เแม้จะยังไม่ใช่มหาอำนาจฟุตบอลเอเชียเหมือนกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่ถ้าพูดถึงความแข็งแกร่งและมุ่งมั่นของร่างกายและจิตใจ อุซเบกิสถานก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน

ชัยชนะหอมหวานจากนัดแรกกับฮอนดูรัสทำให้หลายคนเริ่มหวังว่าจะได้เห็นทีมชาติไทยคว้าแชมป์คิงส์คัพครั้งแรกในรอบ 8 ปี แต่การพลิกล็อกพ่ายอุซเบกิสถานด้วยสกอร์ 5-2 นับเป็นการแพ้เละเทะที่สุดของทีมชาติไทยของซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และถ้าไม่หลอกตัวเองว่าวันนี้เล่นไม่ออกหรือโชคไม่เข้าข้าง การแพ้หลุดลุ่ยคราวนี้ก็จะเป็นเหมือนการปลุกให้ตื่นจากฝันมาสู่ความเป็นจริง

ประตูตีเสมอของปกเกล้า อนันต์ ในนาทีที่ 72 จุดประกายความหวังให้ทีมชาติไทยฮึดสู้หวังยิงประตูชัย แต่ความพยายามในการดันเกมบุกขึ้นไปทำประตูจะไร้ผลหากแนวรับแบ็คโฟร์เปิดหลังลอย ทำให้อุซเบกิสถานฉวยโอกาสสวนกลับเร็ว วางบอลตัดหลัง หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นไปหาจังหวะส่องประตู 

การเสียประตูที่ 3 จากการปล่อยให้กองหน้าอุซเบฯ แหวกเข้าไปยิงมุมแคบผ่านกองหลังขาตายที่ยืนบังไลน์นายประตูในนาทีที่ 78 ทำให้นักเตะไทยถอดใจไปเกือบครึ่ง ตามด้วยอาการเกมรับเหวอจนปล่อยให้อุซเบกิสถานได้โอกาสเก็บบอลแถวสองเลือกยิงไกลแบบไม่มีตัวประกบในเวลาเพียง 3 นาทีถัดมา ก่อนจะจบด้วยการเสียประตูที่ 5 ปิดกล่องก่อนหมดเวลาไม่กี่นาที 

ระบบเกมต่อบอลสั้นกับพื้นที่เคยโดดเด่นของทีมชาติไทย กลายเป็นการจ่ายบอลขาดๆ เกินๆ น้ำหนักไม่ดี ทิศทางไม่ได้ การวางบอลโยนยาวเข้าหาหน้าประตูอุซเบฯ ก็ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอเพราะถูกกองหลังสูงใหญ่แข็งแรงของอุซเบกิสถานยืนขวางอยู่ 

สารัช อยู่เย็น ที่ถอยลงไปเล่นกลางรับเพื่อเปิดพื้นที่ให้ชนาธิป สรงกระสินธุ์ได้เล่นบอลกลางสนามกลับไม่สามารถเชื่อมเกมได้ดีเหมือนที่เลย ส่วนชนาธิป แม้จะมีส่วนในประตูตีเสมอด้วยการวางบอลน้ำหนักเป๊ะ แต่วันนี้ยังไม่สามารถเจาะเกมรับของอุซเบฯ ได้เหมือนที่เคยทำได้ในเอเอฟเอฟ ซูซุกิคัพ 

แม้จะผิดหวังกับผลงานโดยรวมของทีมที่แพ้เละเทะ และคงไม่มีใครอยากให้แฟนฟุตบอลชาวไทยจดจำว่าครั้งหนึ่งทีมชาติไทยเคยแพ้เกือบครึ่งโหล แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อาจจะทำให้แฟนฟุตบอลต้องกลับมาคิดว่าทีมชาติไทยที่กำลังพยายามสร้างผลงานในทวีปอาเซียน ยังคงมีเส้นทางยาวไกลและเหน็ดเหนื่อยรออยู่ข้างหน้าหากฝันจะก้าวสู่ระดับเอเชียและระดับโลก

ช้างศึกทีมชาติไทยจึงไม่มีทางเลือกง่ายดายที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ นอกจากการจดจำความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไว้เป็นบทเรียน กัดฟันเรียกฟอร์มเก่งกลับมาและเล่นเกมของตัวเองให้ดีที่สุดในการลงสนามกับเกาหลีใต้ในนัดต่อไปเท่านั้น