ปาร์ตาลู เปิดใจหลังเยือนเกาหลีเหนือ : "พวกเขายิงขีปนาวุธข้ามโรงเเรมที่เราพัก"

เรื่องเล่าจากประสบการณ์ในดินแดนที่น้อยคนจะได้สัมผัสจาก เอริค ปาร์ตาลู อดีตนักเตะของ "กิเลนผยอง" 

เอริค ปาร์ตาลู อดีตนักเตะของ เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดเผยประสบการณ์ครบรสในการเดินทางไปแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี คัพ ที่ประเทศเกาหลีเหนือ 

ปาร์ตาลู และเพื่อนร่วม เบงกาลูรู เอฟซี สโมสรจาก อินเดีย ทีมเดินทางไปเจอสโมสรจากเกาหลีเหนือที่ชื่อว่า "เอพริล 25 สปอร์ต คลับ" ในเกมรอบ 4 ทีมสุดท้ายของรายการ เอเอฟซี คัพ 

มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติออสเตรเลียเปิดเผยกับ แม็ตต์ เดวิส ของสำนักข่าง BBC ถึงประสบการณ์ดังกล่าาวของเขา ซึ่งช่วงเวลาที่เขาไปเยือนเเดนเกาหลีเหนือนั้นเป็นช่วงที่รัฐบาลของ คิม จอง อึน ทดลองยิงขีปนาวุธอีกด้วย

"วันสุดท้ายที่ไปเยือนเกาหลีเหนือ พวกเขายิงขีปนาวุธข้ามโรงเเรมที่เราพัก คุณไม่มีทางเตรียมพร้อมรับมืออะไรแบบนี้ได้แน่นอน" ปาร์ตาลู กล่าวกับ BBC 

"สิ่งหนึ่งสำหรับการออกไปลงสนามที่ไหนซักแห่งในพื้นที่ที่ไม่มั่นคง แต่ เกาหลีเหนือ นั้นค่อนข้างจะแตกต่างออกไป"

"รัฐบาลออสเตรเลีย เตือนให้ประชาชนงดเดินทางไปเกาหลีเหนือ เพราะขนาดสถานกงสุลหรือแม้แต่สถานทูตเองก็ยังได้รับการคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์เลย"

อดีตดาวเตะของทั้ง เมลเบิร์น ซิตี้ และ บริสเบน รอร์ เผยว่าทันทีที่เขาเดินทางถึงกรุงเปียงยาง เขาก็รู้สึกว่าเขาได้เปิดหูเปิดตาเจอความจริงเข้าอย่างจัง 

"ทุกๆสิ่งที่คุณได้ยินมาตามข่าวผมว่ามันแตกต่างออกไป สนามบินแห่งนี้โล่งจนเกือบจะเป็นสนามบินที่ว่างเปล่าเลยทีเดียว" ปาร์ตาลู กล่าว 

"มันเป็นสนามบินนานาชาติแต่มีเครื่องลงจอดเพียงลำเดียวเท่านั้น และมันก็เกิดความสับสนนิดหน่อยในการรอกระเป๋าลงเครื่อง เราต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมงกับด่านตรวจคนเข้าเมือง และมีแต่พวกเราเท่านั้นที่อยู่ในสนามบินแห่งนี้"

"เรื่องราวดราม่ายังไม่หยุดแค่นั้น เพราะผู้เล่นและสต๊าฟโค้ชหลายๆคนรองเท้าและเสื้อซ้อมหายจนไม่มีใช้ในการลงซ้อมมื้อแรก"

"เราไม่มีรองเท้า,ไม่มีเสื้อซ้อมหรือฟุตบอลไว้ใช้ซ้อมเลยในการลงซ้อมมื้อแรก ซึ่งรองเท้าที่ซื้อมาแทนก็คุณภาพต่ำมากบางคู่ยังผิดไซส์อีกต่างห่าง มันไม่ใช่สิ่งที่คุณคาดหวังจะเจอสำหรับการแข่งขันแบบอาชีพเลย ทุกๆอย่างเกิดขึ้นแบบกระทันไปเสียหมดในการลงซ้อมมื้อแรก"

เกมจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 ซึ่ง ปาร์ตาลู โดยรวมผล 2 นัดทีมของเขาเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์รวม 3-0 ซึ่ง ปาร์ตาลูเองก็ยอมรับว่าหากทีมของเขายิงประตูได้พวกเขาก็จะไม่ฉลองการยิงประตูเพราะรู้สึกเห็นอกเห็นใจความมุ่งมั่นของนักเตะทีมคู่แข่งที่ทุ่มเทในเกมนี้อย่างเต็มที่

"เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่สวยนะ ท้องฟ้าสีคราม เมืองแห่งไม้ดอกและไม้ประดับดูเขียวชอุ่มไปหมดจากสวน,ไร่นา" ปาร์ตาลู กล่าว "มันไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจอย่างที่คุณคิดหรอก"

"ทุกการเดินทางของเราล้วนแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็น จะมีกี่คนที่ได้มาอยู่และมาเห็นแบบผม? ถ้าผมไม่ได้เล่นฟุตบอลผมเองก็คงไม่มีโอกาสมาเหยียบแผ่นดินเกาหลีเหนืออย่างแน่นอน"

"สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมได้รับจากการเดินทางครั้งนี้คือผมจะไม่เชื่อทุกสิ่งที่ได้ยินหรืออ่านเอาจากข่าวอีกแล้ว  มันอาจจะเป็นการพยายามเขียนสิ่งที่บ้าๆขึ้นมาก็ได้"

"ความรู้สึกของผมคือ ผมเสียใจ เสียใจสำหรับเด็กหนุ่มที่ฝึกซ้อมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พวกเขารักเกมฟุตบอล แต่ความยากลำบากที่พวกเขาได้รับทำให้ผมรู้สึกเสียใจ ซึ่งผมก็หวังว่ามันจะไม่มีอะไรร้ายๆเกิดขึ้นอีก" 

"หลังจากจบเกมผมกอดกับกองหน้าของพวกพวกเขาก่อนที่หนุ่มคนนั้นจะแสดงความยินดีให้กับผมพร้อมด้วยสีหน้าที่ยิ้มเเย้ม ผมไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดภาษาอังกฤษไปพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าด้วยความสุภาพ...กีฬาคือกิจกรรมที่เชื่อมทุกๆคนเข้าด้วยกัน นี่คือเกมที่สวยงามอย่างแท้จริง"

ในเกมรอบต่อไป เบงกาลูรู เอฟซี จะต้องพบกับ เอฟเค อิสติคโลล ดุชานเบ สโมสรจากประเทศ ทาจิกิสถาน ในวันที่ 23 กันยายน ที่จะถึงนี้ 

Topics