ปัญหาโลก (อาเซียน) แตก :โค้ชท้องถิ่นหรือต่างชาติ... แบบไหนดีกว่ากัน?

นี่คือหนึ่งในเรื่องที่สามารถเอามาถกเถียงกันได้เสมอในโลกลูกหนัง จะจ้างโค้ชจากต่างประเทศ เพื่อแสวงหามุมมองใหม่ๆ แต่อาจเสี่ยงว่าจะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ไม่ได้ หรือเลือกใช้งานโค้ชท้องถิ่นที่เข้าใจวัฒนธรรมฟุตบอลอย่างใกล้ชิด แต่อาจไม่มีประสบการณ์หรือดีกรีอย่างที่ชาวต่างชาติมี

ในฐานะที่เป็นโค้ชจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงไม่กี่คนที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ อัคบาร์ นาวาส กุนซือชาวสิงคโปร์กล่าวกับทางโฟร์โฟร์ทูว่า มีอคติทั้งในทางที่ดีและไม่ดีอยู่เสมอกับโค้ชท้องถิ่น

ภูมิภาคนี้คุณก็จะเห็นว่ามีโค้ชจากยุโรป, ออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นเข้ามามากมาย ซึ่งนั่นดูจะเป็นประเด็นกว่า

- Akbar Nawas

“ผมว่าผู้คนคงต้องคิดหนักทีเดียวว่าวงการฟุตบอลของเราอยู่ตรงไหน” เฮดโค้ชของโกลบอล เอฟซี ในฟิลิปปินส์เผย

“หากมองที่อันดับโลก ฟุตบอลอาเซียนก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก และถ้าคุณมองไปรอบๆ ภูมิภาคนี้คุณก็จะเห็นว่ามีโค้ชจากยุโรป, ออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นเข้ามามากมาย ซึ่งนั่นดูจะเป็นประเด็นกว่า”

“พอถึงจุดๆ หนึ่งคุณคงสงสัยแล้วล่ะว่า ทำไมทีมในอาเซียนต้องมามองหาโค้ชจากสิงคโปร์กันด้วย?”

“ผมเชื่อว่าเราไม่ค่อยจะมีตัวตนบนแผนที่โลกนักหรอก จนกระทั่งคุณมาเห็นการทำงานของเรานั่นแหละถึงมีมุมมองที่ต่างออกไป”

เรื่องราวดังกล่าวสามารถใช้อ้างอิงได้กับโค้ชชาวอาเซียน ทั้งคนที่มองหางานในภูมิภาคนี้ หรือแม้กระทั่งคนที่มองหางานในบ้านเกิด ซึ่งสโมสรต่างก็ชั่งใจว่าควรจะเลือกกุนซือท้องถิ่นหรือต่างชาติดี

แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรที่ถูกเสมอหรือผิดตลอด เพราะมีอยู่บ่อยครั้งที่โค้ชต่างชาติโปรไฟล์ดีทำผลงานล้มเหลว ทั้งๆ ที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะต้องประสบความสำเร็จ ขณะที่มีโค้ชท้องถิ่นที่ไร้ชื่อเสียงหรือด้อยประสบการณ์ไม่น้อยเช่นกันที่สร้างชื่อและนำทีมประสบความสำเร็จได้

ซึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกใต้แห่งนี้ก็มีเรื่องราวทั้งคู่ผสมปนเปกันไป แต่ในระยะหลัง ผู้ที่นำทีมประสบความสำเร็จในลีกดังของภูมิภาคนี้มักจะเป็นชาวต่างชาติมากกว่า

และหากมองไปที่แชมป์ลีกฤดูกาลล่าสุดในภูมิภาคนี้ก็จะเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เพราะทีมแชมป์ของลีกมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ลาว, เมียนมา, สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เลือกใช้บริการกุนซือต่างชาติ มีเพียงทีมแชมป์จากไทย, เวียดนาม และออสเตรเลียเท่านั้นที่คุมทีมโดยกุนซือสัญชาติเดียวกัน

โค้ชชาวมาเลเซียที่นำทีมคว้าแชมป์มาเลเซีย ซูเปอร์ลีกนั้นต้องย้อนกลับไปถึง 7 ฤดูกาลก่อนหน้า แถมยังมีกุนซือชาวสิงคโปร์อย่าง ว. สุนทรมูรติ ที่นำไลออนส์ XII คว้าแชมป์เมื่อปี 2013 อีกด้วย

ยิ่งขุดลึกถึง 4 ชาติมหาอำนาจลูกหนังอาเซียนอย่างไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และอินโดนีเซียด้วยแล้ว ยิ่งเห็นชัดเลยว่าโค้ชชาวต่างชาติมักจะมีภาษีดีกว่า

โฟร์โฟร์ทูได้สำรวจทีมแชมป์ 4 ลีกดังอาเซียนใน 5 ปีหลังสุด ผลที่ออกมาถือว่าเหลื่อมล้ำกันมาก

เริ่มจากไทยลีก มีเพียง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์ในฤดูกาลล่าสุดเท่านั้นที่ใช้บริการโค้ชสัญชติไทยอย่าง ธชตวัน ศรีปาน ขณะที่แชมป์ลีกอินโดนีเซีย 3 จาก 4 ครั้งหลังสุดเกิดขึ้นจากฝีมือของโค้ชต่างชาติ

สิงคโปร์เองก็มีสถิติเช่นเดียวกับอินโดนีเซีย แถมแชมป์เอสลีก 3 ฤดูกาลหลังสุดเกิดขึ้นจากฝีมือของโค้ชต่างชาติทั้งหมดอีกด้วย

ส่วนโค้ชชาวมาเลเซียที่นำทีมคว้าแชมป์มาเลเซีย ซูเปอร์ลีกนั้นต้องย้อนกลับไปถึง 7 ฤดูกาลก่อนหน้า แถมยังมีกุนซือชาวสิงคโปร์อย่าง ว. สุนทรมูรติ ที่นำไลออนส์ XII คว้าแชมป์เมื่อปี 2013 อีกด้วย

โดยทั่วไปนั้นสโมสรใหญ่ๆ มักจะกุมความได้เปรียบสู่ความสำเร็จมากกว่า เพราะพวกเขามีทรัพยากรที่ไม่เพียงจะสามารถซื้อนักเตะเก่งๆ เสริมทัพได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโค้ชต่างชาติมากฝีมืออีกด้วย

ความสำเร็จของทีมระดับหัวแถวได้ทำให้ทีมในระดับที่รองลงมารู้ว่า การจ้างโค้ชต่างชาติคือวิธีที่ง่ายและอาจจะดีที่สุดในการพัฒนาทีม และนั่นก็ทำให้โค้ชท้องถิ่นต้องต่อสู้หนักเพื่อหวังจะได้รับโอกาสไม่ว่าในระดับไหนก็ตาม

ภาวะขาดเสถียรภาพเช่นนี้คือสิ่งที่น่ากังวลไม่น้อย แต่กุนซือคนนอกผู้หนึ่งที่คุ้นเคยกับการทำทีมที่นี่มานานกลับรู้สึกว่า กุนซือต่างชาติอย่างพวกเขากลับใช้ชีวิตง่ายกว่ากุนซือท้องถิ่นเสียอีก

- Steve Darby

เริ่มจากประเทศไทย ซึ่งมีลีกฟุตบอลที่แข็งแกร่งและมากสีสันที่สุดในภูมิภาคนี้เลย

เพราะที่นี่คือตัวอย่างชั้นดีของเรื่องที่เรากล่าวไปข้างต้น 12 จาก 18 ทีมในไทยลีก 1 ฤดูกาลนี้เลือกใช้งานกุนซือต่างชาติ ไม่ว่าจะตั้งแต่ออกสตาร์ท หรือเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกก็ตาม

ส่วนมาเลเซียก็มีทีมในลีกสูงสุดเกือบครึ่งหนึ่งที่ใช้บริการโค้ชต่างชาติในขณะนี้ เช่นเดียวกับสิงคโปร์ที่ใช้โค้ชต่างชาติถึง 1 ใน 3 แต่ที่น่าสนใจคือที่อินโดนีเซีย เพราะมีเพียง 6 จาก 18 ทีมในลีกสูงสุดเท่านั้นซึ่งไม่ได้ใช้งานโค้ชต่างชาติในช่วงใดช่วงหนึ่งของฤดูกาล เรียกได้ว่าที่นี่โค้ชต่างชาติเข้าๆ ออกๆ อย่างไม่ขาดสาย

ภาวะขาดเสถียรภาพเช่นนี้คือสิ่งที่น่ากังวลไม่น้อย แต่กุนซือคนนอกผู้หนึ่งที่คุ้นเคยกับการทำทีมที่นี่มานานกลับรู้สึกว่า กุนซือต่างชาติอย่างพวกเขากลับใช้ชีวิตง่ายกว่ากุนซือท้องถิ่นเสียอีก

สตีฟ ดาร์บี้ กุนซือชาวอังกฤษโดยกำเนิด แต่ผ่านงานคุมทีมมาแล้วถึง 5 ชาติในภูมิภาคนี้กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู โดยเขารู้สึกว่านักเตะมักสะดวกใจที่จะทำงานกับกุนซือต่างชาติมากกว่า ตราบใดที่ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัด

“ผู้เล่นมักรู้ดีว่าอำนาจลึกลับในสโมสรไม่สามารถแทรกแซงการทำงานของโค้ชชาวต่างชาติได้สะดวกนัก การได้ลงเล่นนั้นขึ้นกับความสามารถ มากกว่าที่จะเป็นลูกท่านหลานเธอของใครบางคนในทีม” ดาร์บี้กล่าว

“มันคือทฤษฎีชามข้าวน่ะนะ (the rice bowl theory) โค้ชท้องถิ่นต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิต ในประเทศหรือเมืองนั้น แล้วทำไมพวกเขาจะต้องเสี่ยงไปงัดข้อกับผู้มีอำนาจในสโมสร ซึ่งอาจทำลายทุกสิ่งที่สร้างมากับมือได้ล่ะ”

“โค้ชชาวต่างชาติสามารถเข้ามาโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นกลางกว่า จัดทีมตามความสามารถ และหากอะไรๆ มันไม่เป็นไปอย่างใจนึก ก็แค่ปลดหรือลาออกไป ไม่มีอะไรติดค้างต่อกัน”

“ผมคิดว่าในหลายแง่มุม โค้ชท้องถิ่นต้องกล้าคิดกล้าทำกว่าโค้ชต่างชาตินะ”

เรื่องราวในระดับสโมสรยังหนักหนาขนาดนี้ ในทีมชาติชุดใหญ่ยิ่งหนักกว่า เพราะตอนนี้มีเพียง อันเก้ ปอสเตโคกลู ของออสเตรเลีย, ว. สุนทรมูรติ ของสิงคโปร์ และ เหงียน ฮู ทวง ของเวียดนามเท่านั้นที่ได้คุมทีมชาติของตัวเอง

ด้วยมาตรฐานการฝึกสอนที่ไม่สม่ำเสมอและไม่สอดคล้องกันในภูมิภาคนี้ รวมถึงสโมสรทั้งในระดับแนวหน้าและรองลงมาที่นิยมกุนซือต่างชาติมากกว่า ดูเหมือนจากนี้กุนซือท้องถิ่นจะยิ่งหาโอกาสแม้แต่ในบ้านเกิดของตนเองยากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องหาทางแก้ปัญหาให้ได้เร็วที่สุด

กุนซือผู้นำทีมคว้าแชมป์ลีก 5 ครั้งหลังสุดใน 4 ลีกดังอาเซียน

ไทย

2016 - ธชตวัน ศรีปาน, ไทย (เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด)

2015 - อเล็กซานเดอร์ กามา, บราซิล (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

2014 - อเล็กซานเดอร์ กามา, บราซิล (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

2013 - อเลฮานโดร เมเนนเดซ, สเปน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

2012 - สลาวิซ่า โยคาโนวิช, เซอร์เบีย (เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด)

มาเลเซีย

2016 - ยูลิซิส โมราอิส, โปรตุเกส (ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม)

2015 - มาริโอ โกเมซ, อาร์เจนตินา (ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม)

2014 - มาริโอ โกเมซ, อาร์เจนตินา (ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม)

2013 - โบยาน โฮดัค, โครเอเชีย (ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม)

2012 - ว. สุนทรมูรติ, สิงคโปร์ (ไลออนส์ XII)

สิงคโปร์

2016 - นาโอกิ นารุโอะ, ญี่ปุ่น (นิงาตะ)

2015 - สตีฟ คีน, สก็อตแลนด์ (ดีพีเอ็มเอ็ม)

2014 - อเล็กซ์ วีเวอร์, อังกฤษ (วอร์ริเออร์ส)

2013 - เทย์ เป็ง กี, สิงคโปร์ (แทมปิเนส)

2012 - เทย์ เป็ง กี, สิงคโปร์ (แทมปิเนส)

อินโดนีเซีย

2016 - อังเคล เวร่า, อาร์เจนตินา (เปอร์ซิปุระ จายาปุระ)

2014 - ดยายัง นุร์ดจามาน, อินโดนีเซีย (เปอร์ซิบ บันดุง)

2013 - แจ็คเซน ติอาโก้, บราซิล (เปอร์ซิปุระ จายาปุระ)

2011/12 - แจ็คเซน ติอาโก้, บราซิล (เปอร์ซิปุระ จายาปุระ)

2009/10 - โรเบิร์ต อัลแบร์ส, เนเธอร์แลนด์ (อเรมา อินโดนีเซีย)

รวม

แชมป์จากโค้ชต่างชาติ : 16 (รวมถึง ว. สุนทรมูรติ ที่คุมสโมสรของสิงคโปร์ ไลออนส์ XII ในมาเลเซีย ซูเปอร์ลีก)

แชมป์จากโค้ชท้องถิ่น : 4