Analysis

ปัญหาโลกแตก : เลือกกุนซือจอมเก๋าหรือหนุ่มแน่นคุมทีมดี?

Ryan Giggs, Phil Neville

ข่าวการก้าวขึ้นไปเป็นกุนซือของ ไรอัน กิ๊กส์ และ ฟิล เนวิลล์ กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในโลกออนไลน์ แต่คำถามที่น่าสนใจที่อยากถามคุณคือ ระหว่างโค้ชวัยหนุ่มอย่างพวกเขา หรือกุนซือวัยดึกอย่าง แซม อัลลาร์ไดซ์ , เดวิด มอยส์ และ รอย ฮ็อดจ์สัน คุณจะเลือกใครเป็นผู้จัดการทีมดี? โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ มีคำตอบ 

We are part of The Trust Project What is it?

หากมองย้อนกลับไปในเรื่องราวสมัยก่อน คุณจะพบว่าตำแหน่งใหญ่ๆในสังคม มักจะตกอยู่กับผู้อาวุโส พาดหัวข่าวจากสื่อต่างๆ ก็เห็นชัดว่า สังคมเรากำลังตกอยู่ใต้อำนาจของผู้ที่มีตัวเลขอายุนำหน้า พวกเขากลายเป็นกลุ่มคนที่สอนแง่คิดต่างๆ , สอนบทเรียนในอดีตของพวกเขาให้กับเรา มีผู้ใหญ่แค่บางคน ที่ใจกว้างพอและยอมโน้มตัวลงมาเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับคนยุคนี้

มาเข้าเรื่องของผู้จัดการทีมบ้าง เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เห็นชัดว่าเป็นช่วงเวลาของกุนซือสูงวัย ที่ได้งาน หลังจากกุนซือหนุ่มๆ โดนปลด ไม่ว่าจะเป็น รอย ฮ็อดจ์สัน (70) แทนที่ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ (47) ที่ คริสตัล พาเลซ หรือแม้แต่ เดวิด มอยส์ (54) ซึ่งคุม เวสต์แฮม แทนที่ สลาเวน บิลิช (49) ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน เลือกปลด โรนัลด์ คูมัน (54) ออก และไปแต่งตั้ง แซม อัลลาร์ไดซ์ (63) เข้ามาแทนที่

อย่างไรก็ตาม ยังมีกุนซือวัยหนุ่มอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ของ สเปอร์ส (45) , เมาริซิโอ เปเยกริโน่ ของ เซาธ์แฮมป์ตัน (46)  และมาร์โก ซิลวา ของ วัตฟอร์ด (40) ที่ยังทำงานกับทีมเก่าอยู่ตั้งแต่เปิดฤดูกาล และยังไม่โดนเลื่อยขาเก้าอี้

 

Sam Allardyce

หลายคนเคยยี้อัลลาร์ไดซ์ตอนขึ้นมาคุมเอฟเวอร์ตัน แต่ผลงานก็กลบเสียงวิจารณ์ซะสนิท

เรื่องของ มาร์โก ซิลวา

ซิลวา โดนแฟนบอลต่อต้านอย่างหนักในช่วงแรกตั้งแต่รับตำแหน่งกุนซือ ฮัลล์ พร้อมคำถาม “หมอนี่เป็นใคร?” “มีประสบการณ์ในงานกุนซือมาแล้วมากแค่ไหน?” เขาเป็นกุนซือที่่เป็น “ม้าตีนต้น” กับทั้งสองสังกัด เริ่มจากฮัลล์ ในช่วงแรกเขาเก็บได้ถึง 19 จาก 27 แต้มในบ้าน แต่ผลงานแผ่วปลายในช่วงท้ายทำให้ “เดอะ ไทเกอร์ส” ตกชั้นไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพ โดยนัดชี้ชะตาคือเกมที่พวกเขาแพ้ คริสคัล พาเลซ ของแซม อัลลาร์ไดซ์ 0-4 / ส่วนงานที่สองของเขา กับการคุมวัตฟอร์ดที่ วิคาเรจ โร้ด พวกเขาเริ่มต้นได้ดี แพ้นัดเดียวจาก 8 เกมแรก แต่จากนั้น ผลงานก็รูด กลายเป็นแพ้ 11 จาก 15 เกมหลังสุด

เขาเป็นผู้จัดการทีมที่อนาคตอีกไกลและคงไม่ไปท้าชนกับพวกกุนซือจอมเก๋าในตอนนี้ แต่นี่ก็เป็นอีกทางเลือกจากตัวแทนคนรุ่นใหม่ซึ่งก็เหมือนการสวนกระแสสังคม ที่คิดว่า คนมีอายุ พร้อมจะรับงานใหญ่มากกว่า แต่ยุคนี้ ทุกคน ทุกวัยมีอิสระทางความคิด ก็เหมือนกับเหตุการณ์ Brexit ที่ทำให้คนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือเหมือนกับตอนที่ มากาเร็ต แธ็ตเชอร์ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้ววางนโยบายให้ประชาชนช่วยตัวเองก่อนร้องขอรัฐ ซึ่งก็มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุน และต่อต้าน

แม้ว่าหลายฝ่ายจะเรียกร้องให้เอาเอาอะไรใหม่ๆ เข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศจากผู้จัดการทีมคนเก่าคนแก่บ้าง แต่เอาจริงๆ การให้โอกาสกุนซือวัยหนุ่มก็เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน มีชาวทวิตเตอร์รายหนึ่งสงสัยว่าทำไม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ถึงเลือกแต่งตั้งผู้จัดการทีมอย่าง อลัน พาร์ดิว (56) แทนที่จะเป็น คริส ฮิวจ์ตัน (59) แล้วก่อนที่ คริสตัล พาเลซ จะแต่งตั้ง รอย ฮ็อดจ์สัน ... 5 ใน 6 ของผู้จัดการทีมที่ได้งานในพรีเมียร์ลีก อายุน้อยกว่า 50 ปีทั้งนั้

 

Roy Hodgson, Marco Silva

ฮ็อดจ์สันวัย 70 พลิกโฉมพาเลซอย่างน่าทึ่งนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง

เซาธ์แฮมป์ตัน แต่งตั้ง เมาริซิโอ เปเยกริโน่ ที่มีอายุ 45 ปี / แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ตอนคุมพาเลซอายุเพียง 48 ปี / เคร็ก เช็กสเปียร์ อายุ 53 ปี แต่เขาทำงานกับ เลสเตอร์ มานานแล้ว ก่อนจะโดนเลื่อนขั้นมาเป็นผู้จัดการทีม ส่วน พอล คลีเมนต์ ก็อายุเพียง 45 ปี ขณะเข้าคุมทีมสวอนซี ซิตี้ / สำหรับซิลวาเอง เขาอายุแค่ 39 ปีเท่านั้น ตอนที่เข้ามาคุมฮัลล์ และตอนที่วัตฟอร์ดรอดตกชั้น  (ในปีที่ฮัลล์ของซิลวาทำไม่สำเร็จ) เขายังอายุไม่ถึง 40 ปีด้วยซ้ำ (และคนที่พา “แตนอาละวาด” รอดตาย ก็คือ วอลเตอร์ มาสซารี่ ซึ่งอายุ 56 ปี)

จากตัวอย่างที่กล่าวมาทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าไม่มีกุนซือหนุ่มคนไหนที่ทำผลงานได้ดีในระยะยาว และไม่แน่ว่า อนาคตการเป็นผู้จัดการทีมของพวกเขาอาจจบลงอย่างรวดเร็วก็เป็นได้

การเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอาจทำได้ เพราะบางทีคนเราก็เบื่ออะไรเดิมๆ คุณก็รู้ว่าพรีเมียร์ลีกเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ว่าจะเป็นนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เดินหน้าเข้ามาไม่รู้กี่คน แต่มันก็ยังคงเป็นลีกที่น่าสนใจที่สุดลีกหนึ่งของโลก แม้ว่าแท็กติกจะเปลี่ยนไปจากเดิม จากกองหน้าคู่เป็นกองหน้าตัวเดียว จากฟูลแบ็กกลายมาเป็นวิงแบ็ก แต่สำหรับโค้ชแล้ว ดูเหมือนช่วงเวลานี้ แก๊งกุนซืออาวุโส ดูจะโอเคมากกว่า

หลังจากชนะ เชลซี เดวิด มอยส์ พาเวสต์แฮม เก็บได้ถึง 15 แต้มจาก 8 เกมหลังสุด และแพ้แค่เกมเดียว / พาเลซ ของ ฮ็อดจ์สัน ขยับจากบ๊วยมาอยู่อันดับที่ 12 / ส่วน แซม อัลลาร์ไดซ์ พาเอฟเวอร์ตันชนะได้ถึง 5 จาก 6 เกมแรก และหาก อลัน พาร์ดิว ไม่เข้าป่าเข้าพง ก็อาจพาเวสต์บรอมวิช กลับมาฟอร์มดีได้เช่นกัน ขณะที่ ซิลวา ดาวรุ่งมาแรง พาวัตฟอร์ดเก็บแค่ 5 จาก 30 คะแนนเต็มเท่านั้น

 

กุนซือหนุ่มที่ยังไม่ผ่านบททดสอบ?

หลายคนสงสัยว่าเหตุใดตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติซึ่งสำคัญมาก กลับตกไปอยู่ในมือของกุนซือวัยหนุ่ม แล้วยิ่งเป็นกุนซือวัยหนุ่มที่แทบไม่มีประสบการณ์ หลายคนบอกว่า เขาไม่น่าจะได้รับการเสนอชื่อมาแต่แรกด้วยซ้ำ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป กุนซือจอมเก๋า ขุนศึกสูงวัย กำลังจะถูกทดแทนด้วยผู้จัดการทีมไร้ประสบการณ์ที่ได้เข้ามาทำหน้าที่และมีอำนาจบนเก้าอี้กุนซือ

ไรอัน กิ๊กส์ ได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมเวลส์ ทั้งที่เขามีประสบการณ์ทำทีมแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น จาก 4 เกมสุดท้ายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2013-2014 หลังมอยส์โดนปลดออกจากตำแหน่ง จากนั้นเขาก็ไปเป็นมือขวาของ หลุยส์ ฟาน กัล และไม่มีโอกาสได้ทำทีมอีกเลย เหมือนกับครูโรงเรียนอนุบาลที่เฝ้าเด็กนักเรียนวิ่งเล่นในสวนสนุกอย่างไรอย่างนั้น

ตอนนี้เขากลับต้องมาแบกความกดดันบนบ่า เพราะต้องทำผลงานให้ดีเหมือนกับที่ เวลส์ เคยทำได้ในศึกยูโร 2016 ซึ่งผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ปฏิกริยาจากแฟนบอลก็ดูค่อนข้างจะเป็นแง่บวก เสียงสะท้อนจากโลกโซเชี่ยลก็คือสาวๆ ที่อยากมาดูมาดหล่อๆของเขาในเกมอุ่นเครื่อง แต่เสียงจากแฟนบอลตัวจริงที่เครียดกว่าคือ เขาเหมาะจริงๆ หรือกับตำแหน่งนี้ แต่ก็อีกนั่นแหละ เป็นพวกเขาเองไม่ใช่หรือที่เรียกร้องหากุนซือวัยหนุ่มที่ไร้ประสบการณ์แบบนี้ ดังนั้น เมื่อคุณเลิือกอะไร ก็ต้องรอรับผลของมันด้วยแล้วกัน

เวลส์เองเคยมีประสบการณ์กับการแต่งตั้งผู้จัดการทีมวัยหนุ่ม หลังจากหมดยุคของ บ็อบบี้ กูลด์ ในปี 1999 ก็มีแค่ จอน โตแช็ค ที่อายุมากหน่อย (55) แต่ คริส โคลแมน กับ แกรี่ สปีด ผู้ล่วงลับ ก็อายุเพียง 41 ปีตอนได้รับแต่งตั้ง ขณะที่ มาร์ค ฮิวจ์ส เคยรับตำแหน่งนี้ตอนอายุเพียง 35 ปีเท่านั้น

บางที สมาคมฟุตบอลเวลส์เองหวังว่ากิ๊กส์จะเปลี่ยนบรรยากาศให้แฟนบอลเวลส์ครึกครื้นกันขึ้นมาบ้าง ความคาดหวังก็คือ อยากให้กิ๊กส์ทำทีมให้เป็นที่ยอมรับได้แบบสปีด หรือ ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน

โคลแมน ก็น่าคิดอยู่ว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข่าวที่ว่า ฟิล เนวิลล์ กำลังเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษ ทั้งๆ ที่เขายังไม่เคยทำงานหัวหน้าโค้ชเลยด้วยซ้ำ (อย่างน้อย แกรี่ พี่ชายของเขาก็เคยผ่านงานกุนซือมาแล้ว ส่วน แฝดของฟิลอย่าง เทรซี่ เนวิลล์ ก็ยังเคยทำงานเป็นหัวหน้าโค้ชทีมเน็ตบอล)

 
 

Ryan Giggs, Wales

กิ๊กส์ รับงานคุมทีมเต็มตัว

ซึ่งข่าวการตัดสินใจดึง ฟิล เนวิลล์ ไปคุมทีมฟุตบอลหญิง แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะ เพราะแทบจะไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมเลย แต่แฟนบอลบางส่วนก็มองว่า การเอาอดีตนักเตะชื่อดังของ แมนฯ ยูไนเต็ดมาทำทีม จะทำให้วงการฟุตบอลหญิงได้รับการพูดถึงมากขึ้น แต่ถ้าหากเนวิลล์ผู้น้อง ไม่ใช่คนที่โด่งดังในยุค’90 ล่ะ … แน่นอน คำวิจารณ์ต่อเนวิลล์ ไม่ยุติธรรมหรอก แต่บางทีหากมันไม่สมเหตุสมผลจริงๆ คุณก็ไม่สามารถเอาคำว่ายุติธรรมมาอ้างทั้งนั้น บางทีการแต่งตั้ง เนวิลล์ ก็เป็นเพียงความฝันของพวกคิดสั้นที่อยากจะทำลายวงการฟุตบอลหญิงให้จมดิน

สมาคมฟุตบอลอังกฤษเอง บอกว่าพวกเขาพยายามจะทำให้ฟุตบอลหญิงมีความเป็นมืออาชีพให้ได้มากที่สุด แต่คุณก็มองแต่ทีมชาติ แล้วสโมสรฟุตบอลหญิงล่ะ ไม่มีใครพูดถึงเลยหรือ? มันก็กำลังจะจางหายไปในสายลม เอาจริงๆ ฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษเองก็เหมือนจะไปได้ดีในยุคก่อนหน้านี้ของ มาร์ค แซมพ์สัน เขาคิดว่าจะพัฒนาทีมไปพร้อมๆ กับทีมเยาวชนชาย ซึ่งไปคว้าแชมป์โลกมาแล้วถึง 2 รุ่น แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน

 

เลือกผู้ชายทำทีมผู้หญิง

บางทีเอฟเอก็คงต้องมองอะไรให้ถี่ถ้วนบ้าง คือถ้าตัวเลือกที่เหลืออยู่มันน้อยลง คุณก็ควรจะรอเวลาเพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมก่อน ดีกว่าไปคว้าอะไรก็ได้ที่อยู่ด้านหน้าตอนนี้

แซมพ์สันที่เหมือนจะทำทีมได้ดีโดนปลดไปเมื่อกันยายนปีที่แล้ว (จากเรื่องนอกสนามเสียด้วย) ต่อมา เอฟเอเล็งไปที่ เอ็มม่า เฮย์ส กุนซือทีมหญิงของเชลซี แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจต่อสัญญาคุมทีมแม่เนื้ออ่อน “สิงห์บลูส์” ต่อไป ต่อมาในเดือนธันวาคม นิค คัชชิ่ง เฮดโค้ชทีมหญิง แมนฯ ซิตี้ ก็ตัดสินใจเมินงานคุมทีมชาติ เพื่อต่อสัญญากับสังกัดไปอีกคน

 

Phil Neville, Valencia

ฟิล เนวิลล์เคยมีประสบการณ์ในฐานะเบอร์ 2 ที่บาเลนเซียช่วงสั้นๆ เท่านั้น

ไหนจะมีเรื่องของเพศ ที่กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญกับวงการฟุตบอลหญิง ผมคิดไม่ออกจริงๆว่า ทำไมเอฟเอถึงไม่แต่งตั้งผู้จัดการทีมที่เป็นผู้หญิงมาคุมทีมฟุตบอลหญิง เรื่องนี้ บาโรเนส แคมป์เบลล์ หัวเรือใหญ่ของวงการฟุตบอลหญิงอังกฤษเคยยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า “เราตั้งใจอย่างยิ่งที่จะสร้างโค้ชฟุตบอลที่เป็นผู้หญิง ให้เขามาพัฒนาฟุตบอลหญิงมากขึ้น” แต่กลายเป็นว่า สุดท้ายแล้ว 4 ปีหลังจากที่แต่งตั้ง แซมพ์สัน สมาคมก็ทำท่าจะไม่เลือกผู้หญิงมาคุมทีมอยู่ดี พวกเขาไม่สนใจ โม มาร์ลี่ย์ กุนซือสาวขัดตาทัพ ที่เป็นผู้หญิง แล้วกำลังจะไปดึง ฟิล เนวิลล์ ซึ่งเป็นผู้ชายมาทำทีมแทน

บางทีเอฟเออาจอยากได้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คนใหม่มาประดับวงการล่ะมั้ง แต่อย่าลืมว่านักเตะที่เล่นให้เฟอร์กี้หลายคน ก็ไปได้ไม่สวยกับงานกุนซือ ไม่ว่าจะเป็น วิฟ แอนเดอร์สัน , ไมเคิ่ล แอปเปิลตัน , เฮนนิ่ง เบิร์ก , เคลย์ตัน แบล็คมอร์  , คริส แคสเปอร์ , มาร์ค โรบิ้่นส์ , พอล อินซ์ , รอย คีน , ไบรอัน ร็อบสัน หรือแม้แต่ แกรี่ พี่ชายของฟิล

แล้วเฟอร์กี้เอง ก่อนจะมายิ่งใหญ่กับ แมนฯยูไนเต็ด เขาก็สั่งสมบารมีมามากมายตั้งแต่อยู่ที่สก็อตแลนด์แล้ว โดยเฉพาะการคว้าแชมป์ระดับทวีป (คัพ วินเนอร์ส คัพ) กับอเบอร์ดีน ซึ่งบารมีหรือผลงาน บางครั้งมันต้องสร้างมาจากที่อื่น ขณะที่ช่วงเวลาหลังแขวนสตั๊ดของกิ๊กส์ คือการหางานใหม่หลังจากมีประสบการณ์คุมทีมแค่ 4 นัด ส่วน ฟิล งานยากที่สุดของเขาคือการเลือกสูทที่เหมาะกับตัวเอง ในการเป็นพิธีกรรายการ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ เท่านั้น

มันไม่สามารถทำนายได้หรอกว่า ใครจะทำทีมประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว … บ็อบ เพสลี่ย์ ตำนานกุนซือลิเวอร์พูลเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่เกี่ยวหรอก ว่าคุณจะใช้บอลยาวหรือบอลสั้นในการขึ้นเกมรุก แต่คุณต้องเลือกลูกฟุตบอลที่ถูกต้องก่อนลงสนาม” บางทีเอฟเอทั้งของเวลส์และอังกฤษ คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่ากุนซือจะเด็กหรือแก่หง่อม คุณแค่ต้องเลือกคนที่ “เหมาะสม” ที่สุดสำหรับงาน

ซึ่งเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า พวกเขาตัดสินใจถูกหรือผิด

 

New features you’d love on FourFourTwo.com