พาเลซ 1 สเปอร์ส 3 : ลอนดอนดาร์บี้ที่สนุกกว่าที่คิด

John Robertson อยู่ที่ เซลเฮิร์สต์ พาร์ค พร้อมกับใช้ Stats Zone วิเคราะห์เกมสุดมันระหว่าง คริสตัล พาเลซ กับ ท็อตแน่มฮ็อต สเปอร์ส…

ซุปเปอร์อัลลี

เกมที่แล้วที่ “ไก่เดือยทอง” เปิดบ้านถล่ม ซันเดอร์แลนด์ไป 4-1 นั้น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จับ เดเล่ อัลลี ไปยืนในตำแหน่งที่เล่นเกมรุกมากขึ้น โดย ดาวรุ่งฟอร์มแรง รายนี้ถูกจับยืนขนาบข้างในแนวเดียวกับ คริสเตียน อีริคเซ่น และ ซอง เฮือง มิน ทว่าผลงานของ อัลลี ในเกมนั้นกลับไม่โดดเด่นเท่าที่ควร

เช่นเดียวกับเกมนี้ ที่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ตัดสินใจลองแผนนี้อีกครั้ง แต่ทั้งหมดก็ไม่ต่างจากเดิม จนทำให้นาทีที่ 56 โอ โปเช็ตติโน่ ตัดสินใจเปลี่ยน นาเซอร์ ชาดลี่ ลงไปแทน เอริค ไดเออร์ พร้อมกับขยับเอา อัลลี กลับมาเล่นในตำแหน่งถนัด และการตัดสินใจนั่นทำให้ สเปอร์ส กลับมาได้

การที่ อัลลี ได้โอกาสลงมาเล่นในตำแหน่งต่ำลง ทำให้เขามีพื้นที่ในการเล่นเพิ่มขึ้น ทั้งยังสามารถมองเห็นเกมทั้งหมดได้ง่ายขึ้น ทำให้ ดาวเตะดาวรุ่ง สร้างสรรค์เกมและเชื่อมเกมได้ตามถนัด และบอกได้เลยว่า สามประตูที่ สเปอร์ส ได้มา ล้วนมาจากการคุมเกมอันยอดเยี่ยมของ อัลลี

หนึ่งในนั้นคือ ประตูสุดสวยอันเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ซึ่งว่ากันว่า นี่อาจจะเป็นหนึ่งในแคนดิเนตที่ได้ลุ้นประตูแห่งฤดูกาลเลยก็เป็นได้

แบ็คซ้ายไก่มีปัญหา

วิลฟรีด ซาฮา กลายเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดของฝั่งเจ้าถิ่น การเคลื่อนที่ของ อดีตปีกปีศาจแดง ทำให้ แดนนี่ โรส ปวดหัวหลายครั้ง

โรส ไม่สามารถหยุดการขึ้นเกมของ ซาฮา ได้ เหมือนอย่างประตูแรกที่ พาเลซ ยิงได้นั่นเอง(ซาฮา เปิด แยน แฟร์ตองเก้น สกัลพลาดเข้าประตูตัวเอง) ซึ่งนั่นทำให้ทีมเยือนเกือบจะพลาดท่าออกจาก เซลเฮิร์สต์ พาร์ค

อลัน พาร์ดิว วางแผนที่จะเจาะทาง โรส มาแต่แรก โดยทุกครั้งที่ได้โอกาส ผู้เล่นเจ้าถิ่นจะพยายามส่งบอลไปทางขวา พร้อมกับให้ ซาฮา ใช้ความสามารถในการโจมตีต่อไป ซึ่งหาก “ไก่เดือยทอง” ยังหวังลุ้นแชมป์ พวกเขาต้องหาแบ็คซ้ายที่ดีกว่า โรส ให้ได้

แนวรุกสุดทื่อของพาร์ดิว

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ประตูที่ แฟร์ตองเก้น สกัดพลาดนั้น เป็นประตูแรกที่ “ปราสาทเรือนแก้ว” ทำได้ในพรีเมียร์ลีกในปี 2016 ทั้งๆที่ช่วงเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว พวกเขาซัดไปแล้วถึง 11 ลูก พร้อมกับรักษาสถิติไม่ชนะใครในลีกในปี 2016 ต่อไป

ที่แย่ไปกว่านั้น คือ ตลอด 23 นัดที่ผ่านมา กองหน้าของพวกเขา ยิงประตูได้รวมกันเพียงลูกเดียวเท่านั้น!! เพราะฉะนั้น ปัญหาในแนวรุก จึงเป็นปัญหาที่ พาร์ดิว ปวดหัวมากๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ปีกตัวเก่งอย่าง ยานนิค โบลาซี่ นั้นเจ็บ ทำให้แนวรุกของ พาเลซ ลดความน่ากลัวลงไปเยอะ

เช่นเดียวกับเกมนี้ที่หัวหอกอย่าง คอนนอร์ วิคแฮม แทบจะคุกคามแนวรับทีมเยือนไม่ได้เลย เพราะ วิคแฮม ไม่สามารถเล่นตัวคนเดียวได้ เขาต้องการเพื่อนร่วมทีมที่ขึ้นมาสนับสนุน แต่ทั้งหมดยังทำได้ไม่ดีในเกมนี้

จากสถิติจะเห็นว่า วิคแฮม พอจะเก็บบอลได้ แต่การจ่ายบอลของเขายังต้องปรับปรุงอีกเยอะ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีม ที่ต้องช่วยเติมเกมรุกให้เร็วกว่านี้ เพราะในเมื่อ โบลาซี่ ไม่อยู่ในสนาม คู่แข่งจึงหันไปรุมประกบตัวความหวังอย่าง ซาฮา แทน และหากทำได้ เกมรุกของ พาเลซ ก็แทบไม่มีอะไรเลย..

ซีซั่นยังอีกยาวไกล

ลูกทีมของ โปเช็ตติโน่ ต้องพัฒนาการเคลื่อนที่ระหว่างที่ไม่มีบอล ให้ดีกว่านี้ เพราะบ่อยครั้งที่แผงหลัง สเปอร์ส ต้องรับภาระหนักจากปัญหาตรงนี้

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ การบีบสูง ของ “ไก่เดือยทอง” ทำให้ช่องว่างระหว่างแผงหลังกับกองกลางมีพอสมควร ซึ่งหากเจอทีมที่มีทีเด็ดมากกว่า พาเลซ พวกเขาอาจไม่ได้เฮฮาออกมาเหมือนเกมนี้

สถิติหลังเกมบอกว่า สเปอร์ส สกัดบอลในแดนพาเลซได้ 8 ครั้ง แต่มีแค่เพียงไม่กี่ครั้งที่อยู่ในพื้นที่สำคัญ ซึ่งหากพวกเขายังใช้พลังงานโดยเปล่าประโยชน์แบบนี้อีก ก็ไม่น่าจะส่งผลดีกับทีมเท่าไร

ในเมื่อฟุตบอลลีก ไม่ได้เล่นแค่เกมเดียว หรือ เหย้า-เยือน ทำให้ โปเช็ตติโน่ ต้องกลับไปชั่งใจและเลือกแผนในแต่ละเกมให้เหมาะสม

เคน เกือบจะเงียบอีกครั้ง

สถิติของ แฮร์รี่ เคน ในตอนนี้ยังเข้าขั้นยอดเยี่ยม(ยิง 12 จาก 14 เกมลีกหลังสุด) อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังมานี้ บทบาทของ ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ นั้นน้อยเหลือเกิน

ในครี่งแรกนั้น ไม่ว่าจะตอนมีบอลหรือไม่มีบอลอยู่กับเท้า เคน แทบไม่ได้คุกคามแผงหลังเจ้าถิ่นเลย 

ทั้งหมดดีขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อ เดเล่ อัลลี ถูกย้ายไปเล่นในตำแหน่งถนัด และช่วยให้ เคน เล่นได้ดีมากขึ้น โดย ทั้งสองช่วยเปิดพื้นที่ให้กันและกัน จนมีส่วนกับชัยชนะของทีมเยือน

อันที่จริงฟอร์มของ เคน บ่งบอกถึงผลงานในปีนี้ของ สเปอร์ส เมื่อพวกเขาสามารถเก็บได้ถึง 14 แต้ม หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลังในซีซั่นนี้ ซึ่งถือว่าทำได้มากที่สุดในลีก และด้วยผลงานขนาดนี้ ทำให้ ลูกทีมของ โปเช็ตติโน่ สร้างสถิติไม่แพ้เกมเยือนถึง 10 เกมติดต่อกันในลีก ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่รุ่นพี่ของพวกเขาทำได้เมื่อปี 1995 เลยทีเดียว

สถิติหลังเกม

  • ลูกทำเข้าประตูตัวเองของ แยน แฟร์ตองเก้น ถือเป็นประตูแรกในรอบ 482 นาทีของ คริสตัล พาเลซ ในพรีเมียร์ลีก
  • พาเลซ ได้ประตูจากทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง เท่ากับที่กองหน้าของพวกเขายิงได้(1)
  • แฮร์รี่ เคน ยิง 12 จาก 14 เกมลีกหลังสุด
  • 5 จาก 6 ลูกที่ เดเล่ อัลลี ยิงได้ในพรีเมียร์ลีก ล้วนมาจากการเล่นเกมเยือน
  • สเปอร์ส เก็บได้ถึง 14 แต้ม เมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลังในซีซั่นนี้ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในลีก
  • ประตูปิดท้ายของ นาเซอร์ ชาดลี่ เป็นลูกที่ 600 ในพรเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
  • “ไก่เดือยทอง” ไม่แพ้เกมเยือนถึง 10 เกมติดต่อกันในลีก (ชนะ 5 เสมอ 5) ซึ่งนับว่าดีที่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1995
  • คริสตัล พาเลซ แพ้ 4 เกมติดในพรีเมียร์ลีก พร้อมกับสร้างสถิติมีประตูได้เสีย -10 (ยิง 1, เสีย 11)