Analysis

ภาพหลอนติดตา : 19 เหตุการณ์สุดช้ำที่ ‘อังกฤษ’ ภาวนาอย่าได้เจออีกเลยหลังจากนี้

จากหัวผักกาด , ร่มของสตีฟ แม็คคลาเรน , น้ำตาของพอล แกสคอยน์ และ วินาทีตบะแตกของ เวย์น รูนี่ย์ คุณกำลังจะได้ย้อนไปชมช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดของทีมชาติอังกฤษ เชิญเสพพร้อมกันได้เลย

We are part of The Trust Project What is it?

19. กุนซือถือร่ม

  • อังกฤษ 2-3 โครเอเชีย (ยูโร 2008 รอบคัดเลือก,2007)

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2007 กลายเป็นค่ำคืนที่มืดมนที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอังกฤษ เมื่อพวกเขาตกรอบคัดเลือก ยูโร 2008

สตีฟ แม็คคลาเรน กับลูกทีมต้องการเพียงผลเสมอในเกมกับ โครเอเชีย ที่เวมบลีย์ สนามเหย้าของตัวเอง  พวกเขาโดนนำก่อน 0-2 ในครึ่งแรก แต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด และ ปีเตอร์ เคร้าช์ ยิงกู้ชีพให้ทีมไล่ตีเสมอเป็น 2-2

อย่างไรก็ตาม มลาเดน เพทริช หักอกอิงลิชชนทั่วประเทศด้วยประตูชัยในนาทีที่ 77 โครเอเชีย บุกชนะ อังกฤษไป 3-2

ขณะที่ สลาเวน บิลิช กุนซือทีมเยือนกระโดดโลดเต้นอย่างสะใจ แม็คคลาเรนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ภาพจับไปที่เขาซึ่งกำลังถือร่มยืนแน่นิ่งท่ามกลางสายฝน มันถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก และกลายเป็นฉายาของเขาที่ถูกแซวกันว่า “ไอ้เห่ยถือร่ม” โดยเดลี่ เมล์ เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจากคุมทีมชาติอังกฤษได้เพียง 18 เกม

18. “รูนี่ย์” ขี้น้อยใจ

  • อังกฤษ 0-0 แอลจีเรีย , ฟุตบอลโลก 2010 รอบแบ่งกลุ่ม

ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษเดินคอตกออกจากสนามหลังโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่เคป ทาวน์ เสียงโห่จากแฟนบอลของพวกเขาเอง ดังระงมทั่วสนามกรีน พอร์ต สเตเดี้ยม

เวย์น รูนี่ย์ กลายเป็นคนที่เก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขาหันไปหากล้องตัวหนึ่งก่อนจะพูดใส่มันว่า “มันยอดเยี่ยมมากเลย การโดนกองเชียร์จากประเทศตัวเองโห่ใส่ นี่สินะที่เขาเรียกว่าอยู่เคียงข้างกัน”

จากนั้น สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็ออกมายอมรับตามความจริงว่า พวกเขาไม่ดีพอ และแฟนบอลที่ตามไปเชียร์ที่แอฟริกาใต้ในเวลานั้น ก็มีสิทธิ์จะโห่แสดงความไม่พอใจ

เกมนั้นมีช่วงเวลาที่น่าจดจำอย่างเดียวคือจังหวะสับขาหลอกของเอมิล เฮสกีย์ แค่นั้นเอง

17. ขายหน้าที่นอร์เวย์

  • นอร์เวย์ 2-1 อังกฤษ (ฟุตบอลโลก 1982 รอบคัดเลือก,1981)

จริงอยู่ที่ “สิงโตคำราม” ยังผ่านเข้ารอบสุดท้ายในปี 1982 แต่ความพ่ายแพ้ต่อทีมท้ายตารางอย่างนอร์เวย์ ที่ขณะนั้น ฟีฟ่าแรงกิ้งอยู่ในอันดับที่ 76 ของโลก มันก็น่าอับอายอยู่ดี

ประตูจากโรเจอร์ อัลเบิร์ตเซ่น และ ฮัลล์วาร์ ธอเรเซ่น ทำให้นอร์เวย์ คว้าชัยชนะนัดสำคัญที่สุดนัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่น่าจดจำอยู่ที่คำพูดของ บียอร์เก้ ลิลเลเลี่ยน ผู้บรรยายในเกมนั้นหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว

“ลอร์ด เนลสัน , ลอร์ด บีเวอร์บรู๊ค , เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล , เซอร์ แอนโธนี่ เอเด็น , คลีเมนต์ แอตลี , แฮร์รี่ คูเปอร์ , เลดี้ ไดอาน่า และ แม็กกี้ แธตเชอร์ , คุณได้ยินผมไหม แม็กกี้ แธ็ตเชอร์ , เด็กๆ ของคุณแพ้หมดรูปเลย! เด็กๆ ของคุณแพ้ไม่มีทรงเลยว่ะ!”

16. วันที่อยากลืมของ “โรบินสัน”

  • โครเอเชีย 2-0 อังกฤษ (ยูโร 2008 รอบคัดเลือก , 2006)

สตีฟ แม็คคลาเรน กระตุ้นลูกทีมให้เร่งฟอร์มหลังทำได้แค่เสมอกับ มาซิโดเนีย ในบ้านของตัวเอง แต่ทุกอย่างก็ดันแย่กว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก

แกรี่ เนวิลล์ จ่ายคืนหลังให้ผู้รักษาประตูตามปกติ แต่พื้นสนามที่โครเอเชียทำพิษ ทำให้บอลกระดอนไม่ตรงจังหวะที่ พอล โรบินสัน จะหวดยาว กลายเป็นว่าอดีตนายทวารลีดส์ ยูไนเต็ด ซัดวืด บอลเข้าประตูตัวเอง

ประตูนั้นกลายเป็นสามแต้มเต็มของโครเอเชีย และอาจกล่าวได้ว่าเป็นประตูที่ฆ่าอาชีพนักฟุตบอลของ โรบินสัน เลยก็ว่าได้

15. “ปีร์โล่” สอนบอล

  • อังกฤษ 0-0 อิตาลี , อิตาลีชนะจุดโทษ 4-2 (ยูโร 2012 รอบก่อนรองชนะเลิศ)

มิดฟิลด์เชิงสูงอย่างอันเดรีย ปีร์โล่ สอนบอลนักเตะอังกฤษตลอดเกมที่เคียฟ เขาผ่านบอลสำเร็จได้ถึง 130 ครั้งในเกมนั้น ขณะที่แข้ง “สิงโตคำราม” ทำได้สูงสุดที่ 50 ครั้งเท่านั้น

หลังจากเล่นกันครบ 120 นาที ลูกทีมของรอย ฮ็อดจ์สัน ก็ยันสกอร์ 0-0 เอาไว้ ไปฎีกากันด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ มีตั๋วรอบรองชนะเลิศเป็นเดิมพัน

อังกฤษ ที่เจอฝันร้ายกับการดวลลูกจุดโทษในเมเจอร์ทัวร์นาเม้นต์ เหมือนจะทำได้ดี เมื่อเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็เข้าอีหรอบเดิม เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง และ แอชลี่ย์ โคล พลาด และ อิตาลี สามคนสุดท้าย ยิงเข้าทั้งหมด โดยหนึ่งในนั้นคือ ปีร์โล่ ที่หลอกยิงสไตล์ ปาเนนก้าใส่ โจ ฮาร์ท พาทัพ “อัซซูรี่” เข้ารอบตัดเชือกแบบสุดเท่

14. ซัวเรซอุดปากปู่รอย

  • อุรุกวัย 2-1 อังกฤษ (ฟุตบอลโลก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม)

หลุยส์ ซัวเรซ มีอาการบาดเจ็บรบกวนก่อนเกมพบกับอังกฤษ ที่เซา เปาโล ซึ่งก่อนหน้านี้ รอย ฮ็อดจ์สัน นายใหญ่ “สิงโตคำราม” ในเวลานั้น มองว่าอดีตศูนย์หน้าลิเวอร์พูล ไม่ใช่ดาวยิงระดับเวิลด์คลาส แม้ว่าฤดูกาลก่อนหน้านั้นเขาจะยิงไปถึง 31 ประตูในเกมพรีเมียร์ลีกก็ตาม

สุดยอดดาวยิงที่ปัจจุบันค้าแข้งกับบาร์เซโลน่า ไม่โต้เถียง ฮ็อดจ์สัน แต่ใช้ผลงานแทนคำพูด เขาทำคนเดียวสองประตูเขี่ย อังกฤษ ตกรอบแรก โดยประตูชัยในช่วง 5 นาทีสุดท้าย มาจากจังหวะโหม่งพลาดของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

และหลังจากที่โดนสื่ออังกฤษ วิจารณ์อย่างหนักตลอดทั้งทัวร์นาเม้นต์ ในที่สุดเขาก็สามารถปลดปล่อยอารมณ์ได้อย่างเต็มที่เสียที , ส่วน ฮ็อดจ์สัน คงต้องบอกคำเดียวว่า “สู้ๆ” เพราะเขาเสียหน้าไปเต็มๆ

13. ปราชัยไปพร้อมคานประตู

  • อังกฤษ 1-2 สก็อตแลนด์ , ฟุตบอลชิงแชมป์สหราชอาณาจักร* , 1977

หลังจากเสียงนกหวีดยาวดังขึ้น , แฟนบอลชาวสก็อตแห่กันลงมากลางสนามเวมบลีย์ หลังจากขุนพลตาร์ตัน เบียดเอาชนะอังกฤษไป 2-1

เคนนี่ ดัลกลิช และเพื่อนร่วมทีมแทบไม่มีอากาศหายใจ เพราะถูกห้อมล้อมด้วยแฟนบอลที่สติแตกหลังจากเพิ่งจะเอาชนะคู่ปรับตลอดกาล พวกเขายังพังคานประตูฝั่งหนึ่งไปตอนไหนก็ไม่รู้

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่สก็อตแลนด์ คว้าแชมป์รายการนี้ (ก่อนที่จะถูกยุบการแข่งขันไปในปี 1984) ขณะที่ชะตากรรมของอังกฤษในปีนั้นก็เคราะซ้ำกรรมซัด พวกเขาตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกปี 1978 อย่างน่าผิดหวังซ้ำซ้อน

*ฟุตบอลชิงแชมป์สหราชอาณาจักร (British Home Championship) จัดแข่งขันทุกปี มีทีมเข้าแข่งขัน 4 ทีม ได้แก่ชาติในสหราชอาณาจักรคือ อังกฤษ , สก็อตแลนด์ , เวลส์ และ ไอร์แลนด์ (ต่อมาเป็น ไอร์แลนด์เหนือ) การแข่งขันมีขึ้นตั้งแต่ปี 1884 และสิ้นสุดลงเมื่อปี 1984 ทีมที่ได้แชมป์มากที่สุดคืออังกฤษ 54 สมัย