ผ่าทีม 2 ยุคทอง : ไทยชุดคัดบอลโลกปี 2002 กับชุดปัจจุบัน …ใครสมบูรณ์แบบกว่าใคร?

พวกเขา คือ 2 ทีมจาก 2 ยุคที่ได้เข้าถึงรอบสุดท้าย คัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย…

ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ กุนซือชาวอังกฤษ และกองหน้าระดับตำนานของแอสตัน วิลล่า ได้ทะยานเข้าถึงรอบ 10 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์…ทีมชุดนั้นเคยถูกยกย่องว่า “ดีที่สุด” เท่าที่ไทยเคยมีมา

แต่การเข้ามากุมบังเหียนทีมชาติไทยของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตลูกทีมของ ปีเตอร์ วิธ เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทำให้ผู้คนเชื่อกันว่าทีมไทยยุคใหม่ไม่เป็นรอง และอาจไปได้ไกลกว่า…และวันนี้ พวกเขาก้าวมาอยู่ในจุดเดียวกับที่ทีมชาติไทยยุค ปีเตอร์ วิธ นั่นคือ การทะลุเข้าถึงรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โดย “ช้างศึก” ต้องอยู่สายเดียวกับ ซาอุดิอาระเบีย, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี

FFT TH ขอผ่าทีม 2 ยุคว่า ชุดไหนมีดีที่ตรงไหน ต่างกันอย่างไร แบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง และใครมีความสมบูรณ์แบบมากกว่ากัน?

ผู้รักษาประตู : กิตติศักดิ์ ระวังป่า VS กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

กิตติศักดิ์ ระวังป่า ผู้รักษาประตู จากค่าย “บ้านจัดสรร” สินธนา ณ เวลานั้น ยึดตำแหน่งมือหนึ่งในฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ได้แบบฉิวเฉียด โดยมีจอมหนึบคู่แข่ง ทั้ง วิรัช วังจันทร์ และ พรรษา มีสัตย์ธรรม ที่ฟอร์มการเล่นมาแรงไม่แพ้กัน กลายเป็นตัวเลือกให้ ปีเตอร์ วิธ ต้องหนักหัวและหนักใจ…  

แต่ระหว่างการฝึกซ้อม กิตติศักดิ์ ระวังป่า ยังทำหน้าที่ได้ถูกใจ มิสเตอร์ วิธ มากกว่า เบสิคผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยม, ลูกบ้าและความดุดันในแบบฉบับที่ผู้รักษาประตูควรมี จึงทำให้เขาได้รับโอกาสเฝ้าเสาทั้ง 8 นัด แม้ไม่สามารถช่วยให้ทีมคว้าชัยได้แม้แต่นัดเดียวก็ตาม

ขณะที่มือ 1 ทีมชาติไทยยุคนี้ตกเป็นของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากเมืองทองฯ ยูไนเต็ด… เขาเคยเจอมรสุมอาการบาดเจ็บติดๆกันตลอดปี แต่เมื่อฝ่าฟันมาได้ เขาก็ยึดตัวจริงทีมชาติได้อีกครั้ง โดยแม้ 2 เกมแรกของฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 เขาตกเป็นมือ 2 รองจาก สินทวีชัย หทัยรัตนกุล แต่เมื่อได้รับโอกาสในนัดที่พบกับอิรัก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เขาก็ยึดมือ 1 มาได้ตลอดนับตั้งแต่นั้น ส่วนมือ 3 เป็น ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ จากชลบุรี เอฟซี ที่เป็นตัวสอดแทรก

ตำแหน่งนี้ของ 2 ยุคค่อนข้างมีความใกล้เคียง โดยเฉพาะมือ 1 ระหว่าง กิตติศักดิ์ ระวังป่า และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ทั้งคู่มีความเป็นผู้รักษาประตูประเภทช็อตสต็อปเปอร์ (Shot-Stopper) สูง กิตติศักดิ์ มีลูกบ้าบิ่นและการตัดบอลลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยมไว้ใจได้ ขณะที่ กวินทร์ อาจดูดีมีประสบการณ์มากกว่า กิตติศักดิ์ เสียอีก โดยเฉพาะการผ่านเกมระดับทวีป

กองหลัง : โชคทวี / ชูเกียรติ / สุรชัย VS กรวิทย์ - ธนบูรณ์

ยุคของมิสเตอร์ วิธ ทีมชาติไทยใช้ระบบกองหลัง 3 คน โดยมี โชคทวี พรมรัตน์ หรือ “นกกระยางดำ” ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟตัวกลาง เขาเป็นผู้เล่นที่อ่านเกมได้ชาญฉลาด เล่นลูกกลางอากาศได้ดี โดยตำแหน่งที่เขาลงเล่นถือเป็นการเข้ามาทดแทน “ดำอุตรดิตถ์” นที ทองสุขแก้ว แม้อาจไม่สมบูรณ์แบบเท่า แต่เขาก็ทำได้ดีระดับหนึ่ง

ส่วนเซนเตอร์ฮาล์ฟอีก 2 คน ได้แก่ ชูเกียรติ หนูสลุง หรือ ที่เปลี่ยนชื่อเป็น ชูเกียรติธน ยศภัทร์หนูสลุง กับ “เดอะจั๊บ” สุรชัย จิระศิริโชติ ที่ช่วยกันเก็บกวาดแนวรับก่อนถึง โชคทวี ทำให้แนวรับทีมชาติไทยชุดนั้นลงตัวแบบทั้งบู๊และบุ๋น...โดยแข้งสำรองในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คอีก 2 คน คือ วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ และ วิทยา นับทอง จาก บีอีซี เทโรศาสน ขณะที่ นิเวส ศิริวงศ์ ก็สามารถขยับลงมายืนตำแหน่งนี้ได้เช่นกัน โดยทีมชุดนั้นเสียประตูในศึกคัดบอลโลก รอบสุดท้ายไป 15 ประตูจาก 8 นัด อย่างไรก็ตาม 4 นัดในบ้านพวกเขาทำคลีนชีตได้ 1 นัด เสีย 1 ประตู 2 นัด โดยโดนยิงถล่มแค่เกมเดียว คือ นัดที่ซาอุดิอาระเบีย มาเยือน

ส่วนแนวรับของทีม “ช้างศึก” ยุคใหม่ใช้ 4 คน โดยคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักน่าจะใช้ กรวิทย์ นามวิเศษ ที่เพิ่งหายป่วยจับคู่กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เซนเตอร์ฮาล์ฟคู่นี้คนหนึ่งถนัดซ้าย อีกคนหนึ่งถนัดขวา ทั้งยังมีความเฉียบขาดเรื่องทางบอลทั้งคู่ เล่นเน้นความแน่นอน และมีความเร็วพอสมควรสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งนี้ ลักษณะการทำงานของทั้งคู่มีความลงตัวคล้ายๆ กับ ชูเกียรติธน และ สุรชัย พวกเขาจับคู่กันมาในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบที่ 2 และการพบกับ เกมรุกระดับโลกอย่าง เคซุเกะ ฮอนดะ, ชินจิ โอกาซากิ, ชินจิ คางาวะ ตลอดจน อารอน มูย ของออสเตรเลีย จะเป็นบทพิสูจน์อย่างดีว่าพวกเขาจะก้าวข้ามแนวรับที่แข็งแกร่งของไทยเมื่อ 15 ปีก่อนได้หรือไม่ และอย่างไร...

สำหรับกองหลังตัวสแตนด์บายของทีมชาติไทยชุดนี้ มี ประทุม ชูทอง, อดิศร พรหมรักษ์ และ มิก้า ชูนวลศรี โดย 3 แนวรับสำรองเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟประเภทตัวชนทั้งหมด

Pages