พัชรพล แก้วคำ : สักวันผมจะบินอย่าง “ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ”

อัสสัมชัญธนบุรี สถาบันลูกหนังขาสั้นอันเลื่องชื่อของเมืองไทย เคยปั้นนักเตะดาวรุ่งป้อนเข้าสู่ทำเนียบทีมชาติไทยมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธีรศิลป์ แดงดา,ธีราทร บุญมาทัน,กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์,ประวีณวัชร์ บุญยงค์,ประกิต ดีพร้อม และอีกหลายๆคน

“ช็อปเปอร์” พัชรพล แก้วคำ จากเด็กหนุ่มผู้ล่าฝัน ที่ไม่รู้จักแม้กระทั่ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ มือกาวชื่อดังแห่งทัพ “ช้างศึก” จุดเริ่มต้นบนเส้นทางลูกหนังจากความคลั่งไคล้ เดวิด เบ็คแฮม ไม่ได้ช่วยให้เขากลายเป็นปีกขวาที่ดีได้ หากแต่ตำแหน่งที่ตอบโจทย์และทำให้เขาฉายแววได้อย่างน่าทึ่ง กลับกลายเป็นผู้รักษาประตู!  

นี่คือยอดแข้งวัยขาสั้น ที่โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ ภูมิใจนำเสนอ

เรื่องสั้นๆ 60 วินาที

นายทวารดาวรุ่งวัย 17 ปีจากค่าย “กิเลนเจ้าสัว” เป็นอีกหนึ่งสตาร์หน้าใหม่ที่กำลังฉายแววเจิดจรัสในตำแหน่งผู้รักษาประตู กระหน่ำโชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟ จนกลายเป็นมือกาวดาวรุ่งที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในรายการฟุตบอบลนักเรียนกรมพลศึกษา 18 ปี ก. คือ เวทีแจ้งเกิดของเด็กหนุ่มรายนี้อย่างแท้จริง ที่เซฟกระจายจนกลายเป็นที่กล่าวขาน

จากมือกาวหน้าหยกที่ดูเหมือนเส้นทางกำลังจะสวยหรู เพราะเคยเป็นผู้รักษาประตูหนึ่งเดียวของรายการยามาฮ่าไทยแลนด์ คัพ รุ่นอายุ 13 ปี ที่ได้โอกาสไปฝึกฝีไม้ลายมือกับสโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมดังแห่งประเทศอังกฤษมาแล้ว ทว่าเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะเขาต้องต่อสู้ ฝ่าฟัน เพื่อที่จะวิ่งตามความฝัน และเป็นเหมือนไอดอลอย่าง “บาส” ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ จอมหนึบทีมชาติไทยให้ได้

โชว์ฟอร์มการเซฟสุดหนึบทั้งใน 90 นาที และการเซฟจุดโทษ จนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลนักเรียน 18 ปี ก.

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

“ช็อปเปอร์” พัชรพล แก้วคำ เป็นชาวกรุงเทพฯโดยกำเนิด เติบโตแถวพุทธมณฑลสาย 1 เริ่มหลงไหลกลิ่นอายลูกหนังจากความคลั่งไคล้เดวิด เบ็คแฮม สตาร์ดังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคนั้น ก่อนที่จะเลือกลงเล่นในตำแหน่งปีกกขวาเรื่อยมา และทุกวันอาทิตย์จะต้องไปฝึกวิชาลูกหนังกับ อ.สุรัก ไชยกิตติ ซึ่งถือเป็นโค้ชคนแรกที่ถ่ายทอดวิชาลูกหนังให้กับเขา

แต่แล้ววันหนึ่ง จุดเปลี่ยนสู่การเป็นยอดนายทวารอนาคตไกลก็มาถึง เมื่อไปแข่งขันฟุตบอลรายการหนึ่ง แล้วปรากฎว่าไม่มีใครเล่นเป็นผู้รักษาประตู ด้วยความที่เพิ่งดู “ปีศาจแดง” แข่งคืนก่อน แล้วยังติดตาตรึงใจกับลีลาการเซฟของเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เลยนึกสนุกอยากลองบินดูบ้าง

“ตอนที่ผมเสนอตัวขอเป็นผู้รักษาประตู คุณพ่อของผมไม่แฮปปี้นัก เขาไม่อยากให้ผมเล่นตำแหน่งนี้ พูดง่ายๆคือกลัวจะไม่ดังเท่าตำแหน่งตัวรุก แต่แล้วจากที่ไม่เคยเฝ้าเสามาก่อน ผมกลับช่วยทีมเซฟจนเข้าชิงชนะเลิศได้ แม้สุดท้ายจะได้เพียงแค่รองแชมป์ แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกและสนุกดี” จอมหนึบจำเป็นย้อนเส้นทางสู่การเฝ้าเสาครั้งแรก

หลังลองชิมลางการเซฟครั้งแรก เขาก็หันหลังให้กับการเป็นปีกขวาโดยสิ้นเชิง พร้อมหันมาเอาดีกับการเฝ้าเสาเต็มตัว และได้เข้าร่วมฝึกซ้อมที่ แสนสิริ อคาเดมี่ ซึ่งมี อ.ชนะ เอี่ยมแสงใส เป็นโค้ชผู้รักษาประตูคนแรก

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ มือกาวทีมชาติไทยผู้โด่งดัง ได้ช่วยเข้ามาสอนการเป็นผู้รักษาประตูในแสนสิริ อะคาเดมี่ แต่หารู้ไม่ว่าไอ้หนู “ช็อปเปอร์ ”กลับไม่รู้จักชายผู้นี้แต่อย่างใด

“ตอนนั้นที่แสนสิริ อคาเดมี่ พี่ตองและพี่แซมมวลมาช่วยสอนน้องๆ ผมยอมรับว่าตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร ดังมาจากไหน แต่พอหลายคนเล่าให้ฟังว่าพี่เขาทีมชาติ และเคยเรียนอัสสัมชัญธนบุรีมาก่อน จากนั้นผมก็ได้ลองไปคัดเลือกตัวกับอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งมีคนมาคัดตำแหน่งเดียวกันกว่า 30 คน ปรากฎว่าผมเป็นคนเดียวที่ได้เข้าเรียนต่อในชั้นป.6 ก็รู้สึกปลื้มและดีใจอย่างยิ่ง หยิกตัวเองว่าฝันไปหรือเปล่า”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมโปรดตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเขามีโอกาสไปเยือนถิ่นผีแดงสมัยไปฝึกฝีเท้าที่ประเทศอังกฤษ

เชื่อหรือไม่?

ภายใต้ชายคา ”กิเลนเจ้าสัว” เขามีรุ่นพี่ที่เป็นไอดอลอย่าง “ไมค์” ปฎิวัติ คำไหม ที่ช่วยติวทักษะและถ่ายทอดวิชาการเซฟให้ตั้งแต่วัยเยาว์ จนได้เป็นนายทวารคนเดียวในรุ่น 12 ปี ที่ได้โอกาสลงเฝ้าเสาเต็มที่ในทุกรายการ และพาทีมคว้าแชมป์ยามาฮ่า ยู-13 ชิงแชมป์ประเทศไทย ได้อย่างน่าประทับใจ ก่อนจะไปซิวแชมป์อาเซียน ที่มาเลเซีย และตีตั๋วไปแข่งรอบสุดท้ายที่อังกฤษ ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้ได้คัดเลือกนักเตะไม่กี่รายไปฝึกฝีเท้ากับสโมสรท็อตแนมฮอตสเปอร์ และก็เป็น "ช็อปเปอร์" มือกาวหนึ่งเดียวที่ได้รับโอกาสนั้น

วันหนึ่งเมื่อเขาได้เปิดดูฟุตบอล 7 สี ก็ไปปิ๊งเข้ากับฟอร์มหนึบของ “บาส ”ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ จอมเซฟร่างเล็กแห่งค่ายอัสสัมชัญศรีราชา ที่รูปร่างคล้ายกับตัวเอง ซึ่งแม้ไม่สูงใหญ่ แต่ปฏิกิริยา ความไว และลีลาการเซฟนั้นถือว่าสุดยอด เขาไม่รอช้าที่จะเสิร์ชกูเกิ้ลเพื่อสืบหาประวัติของรุ่นพี่รายนี้ พร้อมยึดถือเป็นไอดอลในการก้าวเดินบนถนนสายลูกหนังเรื่อยมา

“ผมปลื้มพี่เขามาก เพราะเราตัวไม่สูงเหมือนกัน แต่พี่เขามีฝีมือที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ส่วนตัวยังไม่เคยเจอตัวจริงเลยสักครั้ง ถ้าเจอผมคงจะเข้าไปขอถ่ายรูปและขอลายเซ็นต์ พร้อมกับอยากบอกพี่เขาให้รู้ว่า พี่คือสุดยอดไอดอลของผมเลย และสักวันผมจะเป็นแบบพี่ให้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากบอก” 

เส้นทางการเฝ้าเสาที่ดูเหมือนจะสดใส กลับต้องระส่ำ เมื่อสถาบันของเขาดึงตัว นนทัช ชุมจินดา มือกาวจากกรุงเทพคริสเตียนฯ เข้ามาสู่ทีม ทำให้ตำแหน่งการเฝ้าเสาของเขาเริ่มสั่นคลอน จากที่เคยเป็นหนึ่งเดียววันนี้...ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ช็อปเปอร์” ต้องตกอยู่ในร่มเงาความสำเร็จของมือกาวหน้าใหม่ ตั้งแต่อายุ 14-17 ปี กว่า 3 ปีเต็มๆที่เขาทำได้แค่สลับลงบางรายการคั่นเวลา จนเกิดความท้อและเกือบที่จะตัดสินใจย้ายสถานศึกษา เพราะมีโรงเรียนเทพศิรินทร์ ติดต่อทาบทามเข้ามา แต่เขายังเลือกที่จะอยู่สู้ต่อไป จนกระทั่งมาถึงรายการไพร์มินิสเตอร์คัพ รุ่น 18 ปี จึงเริ่มฉายแววการเซฟเข้าตาสต๊าฟฟ์โค้ช และยึดมือหนึ่งได้สำเร็จจนถึงรายการ 18 ปี ก.

ณ สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย เกมนัดชิงชนะเลิศที่ต้องเผชิญหน้ากับ โรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น ตลอดเกมแนวรับ “กิเลนเจ้าสัว” มีจังหวะผิดพลาดบ่อยครั้ง ปล่อยให้เพชฌฆาตเมืองหมอแคนหลุดเข้าไปล่อเป้าลุ้นสกอร์ ทว่า “ช็อปเปอร์” ก็โชว์สกิลการเซฟปัดป้องลูกสำคัญไว้ได้ตลอด 90 นาที ช่วยให้ทีมเสมอในเวลา 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

ต้องบอกว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษอย่างแท้จริง เมื่อ “กิเลนเจ้าสัว” เกือบที่จะเพลี่ยงพล้ำหลังตกเป็นรองในการดวลจุดโทษ ทว่า "ช็อปเปอร์" ก็กลายเป็นฮีโร่ที่โชว์การปัดป้องได้ถึง 3 ครั้ง ช่วยให้ทีมตายแล้วฟื้น พลิกกลับมาแหกด่านคว้าแชมป์ 18 ปี ก. ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

แจ้งเกิดเต็มตัวกับการพาทีมอัสสัมชัญ ธนบุรี คว้าแชมป์ 18 ปี ก.

จากปากคนใกล้ตัว

“เขาเป็นเด็กดี ทั้งระเบียบวินัยและความตั้งใจฝึกซ้อม ครอบครัวของเขาก็มาให้กำลังใจอยู่เป็นประจำ ช็อปเปอร์อยู่กับทีมมาตั้งแต่ป.6 เรียกได้ว่าเป็นลูกหม้อที่รับใช้ทีมมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่เด็กเกเรและไม่เคยมีประวัติไม่ดี อยู่ในกฎระเบียบของสถาบันมาโดยตลอด ทั้งในและนอกสนาม”

“ช่วงหนึ่งเหมือนเขาจะฟอร์มหลุดไป เลยตกไปเป็นมือ 2 มือ 3 แต่สุดท้ายด้วยความมุมานะ ไม่ย่อท้อ เขาพยายามหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ที่สำคัญคือเมื่อได้รับโอกาสแล้วเขาก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ก็ยินดีกับเขาด้วยที่ได้รับตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมในรายการที่ยิ่งใหญ่อย่าง 18 ปีก. และผมก็เชื่อมั่นว่าฝีมือของเขาจะพัฒนาขึ้นไปได้อีกแน่ ขอให้รักษาระเบียบวินัยและฝีมือของตัวเองเอาไว้ให้ดี เขาเพิ่ง 17 ปี ปีหน้าก็ยังเป็นตัวหลักของเราอยู่ และยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถที่จะต่อยอดไปสู่การเป็นประตูที่ดีในระดับอาชีพได้ไม่ยาก” ธร สอระภูมิ กุนซืออัสสัมชัญธนบุรี กล่าวถึงศิษย์รัก 

จุดหมายปลายทาง

“ช็อปเปอร์” ชื่นชอบสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งเขายืนยันว่าไม่ได้เพิ่งเริ่มเชียร์ในยุครุ่งเรืองแต่อย่างใด หากแต่เคยติดตามผลงานมาตั้งแต่สมัย “ตอง”กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เพิ่งขึ้นสู่ทีมใหม่ๆในดิวิชั่น 1 เพราะทางโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี มีโควต้าบัตรฟรีให้นักฟุตบอลในโครงการมาร่วมชมเกมทุกสัปดาห์ จึงเริ่มผูกพันและปักใจเชียร์เรื่อยมา

แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาคือการเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรที่รักอย่าง “กิเลนผยอง” หวังสานตำนาน “กวินทร์บินได้” ในสีเสื้อสโมสร และหวังเจริญรอยตาม “บาส” ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ นายทวารไอดอลในสีเสื้อทีมชาติ แม้ความฝันจะยากเย็นเพียงใด เขาสัญญาว่าจะไม่มีทางหยุดฝัน จนกว่าจะได้ฝ่าฟันถึงขีดสุด...