Interviews

พัชรพล อินทนี : เด็กเยาวชนรุ่นแรกเมืองทองฯ ที่อาจได้แจ้งเกิดแบบไม่คาดคิด

“มันล้ำค่ามากกับเกมแรกถึงจะลงไม่นาน ซึ่งผมไม่คิดว่าตัวเองจะมาถึงขนาดนี้”... 

We are part of The Trust Project What is it?

นาทีที่ 75 ในเกมกับ ราชนาวี เอฟซี เสียงนกหวีดดังขึ้นพร้อมกับความโชคร้ายของ “กิเลนผยอง” เมื่อ นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ เซนเตอร์ตัวเก่งปะทะหนักกับผู้เล่นทีมเยือนจนต้องหามออกจากสนาม

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

กิตติธัช ศรีสุข

แต่กลับเป็นวันแห่งความทรงจำของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสสำคัญประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ และทำให้แฟนบอลกิเลนฯ ได้เห็น พัชรพล อินทะนี แนวรับวัย 19 ปี ผลผลิตของสโมสรรุ่นแรกลงรับใช้ต้นสังกัดเต็มตัว

เจ้าหนูบอลเดินสาย

“ผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสมายืนอยู่ตรงนี้” “พีม” พัชรพล อินทนี บรรยายความรู้สึกหลังได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ “กิเลนผยอง” ก่อนหน้านี้เขาถือเป็น 1 ใน 3 แข้งดาวรุ่งที่ถูกเรียกกลับมาลงซ้อมกับทีมเมื่อช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาพร้อมกับ ปรเมศย์ อาจวิไล และ ซัลดี้ วงษ์เดอรี ก่อนจะเป็นเพียงคนเดียวที่ถูกใส่ชื่อลุยศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลนี้

“สมัยเด็กๆ ตอนอยู่ นครปฐม พ่อเขาอยากให้ผมออกกำลังกายเลยพาไปเล่นฟุตบอลตามสนามใกล้บ้าน จริงๆตั้งแต่เด็กๆผมเรียนในโรงเรียนที่ไม่สนับสนุนเรื่องฟุตบอลสักเท่าไหร่ก็เลยไม่ได้คาดหวังอะไรมากว่าวันหนึ่งเราจะต้องเป็นนักเตะอาชีพให้ได้”

“ตอนนั้นมีเดินสายด้วย แต่เป็นรุ่นเยาวชน พอดีมีเพื่อนที่เล่นด้วยกันพ่อเขาเห็นแบบนั้นก็เลยจัดทีมส่งตามรายการในจังหวัดผมเคยเจอพี่บอม(ชินภัทร์ ลีเอาะ) ด้วยนะเขาเล่นเดินสายเหมือนกัน แต่เจอทีมเขาทีไรผมแพ้ตลอด(ฮา) ระหว่างนั้นพ่อเขาก็คอยหาที่ฝึกฟุตบอลให้ผมไปด้วย”

พัชรพล ได้รับโอกาสฝึกฝนทักษะลูกหนังจริงจังครั้งแรกกับ แสนสิริ อะคาเดมี่ ภายใต้การสอนของ ส่งเสริม มาเพิ่ม อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ก่อนที่ช่วงป.5 จะเข้าไปคัดตัวเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนนานาชาติสยาม แต่กลับต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดีนักกับชีวิตที่นั่นจนท้อไปครั้งหนึ่ง

“ผมได้เข้าเป็นนักฟุตบอลที่นานาชาติสยาม แต่ก็อยู่แค่ปีเดียว” พัชรพล เท้าความสมัยเล่นฟุตบอลกับนานาชาติสยาม “มันเป็นที่แรกที่ผมได้เข้าไปคัดฟุตบอล แต่ด้วยตอนนั้นเราเจอรุ่นพี่ที่ไม่ดีสุดท้ายก็เลยต้องกลับไปเรียนที่เดิม(โรงเรียนยอแซฟอุปถัมป์) ผมเริ่มรู้สึกเบื่อจนพ่อให้ผมลองไปเล่นดนตรีแทน แต่ก็ยังไม่ทิ้งฟุตบอลหรอกยังเล่นเดินสายกับเพื่อนเหมือนเดิม”

ว่ากันตามตรงฟุตบอลเดินสายเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สร้างนักฟุตบอลขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายคนเช่นเดียวกับ พัชรพล ที่ได้รับโอกาสสำคัญกับเวทีนี้ แต่สิ่วที่พิเศษกว่านั้นคือเขาได้เป็นหนึ่งในทีมเยาวชนชุดแรกของสโมสรที่ยิ่งใหญที่สุดทีมหนึ่งของไทย…..เมืองทอง ยูไนเต็ด

กำเนิด “กิเลนฯจูเนียร์”

“ผมก็เล่นเดินสายกับเพื่อนตามปกตินี่ล่ะ แต่มีสตาฟฟ์โค้ชของ เมืองทอง เขามาเห็นผมเล่นเลยชวดให้ไปซ้อมด้วย มันเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาอยู่ที่นี่ เพราะที่ผ่านมาผมไม่ได้เล่นกับทีมฟุตบอลโรงเรียนดัังๆอย่างมากก็แค่เล่นเดินสาย แต่วันหนึ่งได้มาอยู่กับ เมืองทอง มันทำให้รู้สึกภูมิใจตัวเองระดับหนึ่ง”

พัชรพล ในวัย 16 ปี คือหนึ่งในเด็กไม่กี่คนที่ถูกคัดเข้ามาสู่อะคาเดมี่ “กิเลนผยอง” พร้อมกับแข้งพรวรรค์สูงอย่าง ซัลดี้ วงษ์เดอรี ที่ปัจจุบันถูกปล่อยให้ อุดรธานี เอฟซี ยืมใช้งาน และเป็นรุ่นแรกที่ทัพ “กิเลนจูเนียร์” ถือกำเนิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้รับโอกาสสำคัญเมื่อถูกเลือกติด 1 ใน 5 แข้งเยาวชนไปฝึกทักษะที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน

“ตอนนั้นสโมสรปล่อยนักเตะกลับไปพักที่บ้าน แต่ผมยังอยู่ที่นนทบุรี พอดีพ่อเขาเห็นว่ามีโครงการของบาเยิร์น มาเปิดคัดเด็กไปฝึกที่เยอรมันก็เลยแนะนำให้ไปลองดู ผมก็ลองๆไปดู จริงๆไม่ได้หวังอะไรหรอก แต่ติดเฉยเลย(ฮา)”

“มันรู้สึกดีใจนะ นี่คือการไปยุโรปครั้งแรกในชีวิตแถมได้ไปกับสโมสรที่ใหญ่ที่สุดทีมหนึ่งของเยอรมัน ผมจำได้เลยวันแรกที่ไปถึงเขาก็พาชมสนาม มันดูยิ่งใหญ่มาก แต่ที่ผมรู้สึกดีมากๆคือได้เห็นความเป็นมืออาชีพที่แตกต่างจากบ้านเรา เขามีพร้อมทุกอย่างระบบจัดการดีมาก เขาไม่ได้สอนแค่เรื่องในสนาม แต่สอนวินัยการใช้ชีวิตนอกสนามเพื่อเป็นนักฟุตบอลที่ดีด้วย”

“ผมได้อะไรหลายๆอย่างจากที่นั่น และได้ลงแข่นเป็นทัวร์นาเม้นต์สั้นๆกับเด็กประเทศอื่นที่เขาคัดมาเหมือนกัน มันอาจเป็นเวลาไม่กี่วัน แต่ผมก็ได้อะไรกลับมาเยอะเลย”

หลังกลับจากเยอรมัน พัชรพล ยังคงลงซ้อมกับทีมเยาวชน “กิเลนผยอง” เช่นเคย แม้จะยังไม่เคยถูกเรียกลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในเวลานั้น แต่ฤดูกาล 2017 เขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญเมื่อ เมืองทอง ยูไนเต็ด ตัดสินใจส่งไปเก็บประสบการณ์ลูกหนังกับทีมในระดับไทยลีก 3

พัชรพล ย้ายไปอยู่กับ อุดรธานี เอฟซี ก่อนที่จะกลายเป็นหนึ่งในทีมชุดประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ทะยานสู่ความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่หลังจบฤดูกาลนั้น...