พบกับเรื่องราวความรักที่แท้จริงของ โรนัลดินโญ่ : "รองเท้าของผมคือทุกสิ่ง"

ชีวิต,ครอบครัว,ความปลื้มปิติ นี่คือทุกสิ่งที่หลอมรวมให้ โรนัลดินโญ่ เป็นไอคอนของวงการกีฬาและเป็นคนเดียเท่านั้นที่ทำในสิ่งที่ตำนานบาสเก็ตบอลอย่าง ไมเคิล จอร์เเดน ทำได้

ที่พอร์ทเเลนด์ โอเรกอน ...ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราไม่ต้องใช้ล่ามเพื่อแปลภาษา เพราะทั้งหมดต่างรู้ว่า โรนัลดินโญ่ นั้นจะพูดอะไรบ้าง เขาพูดภาษาโปรตุเกสอยู่ตลอด 40 นาที แต่เมื่อคลิปวีดีโอหนึ่งถูกเปิดขึ้นเขาก็เข้าสู่โหมดทำงานได้อย่างไร้ที่ติ

"มันเป็นวีดีโอแรกบนยูทูปขอผมที่มีคนดูครบ 1 ล้านวิว" เขาตอบเราอย่างรวดเร็ว และเฝ้ามองวีดีโอที่รวบรวมคอลเล็คชั่นรองเท้าของเขาและโชว์ทักษะต่างๆ  รองเท้าสตั๊ดทุกๆคู่ของเขาถูกร้อยเรียงด้วยเรื่องราวและเวลาตลอดการค้าแข้งรวมไปจนถึงช่วงเวลาที่เขาสวมใส่มันในขณะที่เขามีชื่อเสียงที่สุดในโลกลูกหนัง...ส่วนหนึ่งของวีดีโอนั้นไม่มีการตัดต่อแต่อย่างใด

"มันเป็นสุดยอดแห่งความปลื้มปิติ"  โรนัลดินโญ่ มักจะใช้คำว่า "ปลื้มปิติ" อยู่บ่อยครั้งมากๆหากพูดถึงอาชีพค้าแข้งของเขา "คุณเชื่อไหมทุกๆคนถามผมตลอดเวลาว่าวีดีโอนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่? และแน่นอนว่าจถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคนไม่หายสงสัย"

"ทุกสิ่งทุกอย่าง" ที่อยู่ในวีดีโอคลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ โรนัลดินโญ่ และ รองเท้าสตั๊ดไนกี้ ซึ่งทั้งคู่เป็นพาร์ทเนอร์กันมาอย่างยาวนาน หลายปีก่อนหน้าที่จะเป็น โรนัลดินโญ่...ไนกี้ เคยจับมือกับ ไมเคิล จอร์เเดน ซึ่งได้รับคำอนุญาตจากมหาวิทยาลัยของเขา (นอร์ธ เเครอไลน่า) สโมสรของเขา (ชิคาโก้ บูลส์) และลีก (NBA) และการที่ไนกี้ทำงานร่วมกับจอร์เเดนก็เป็นหนึ่งในเเคมเปญกีฬาที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

สำหรับ โรนัลดินโญ่ แล้ว...การเตะบอลให้ชนคานนั้นก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา มันเป็นตัวตนของดาวเตะชาวแซมบ้าที่เติบโตมากับการฝึกพื้นฐานมากมาย ไม่เว้นแม้แต่การเตะบอลให้ชนคาน

"ผมเคยเป็นแอมบาสเดอร์ของฟรีสไตล์ฟุตบอลนะ" เขาอธิบาย "ดังนั้นแล้วเนี่ยผมมเลยดีใจมากๆที่ได้เห็นเด็กๆที่เตะฟุตบอลพยายามจะลอกเลียนแบบการเตะชนคานของผม...พวกเขาจะทำได้หรือไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก เรื่องสำคัญมันอยู่ที่การได้พยายามทำอะไรแบบเต็มความสามารถต่างหาก พลังที่ส่งออกมาจากควาามพยายามจะทำให้มนุษย์กลายเป็นอิสระ"

ถึงแม้ว่าฟุตบอลโลกและแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะทำให้ โรนัลดินโญ่ มีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าเดิม แต่แน่นอนว่าการเล่นทริกเตะชนคานของเขาด้วยรองเท้า "ไนกี้ เทมโป้" ยังเป็นอะไรที่อมตะนิรันด์กาลมันคือการสร้างแบรนด์ที่เริ่มต้นด้วยสปิริตและจิตวิญญาณของผู้เล่นคนหนึ่ง เรารู้ว่าดี โรนัลดินโญ่ คือยอดนักสร้างสรรค์แบบไม่เคยมีใครเทียบได้ในโลกฟุตบอล

"รองเท้าคือส่วนหนึ่งของทั้งหมดในชีวิต พวกมันอยู่กับผมตลอดเวลา ไม่แน่มันอาจจะอยู่กับผมมากกว่าแฟนและครอบครัวของผมเสียอีก ผมจัดให้รองเท้าเป็นเพื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตลอดอาขีพการค้าแข้งของผม"

ในช่วงวัยรุ่นย้อนไปเมื่อก่อนปี 1990 เขาเคยเเป็นเด็กน้อยปรากฎการณ์สำหรับชาวบราซิล อย่างไรก็ตามมันไม่การันตีว่าเขาจะโด่งดังในระดับที่สูงกว่านั้น จนกระทั่งในปี 1997 ทุกคนก็ได้ประจักษ์แก่สายตาเมื่อเขาทำลายสถิติลงเล่นฟุตบอลโลก ยู 17 ด้วยวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น และจากนั้นคุณเชื่อหรือไม่ว่าเขาได้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์กับรองเท้าไนกี้ ซึ่งทำให้เขาเป็นนักเตะดาวรุ่งระดับท้องถิ่นคนแรกที่ได้ร่วมเคียงข้างกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก

"เรื่องมันนานหลายปีเเล้ว" เขากล่าว ก่อนที่จะย้อนกลับไปเล่าเรื่องตอนที่เขายังใช้ชื่อว่า โรนัลโด้ เดอ แอสซิส โมไรร่า ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น โรนัลดินโญ่ เกาโช่ จนถึงตอนนี้ ... เขาเป็นที่รู้จักในบราซิลอยู่แล้วจนกระทั่งการก้าวเข้ามาติดทีมชาติ และแน่นอนว่า ไนกี้ เล็งเห็นถึงศักยภาพของเขาเเละเซ็นสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์กันตั้งแต่ที่เขายังอยู่ในบราซิลและก่อนที่เขาจะมาค้าแข้งในยุโรปถึง 6 ปีเลยทีเดียว มันคือเรื่องราวก่อนจะเป็นโรนัลดินโญ่อีกต่างหาก

"ผมมีความสุขและปลื้มปิติมากทีได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เป็นอยู่" เขาอธิบาย "เพื่อนของผมหลายคนตื่นเต้นมากๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม มันคือความรู้สึกที่ทำให้ผมเหมือนกับหลุดไปนอกโลก มันมหัศจรรย์ตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวินาทีนี้"

ปัจจุบัน โรนัลดินโญ่ อายุ 37 ปี เขาอยู่กับไนกี้มากกว่าที่จะอยู่กับสโมสรหรือแม้แต่กระทั้งยาวนานกว่าการคบแฟนสาวคนไนๆของเขา การปรากฎตัวในทีมชาติบราซิลชุดยู 17 จนมาถึงการเป็นส่วนสำคัญของทีมชุดใหญ่ของเขามีระยะเวลารวมเเล้ว 18 ปี แต่เขาอยู่เคียงคู่กับไนกี้นานกว่านั้นนั่นคือ 22 ปีเลยทีเดียว

"ณ จุดนี้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าไนกี้อยู่กับผมมาตลอดทั้งชีวิต" เขากล่าว "ความรู้สึกมันเหมือนกับเป็นบ้านของผมเลยทีเดียว"

Eddy Lemaistre/FEP/Panoramic-PanoramiC/USA TODAY Sports

ว่ากันตามตรงเเล้วความรู้สึกแรกของคนเราเมื่อได้ยินเหล่าซูเปอร์สตาร์กล่าวถึงแบนที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์คือการเคลือบแคลงสงสัยว่าสิ่งนั้นดีจริงหรือไม่ บางครั้งเราคงต้องแยกให้ออกว่าสิ่งที่ออกจากปากของผู้พูดมันเป็นเรื่องของธุรกิจหรือไม่ ... แต่สิ่งหนึ่งที่ตอบมาได้ชัดๆชือความยิ่งใหญ่ของพวกเขาทั้งหลายยามที่อยู่ในสนาม

สำหรับส่วนของ โรนัลดินโญ่ มันยากที่จะเหยียดหยามเขาสำหรับเรื่องนี้ บนสนามเขาเป็นผู้เล่นที่ตื่นเต้นที่สุดมีเอกลักษณ์การยิงประตูที่โดดเด่นและมีจิตวิญญาณการเป็นนักเตะที่ใครก็ต้องยอมรับ แม้แต่ตอนที่เขาแขวนสตั๊ดจากฟุตบอลมาเเล้ว 2 ปี ในขณะที่เขาสวมหมวกคลุมรอบหัว,เสื้อวินเทจ ซึ่งมาถึงตอนนี้มันอาจจะเป็นการสิ้นสุดพันธะการสนับสนุนซึ่งกันและกันก็ตามแต่ความจริงคนอย่าง โรนัลดินโญ่ ไม่อยู่ในจุดที่ใครควรตั้งข้อสงสัย

"ผมเป็นตัวของตัวเองเสมอมา" เขาอธิบาย "บางครั้งผมคิดว่าผมโชคดีมากๆที่มีสไตล์การเล่นแบบนี้ เพราะผมเเค่ลงเล่นตามแบบฉบับที่ผมอยากจะเล่น ผมไม่เคยเสเเสร้งและมันเป็นเช่นนั้นตลอดมาจนถึงวันนี้"

การเผชิญหน้ากับความไม่ลงรอยระหว่างองค์กรและความสร้างสรรค์ที่มี เขาเคยอธิบายว่าเขาจะไม่เล่นเกมรับ, เขาจะไม่ทำตัวเด่น, เขาไม่อยากจะมีอิทธิพลเหนือใครๆ นั่นไม่ใช่ปรัชญาฟุตบอลของเขา โรนัลดินโญ่ มีปรัชญาง่ายๆที่อธิบายถึงเกมของตัวเขาเองว่าเมื่อบอลมาถึงเขาเเล้วเขาจะทำอะไรในจังหวะต่อไป

แม้แต่ในวัยเเขวนสตั๊ดเขาเองก็ยังเรียกเสียงฮือฮอาได้ตลอดในเกม ตำนาบาร์ซ่าปะทะตำนานแมนฯ ยูไนเต็ด ที่โอเรกอน เขาก็แสดงให้เห็นถึงปรัชญาของเขาอย่างชัดเจน ...เห็นได้ชัดว่าของแบบนี้มันเปลี่ยนกันไม่ได้

ช่วง 2 ปีก่อนในเกมสุดท้ายของ โรนัลดิโญ่ ยังคงเป็นนักเตะที่ได้รับความนิยมไม่เปลี่ยนแปลง แฟนบอลยังหลงใหลกับฝีเท้าของเขา และลีลาที่เขาพกมาก็เหมือนจะเป็นสิ่งอมตะไปเสียเเล้ว

ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานะหนุ่มวัยรุ่นชาวบราซิลหรือแม้แต่ซูเปอร์สตาร์อันดับ 1 ของแบรนด์ก็ตาม ภาพของโรนัลดินโญ่นั้นไม่จำเป็นต้องให้ใครช่วยผลักดันและหวังพึ่งให้ใครต้องช่วยโปรโมต เพราะเขาเองคงมีความสุขอยู่เเล้ว

ในอีกแง่หนึ่งสำหรับเอกลักษณ์ของไนกี้ อาจมีผู้คนสงสัยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต จะมีโฆษณาที่สร้างแรงกระเพื่อมแบบ Mars Blackmon, โฆษณาจาก จอร์เเดน หรือ วีดีโอเตะชนคานของ โรนัลดินโญ่ อีกไหม?... อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้หาก ไนกี้ ไม่มี โรนัลดินโญ่ แล้ว

อิทธิพลของ โรนัลดินโญ่ ที่มีต่อรุ่น  เทมโป้ หรืออิทธิพลของ จอร์เเดน ที่มีอิทธิพลต่อ แอร์ จอร์เเดน ทำให้รองเท้าทั้งสองรุ่นติดเป็นภาพลักษณ์ของพวกเขาไปเเล้ว ไม่ว่าจะเป็นสีขาวดำรุ่นคลาสสิกที่โรนัลดินโญ่อยากใส่ลายเซ็นของเขาเข้าไปเพื่อช่วยเพิ่มการควบคุม การเย็บสามตะเข็บด้วยสีที่แตกต่าง หรือสิ่งใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นกับรองเท้าารุ่นนี้แสดงให้เห็นว่า โรนัลดินโญ่ คือนักเตะที่เป็นค่านิยม และเเสดงให้เห็นถึงชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวจนปิดท้ายด้วยความปลื้มปิติในวันนี้

"มันเยี่ยมและยิ่งใหญ่มากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการเสนอรายละเอียดเล็กๆน้อยและการที่รองเท้าพวกนี้เข้ามาในชีวิตผม" เขาย้อนความ "ผมเห็นตัวเองในบางส่วนของการสร้างสรรค์ และมันคือสิ่งที่ดีมากๆเลย"

"ครอบครัวผมมีความสุขปลื้มปิติตื่นเต้นกับเรื่องนี้ เหมือนที่ผมเองก็รู้สึกไม่แตกต่างกัน มันเป็นความรู้สึกเหมือนการได้เดทกับรองเท้า ผมแค่มองก็รู้เเล้วว่าผมรักมัน"

"รองเท้าคือส่วนหนึ่งของทั้งหมดในชีวิต พวกมันอยู่กับผมตลอดเวลา ไม่แน่มันอาจจะอยู่กับผมมากกว่าแฟนและครอบครัวของผมเสียอีก ผมจัดให้รองเท้าเป็นเพื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตลอดอาขีพการค้าแข้งของผม"

เขายังคงนึกถึงมันอยู่เสมอไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนหรืออาวุธคู่กายที่เขาสวมใส่จนคว้าแชมป์มากมาย รองเท้าสีขาว-ทอง ซึ่งเป็นรองเท้า ไนกี้ เทมโป้ คู่ประวัติศาสตร์ของเขาถูกมาตั้งวางอยู่ที่ด้านหน้าของเรา มันถูกพัฒนามาจากรุ่นคลาสสิกของ โรนัลดินโญ่ ที่เขาใช้เตะชนคาน ซึ่งเพิ่งคลิปดังกล่าวก็มีอายุครบ 10 ปีเเล้วเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

"มันเป็นรองเท้าคู่สำคัญโดยเฉพาะเรื่องรายละเอียดและการสร้างมันขึ้นมา ความทรงจำของผมอยู่ในนั้นด้วย" โรนัลดินโญ่ กล่าว ถึงวันนี้ โรนัลดินโญ่ "พูดได้ว่าผมใส่คู่นี้เตะชนคานในโฆษณาและทุกครั้งที่เขาถูกเด็กๆขอถ่ายรูปเขาจะต้องเซ็นลายเซ็นลงบนรองเท้าของเด็กๆด้วย"

"พวกมันคงเศร้านะที่กำลังจะไม่มีขายในท้องตลาดอีกต่อไปเพราะพวกมันถูกพูดถึงความอัศจรรย์ที่สร้างขึ้นมาเสมอ" โรนัลดินโญ่ กล่าวขณะที่มองไปที่รองเท้าของเขาด้วยสายตาไม่ต่างจากเด็กๆกำลังมองของเล่นชิ้นโปรด

"เป็นการเปรียบเทียบที่ดีนะ" เขาตอบกลับหลังจากถูกทัก "เด็กและของเล่น...นั่นแหละคือความรู้สึกของผมตอนนี้ล่ะ"

จากความรู้สึกนั้นเราได้คำตอบว่า โรนัลดินโญ่ คือนักเตะที่เกิดมาเพื่อคู่กับไนกี้และเทมโป้อย่างเเท้จริง พวกเขาแทบจะแยกห่างจากกันไม่ได้และต้องการเป็นความทรงจำตลอดไปแม้จะเป็นวัฎจักรธรรมดาของโลกที่เก่าไปใหม่มา อย่างไรก็ตามความน่าเสียดายที่จริงต่อจากนี้ไปนักเตะระดับไอดอลของเด็กๆที่คอยสร้างแรงบันดาลใจของพวกเขาจะหายไปแล้ว

"ตลอดชีวิตการค้าแข้งของผมไม่เคยมีของขวัญชิ้นไหนพิเศษกว่ารองเท้าและลูกฟุตบอล สำหรับผม ไม่ใช่รถหรู ไม่ใช่ของเล่นคนรวยชิ้นอื่นๆใดๆทั้งสิ้น แค่รองเท้าและฟุตบอลก็เป็นทุกสิ่งที่ผมต้องการมาตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข การมองไปที่รองเท้าคู่เก่าๆทำให้ผมย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่น่าจดจำ ตอนนีผมต้องเลือกเดินในเส้นทาางที่แตกต่างออก" 

"แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาผมขอจัดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผม...ตลอดกาล"

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand​

Topics