Interviews

พ่อเน - ดิโอโก - พี่ชาย : ศุภณัฏฐ์...กับวันประวัติศาสตร์

“พ่อเนจะพูดกับผมเสมอว่าฟุตบอลไม่เกี่ยวกับอายุทุกคนมีสองขาเท่ากันทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับใจ” 

We are part of The Trust Project What is it?

วินาทีนี้คงไม่มีใครร้อนแรงไปกว่า ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กองหน้าดาวรุ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ก้าวขึ้นมาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการลูกหนังเมืองไทยหลังจบเกมที่ช้าง อารีนา สเตเดียม นัดที่ “ปราสาทสายฟ้า” ถล่มเอาชนะ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี 5-0 โดยหัวหอกวัย 15 ปี จัดการเหมาคนเดียว 2 ประตู พร้อมพาทีมปิดฉากเลกแรกด้วยตำแหน่งจ่าฝูง

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

กิตติธัช ศรีสุข

ศุภณัฏฐ์ ถูก “ปราสาทสายฟ้า” ใส่ชื่อในทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีโอกาสลงสนาม ก่อนที่ในฤดูกาล 2018 การเริ่มต้นนับหนึ่งในลีกสูงสุดของไทยสำหรับเขาได้เริ่มต้นขึ้น...

“จริงๆก่อนเปิดฤดูกาลผมตั้งความหวังไว้ว่าปีนี้จะพยายามทำงานหนักเพื่อให้ได้มีชื่อในสนามขอแค่นิดหน่อยก็ยังดี” ศุภณัฏฐ์ เท้าความถึงวันเปิดฤดูกาลใหม่พร้อมกับความหวังที่อยากลงไปสัมผัสเกมในทีมชุดใหญ่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

“ปราสาทสายฟ้า” ยุค 2018 เดินหน้าสร้างทีมบนนโยบายผลักดันแข้งดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ โดย ศุภณัฏฐ์ คือหนึ่งในความสำเร็จครั้งนี้ ในเกมที่ บุรีรัมย์ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นครราชสีมา เอฟซี โบซิดาร์ บันโดวิช ตัดสินใจส่งเขาลงสนามเป็นครั้งแรก และนั่นคือจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับการทำลายสถิติแรกของดาวรุ่งรายนี้

“ผมไม่ได้กดดันนะที่ต้องเล่นกับรุ่นพี่เก่งๆ คือเราอยากจะได้รับโอกาสลงไปเล่นก็จริง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่อะไรหรอก เพราะผมอยากให้ทีมได้แแชมป์มากกว่า พอมาเกมแรกที่ได้ลงไปเล่นมันตื่นเต้นมาก”

“วันนั้นผมทำอะไรไม่ถูกเลยเพราะไม่คิดว่าเราจะได้ลงไปจริงๆ ตอนลงไปมันยิ่งตื่นเต้นเพราะเสียงเชียร์รอบๆสนามนี่แหละมันดังไปหมดมันมีแรงฮึดด้วยช่วยได้เยอะเลยสำหรับผม”

แม้จะได้ลงเล่นช่วงท้ายเกมกับการถูกเปลี่ยนลงไปเล่นแทน สุภโชค สารชาติ พี่ชายตลอดสองนัดทั้งเกมที่ชนะ นครราชสีมา เอฟซี 2-1 และ บุกชนะ พัทยา ยูไนเต็ด 4-2 แต่มีความฝันหนึ่งที่เขายังทำไม่สำเร็จคือการได้ลงเล่นพร้อม สุภโชค ที่แข้งวัย 15 ปี ฝันมาตลอด และรอคอยวันที่ฝันนี้จะเป็นจริง

เกมที่ช้างอารีนา สเตเดียม ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดสุดท้ายของเลกแรก นัดที่ บุรีรััมย์ เอาชนะ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี 5-0 กลายเป็นวันที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตของ ศุภณัฏฐ์ เพราะมันไม่ใช่แค่ได้ลงสนาม แต่มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าครั้งไหนๆในชีวิตเมื่อเขาได้ลงเล่นร่วมกับพี่ชาย อีกทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในไทยลีก บนวัย 15 ปี 297 วัน ทุบสถิติเดิมของ เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่เคยทำไว้ในเกมที่ เชียงราย ยูไนเต็ด พ่ายให้ต่อ “กิเลนผยอง”  เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-4 เมื่อฤดูกาล 2015 ด้วยอายุ 15 ปี กับอีก 362 วัน หลังจัดการทำสองประตู และนั่นคือสถิติที่สองที่เขาทำได้พร้อมมีส่วนสำคัญพา “ปราสาทสายฟ้า” จบเลกแรกด้วยตำแหน่งแชมป์

“เกมนั้นพอได้ลงไปเล่นมันทำให้ผมนึกถึงตอนเด็กๆที่เราได้เล่นด้วยกัน”  ศุภณัฏฐ์ กล่าวถึงการได้เล่นเคียงข้างพี่ชายของเขา “มันเป็นความรู้สึกดีใจมากจนบอกไม่ถูกไม่คิดว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ตอนนั้นพี่เช็คเข้ามาอยู่ บุรีรัมย์ ก่อนผมสองปี หลังจากนั้นแม่ผมเขาเลยลองพามาคัดบ้างพอติดก็เลยได้อยู่ยาวเลยตั้งแต่อายุ 12 ปี”

“ตอนนั้นผมก็ไม่คิดหรอกว่าเราจะต้องเล่นกับพี่ในทีมชุดใหญ่ พอมาช่วงหลังที่ติดทีมชาติก็เริ่มมีคิดบ้าง ตอนพี่เช็คลงเกมแรกก็มีเพื่อนมาบอกนี่แหละ ผมก็เลยไปดูก็เห็นเขาได้ลงจริงๆ วันนั้นเรารู้สึกดีใจนะแล้วก็แอบเชียร์เขาอยู่”

“อีกอย่างผมต้องขอบคุณเขา(ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต) ด้วยที่คอยช่วยแนะนำมาตลอด เขาคอยบอกว่าจังหวะนี้ควรทำยังไง ประตูแรกที่ยิงได้เขาก็เป็นคนส่งมาแล้วผมยิงเข้าไปตอนนั้นนี่ทำอะไรไม่ถูกเลย คือตอนซ้อมจริงๆผมไม่ได้ซ้อมกับเขานะเราอยู่คนละข้างกัน แต่ผมก็คอยศึกษาการเล่นของเขาตลอดว่าเขาเล่นยังไงเคลื่อนที่ยังไงแล้วพอลงมาเล่นในสนามจริงแล้วเล่นกับเขาได้มันก็รู้สึกดีใจ”

“ผมว่า ดิโอโก้ นี่เป็นสุดยอดมืออาชีพเขารู้เสมอว่าจังหวะไหนต้องทำอะไรแล้วเขาก็จะคอยแนะนำผมด้วย ผมได้เรียนรู้จากเขาเยอะเลยไม่ใช่แค่ในสนาม แต่เรื่องนอกสนามก็มีเขาจะคอยบอกให้เราถ่อมตัวไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง เขาเป็นกันเองสุดๆถึงเขาจะดังมากก็เถอะเวลาอยู่ในสนามจริงหรือสนามซ้อมผมรู้สึกเหมือนได้เล่นกับพี่ชายอีกคนนั่นแหละ”

พ่อเนจะพูดกับผมเสมอว่าฟุตบอลไม่เกี่ยวกับอายุทุกคนมีสองขาเท่ากันทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับใจ

แม้ศึกโตโยต้า ไทยลีก จะผ่านไปเพียงครึ่งทาง แต่ปี 2018 ก็กลายเป็นปีทองของดาวรุ่งรายนี้ไปแล้วกับชีวิตที่เหมือนก้าวกระโดด… เขาได้ลงเล่นไทยลีกครั้งพร้อมทุบสถิติใหมเขย่าวงการลูกหนังเมืองไทย ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเลกเดียว

“ผมว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับจังหวะชีวิตของแต่ละคน...”

“ต้องขอบคุณพ่อเน(เนวิน ชิดชอบ) ด้วยที่เปิดโอกาสให้เด็กอย่างผมได้เข้ามาอยู่ในทีมรวมถึง ดิโอโก้ ที่ช่วยเหลือจนผมได้สถิตินี้มา พ่อเนจะพูดกับผมเสมอว่าฟุตบอลไม่เกี่ยวกับอายุทุกคนมีสองขาเท่ากันทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับใจ”

“ผมอยู่ บุรีรัมย์ มาตั้งแต่เด็กมีความคุ้นเคยกับที่นี่ จริงๆผมอยู่ที่นี่มากกว่าบ้านด้วยซ้ำผมว่าชีวิตผมมาไกลเกินฝันตั้งแต่มีชื่อในทีมชุดใหญ่แล้วล่ะ พอวันหนึ่งเรามาถึงจุดนี้ได้สามารถทำลายสถิติได้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างยิ่งรู้สึกว่าเรามาไกลมาก”

“หลังจากนี้ผมจะพยายามพัฒนาตัวเองต่อไป นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งเป้าไว้” ศุภณัฏฐ์ ทิ้งท้าย

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand